Microsoft รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 หรือถ้านับเป็นปีปกติจะตรงกับช่วงปลายปี 2025 พอดี ด้วยรายได้รวม 81,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน และกำไรสุทธิแตะ 38,500 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าบริษัทกำลังเติบโตต่อเนื่องจากกระแส AI และบริการ Cloud ที่กลายเป็นหัวใจหลักของธุรกิจในยุคนี้
ประเด็นสำคัญคือ รายได้ของ Microsoft แทบไม่ได้พึ่งพา Windows เหมือนในอดีตอีกต่อไป เพราะรายได้จากกลุ่ม Windows และอุปกรณ์อยู่ที่เพียงราว 4,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5.5% ขณะที่ธุรกิจ Server และ Azure ทำเงินได้กว่า 30,900 ล้านดอลลาร์ หรือราว 30.9% และในส่วนของ Microsoft 365 Commercial มีรายได้ 24,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 24.5%

ความแตกต่างนี้ชี้ชัดว่า Windows ไม่ใช่แหล่งรายได้หลัก แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ Microsoft ใช้ผลักผู้ใช้เข้าสู่บริการ AI และ Cloud ที่ทำกำไรมหาศาลกว่า
Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft พยายามย้ำบนเวที earnings call ว่าผู้คนใช้งาน Copilot มากขึ้น โดยระบุว่าผู้ใช้งานรายวันของ Copilot ฝั่ง consumer โตขึ้นเกือบ 3 เท่า แม้บริษัทจะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผู้ใช้จริงอย่างชัดเจนก็ตาม

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ชัดว่า AI ของ Microsoft กำลังเติบโตในฐานะธุรกิจมากกว่ากระแส โดยเฉพาะในตลาดองค์กรที่ยอมจ่ายจริง GitHub Copilot มีผู้สมัครแบบเสียเงินแล้ว 4.7 ล้านราย เพิ่มขึ้น 75% ขณะที่ Microsoft 365 Copilot ถูกซื้อใช้งานแล้วกว่า 15 ล้านบัญชี สะท้อนว่า Microsoft ไม่ได้ผลัก AI เพื่อสร้างสีสันให้ Windows แต่เพื่อเปลี่ยน Copilot ให้เป็นบริการ subscription ที่สร้างรายได้ระยะยาว
ทั้งนี้ยังมีอีกประเด็นคือ Microsoft กำลังทุ่มเงินลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และ data center โดยใช้เงินไปแล้วถึง 72,400 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ทั้งที่ปีก่อนทั้งปีใช้ไป 88,200 ล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าการลงทุนระดับนี้จะคุ้มค่าหรือไม่
ทั้งหมดนี้อาจเป็นคำตอบว่าทำไม Microsoft ถึงยัดฟีเจอร์ AI เข้ามาใน Windows มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสำหรับบริษัทแล้ว Windows ในวันนี้ไม่ใช่สินค้าหลักในการทำเงินอีกต่อไปแล้ว แต่คือประตูสำคัญที่จะพาผู้ใช้เข้าสู่ ecosystem AI ที่ Microsoft เดิมพันอนาคตไว้เต็มตัว
ที่มา : techcrunch, investing, appeconomyinsights

Comment