นอกจากจะเผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง Nothing Phone (4b) ไปแล้ว ทาง Nothing ยังได้ประกาศเปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นเริ่มต้นตัวใหม่ Nothing Ear (3a) อย่างเป็นทางการ โดยในรุ่นนี้ยังคงรักษาจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่า อัปเกรดฟีเจอร์ภายในมาให้แบบไม่กั๊ก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลในตัว ระบบบันทึกเสียง และฟีเจอร์เด็ดอย่าง Audio Snapshot

ฟีเจอร์เด่นของ Nothing Ear (3a) มีอะไรใหม่บ้าง?


แม้ว่าภายนอกจะยังคงดีไซน์โปร่งใสที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ แต่ใส้ในของ Nothing Ear (3a) ถือว่าเปลี่ยนไปมาก โดยมีไฮไลต์สำคัญที่น่าสนใจดังนี้
ฟีเจอร์เด็ด Audio Snapshot และเมมโมรี่ในตัว 32MB
นี่คือการอัปเกรดครั้งใหญ่ Nothing ได้ใส่หน่วยความจำ Flash Storage ขนาด 32MB เข้ามาในตัวหูฟัง ทำให้เกิดฟีเจอร์ที่เรียกว่า Audio Snapshot
- วิธีการทำงาน : เพียงแค่เราใช้การบีบ (Pinch Gesture) ที่ก้านหูฟัง ตัวหูฟังจะทำการบันทึกเสียงสั้นๆ ของสิ่งที่เรากำลังฟังอยู่ ณ ตอนนั้นทันที
- การนำไปใช้งาน : ไฟล์เสียงที่บันทึกไว้จะถูกส่งไปเก็บไว้ในแอปพลิเคชัน Nothing X บนสมาร์ทโฟนอัตโนมัติ ซึ่งเราสามารถกลับมาเปิดฟังซ้ำ, แก้ไข, แชร์ต่อ หรือแม้กระทั่งสั่งให้ระบบแปลงเสียงเป็นข้อความได้ทันที

บันทึกเสียงการโทรและประชุมได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง
เอาใจคนทำงานยุคใหม่ด้วยระบบ Built-in Call Recording ที่สามารถบันทึกเสียงระหว่างการโทรศัพท์หรือการประชุมออนไลน์ผ่านหูฟังได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 2 ชั่วโมง โดยระบบจะมีการส่งเสียงแจ้งเตือน (Audible Notification) ให้ผู้ร่วมสนทนาทุกคนในสายทราบว่า “กำลังเริ่มบันทึกเสียง” เพื่อความเป็นส่วนตัวและถูกต้องตามหลักความปลอดภัย
พลังเสียงระดับ Hi-Res และระบบตัดเสียงรบกวนที่ฉลาดขึ้น

ด้านคุณภาพเสียง Nothing Ear (3a) ขับเคลื่อนด้วยไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มม. พร้อมรองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงอย่าง LDAC และ Hi-Res Audio Wireless นอกจากนี้ ยังมีระบบปรับแต่งเสียงขั้นสูง (Advanced 8-band EQ) ให้ผู้ใช้งานเลือกปรับแนวเสียงตามใจชอบผ่านแอปฯ

ในส่วนของระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) สามารถตัดเสียงได้สูงสุดถึง 45dB ซึ่งทาง Nothing เผยว่าในรุ่นนี้มีการขยายช่วงความถี่ในการตัดเสียงรบกวนให้กว้างขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนโดยรวมดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 17%
แบตเตอรี่อึดขึ้น พร้อมระบบชาร์จไว
เรื่องการใช้งานนอกบ้านก็หมดห่วง เพราะแบตเตอรี่ในรุ่นนี้ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้ยาวนาน
- ปิด ANC : ตัวหูฟังใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง และเมื่อชาร์จร่วมกับเคสจะอยู่ได้ยาวนานรวมเป็น 42 ชั่วโมง
- เปิด ANC : ใช้งานร่วมกับเคสชาร์จได้ยาวนานสูงสุด 25 ชั่วโมง
- ระบบชาร์จไว : หากรีบใช้งาน แค่เสียบชาร์จทิ้งไว้เพียง 5 นาที ก็สามารถนำกลับมาฟังเพลงต่อได้ยาวนานถึง 1 ชั่วโมง พร้อมไฟ LED 3 ระดับ ที่ตัวเคส เพื่อบอกปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ในกล่องยังแถมจุกหูฟังขนาดเล็กพิเศษมาให้เลือกเปลี่ยน เพื่อให้ตอบโจทย์สรีระใบหูของคนเอเชียหรือคนที่มีช่องหูขนาดเล็ก ให้สวมใส่ได้สบายยิ่งขึ้นด้วย

สเปค Nothing Ear (3a)
- ไดรเวอร์เสียง (Driver) : Dynamic Drivers ขนาด 12 มม.
- ระบบเสียงความละเอียดสูง : รองรับ Hi-Res Audio Wireless และตัวแปลงสัญญาณ LDAC
- ระบบปรับแต่งเสียง (EQ) : Advanced 8-band Equalizer (ปรับแต่งได้ละเอียด 8 ย่านความถี่)
- ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) : สูงสุด 45dB (ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม 17%)
- หน่วยความจำในตัว : Flash Storage ขนาด 32MB
- การเชื่อมต่อไร้สาย : Bluetooth 6.0 / รองรับ Dual-device connectivity (ต่อได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน)
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น : ระดับ IP54 (ทั้งตัวหูฟังและเคสชาร์จ)
- แบตเตอรี่ (ปิด ANC) : หูฟังฟังได้นาน 10 ชั่วโมง / รวมเคสชาร์จสูงสุด 42 ชั่วโมง
- แบตเตอรี่ (เปิด ANC) : รวมเคสชาร์จสูงสุด 25 ชั่วโมง
- ระบบชาร์จไว : ชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้งานต่อได้นานถึง 1 ชั่วโมง
ราคาและการวางจำหน่าย
Nothing Ear (3a) มีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีคลาสสิกอย่าง ดำ, ขาว, เหลือง และสีสันใหม่ล่าสุดประจำซีรีส์นี้ คือ สีชมพู (Pink)
- ราคา 99 ปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 4,500 บาท)




ส่วนกำหนดการเข้าไทยและราคาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ต้องรอติดตามการประกาศจากตัวแทนจำหน่ายอีกครั้งหนึ่ง

Comment