Microsoft ออกมาแนะนำวิธีแก้ Windows 11 เปิดเครื่องช้าและใช้งานอืดแบบง่าย ๆ ด้วยการปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น ซึ่งก็ถือว่าเป็นคำแนะนำที่ใช้ได้จริง เพียงแต่ผู้ใช้ Windows รุ่นเก่าน่าจะคุ้นเคยกันดี เพราะวิธีนี้ทำกันมาตั้งแต่ยุค Windows XP แล้ว
Startup Apps คือโปรแกรมที่ถูกตั้งให้เปิดพร้อมกับ Windows เพื่อให้หลังเปิดเครื่องเสร็จแล้วสามารถใช้งานได้ทันที แต่แน่นอนว่าถ้ามีหลายโปรแกรมเปิดขึ้นมาพร้อมกัน ก็จะกินทรัพยากรเครื่องทั้ง CPU, RAM และ SSD ทำให้ช่วงหลังบูตเครื่องใหม่ ๆ อาจมีอาการหน่วงหรือช้ากว่าปกติอยู่พักหนึ่ง

ที่สำคัญคือ ถ้าเราไม่ได้เข้าไปจัดการ Startup Apps เอง ก็อาจมีโปรแกรมบางตัวที่แทบไม่ได้ใช้งานถูกเปิดทิ้งไว้เบื้องหลังเผื่อจะเรียกใช้ภายหลัง ซึ่งสุดท้ายถ้าไม่ได้ใช้จริง ก็กลายเป็นกิน RAM และทรัพยากรเครื่องไปแบบเปล่า ๆ

วิธีปิดก็ง่าย เข้าไปที่ Settings > Apps > Startup หรือเปิด Task Manager ด้วย Ctrl + Shift + Esc แล้วไปที่ Startup apps จากนั้นเลือก Disable โปรแกรมที่ไม่จำเป็น โดย Task Manager จะมีบอกด้วยว่าแต่ละแอปส่งผลต่อการเปิดเครื่องระดับ Low, Medium หรือ High Impact

ถ้าเจอพวก Discord, Steam, Spotify, Game Launcher หรือโปรแกรมอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเปิดทันทีพร้อมเครื่อง ก็ปิดไว้ก่อนได้ ส่วนโปรแกรมที่เกี่ยวกับไดรเวอร์ ระบบความปลอดภัย หรือซอฟต์แวร์ควบคุมฮาร์ดแวร์ ถ้าไม่แน่ใจว่าคืออะไร ก็ควรเช็กก่อนปิด

โดยวิธีนี้พิสูจน์แล้วว่าช่วยได้จริง โดยเฉพาะกับเครื่องที่ติดตั้งโปรแกรมไว้เยอะ แต่ก็อดแซวไม่ได้ว่า นี่ไม่ใช่เทคนิคใหม่อะไร และผู้ใช้ Windows หลายคนน่าจะทำกันมานานแล้ว เพียงแต่พอคำแนะนำนี้ออกมาจาก Microsoft เองก็เลยฟังดูแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ Windows 11 กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องการใช้ทรัพยากรเครื่องค่อนข้างสูง รวมถึงแนวทางการพัฒนาบางอย่างที่ผู้ใช้รู้สึกว่า Microsoft ยังรับฟังเสียงสะท้อนไม่มากเท่าที่ควร
ก็หวังว่าในอนาคต Microsoft จะ Optimize การจัดการแอปเบื้องหลังและทรัพยากรให้ดีขึ้นไปอีก เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องคอยกลับมาจัดการ Startup Apps กันบ่อย ๆ ส่วนตอนนี้ใครเครื่องเริ่มอืด ก็ลองเช็กเมนูนี้ก่อน ถือว่าเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ยังใช้ได้ผลอยู่ครับ
ที่มา : Neowin

Comment