fbpx
News

ทีมวิจัยโดยทุนจาก Elon Musk ประสบความสำเร็จสร้าง​ AI ที่เขียนบทความขึ้นเองได้ แต่ต้องถูกทำแท้งเพราะน่าสะพรึงเกินไป

ทีมนักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ชื่อ OpenAI ได้มีความพยายามศึกษาและพัฒนาซอฟแวร์ text generation ที่จะสามารถพยากรณ์คำศัพท์ต่อไปในประโยคด้วย AI ได้ด้วยความแม่นยำ แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้น กลับเหนือความคาดหมายไปมากเพราะปัญญาประดิษฐ์ดันสามารถเลียนแบบวิธีการเขียนอันสมบูรณ์แบบเช่นมนุษย์ได้เลย แต่พวกเขามองว่านี่มันเกินจุดประสงค์แรกไปมากและอาจจะเป็นอันตรายจึงได้ตัดสินใจทำการยุติโครงการพัฒนานี้เอาไว้จนกว่าจะหาคำตอบให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้เสียก่อน…

Elon Musk นับเป็นหนึ่งในหลายผู้นำด้านเทคโนโลยีในช่วงปีที่ผ่านมา ที่ออกมาให้ความเห็นที่เกี่ยวข้องกับ Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ในเชิงกังวล เพราะเขาเชื่อว่า “ปัญญาประดิษฐ์อาจเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ” โดย Musk เองนั้นเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนเงินทุนให้กับทีมวิจัยที่ไม่หวังผลกำไรด้าน AI นามว่า OpenAI และถึงแม้ว่า Musk จะไม่ได้มีบทบาทเชิงรุกต่อองค์กรนี้มากนักแต่จากผลงานล่าสุดนั้นอาจเชื่อได้ว่า พวกเขามีความคิดและความกังวลไปในทางเดียวกันหลังจากที่ ทีม OpenAI ได้ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในการสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่สุดจะเพอร์เฟ็กต์ในการพยากรณ์คำศัพท์และสร้างประโยคที่สมบูรณ์ เว้นเสียแต่ว่าในรายงานล่าสุด พวกเขามองว่ามันเก่งกาจเกินความคาดหมายไปไกลจนอาจเป็นอันตรายได้นั่นเอง

การทดสอบ AI กับฐานข้อมูลขนาดมหึมา นำมาซึ่งประโยคและแกรมม่าที่สมบูรณ์

รอบนี้ของการทดสอบและพัฒนา ทีมวิจัยได้ใช้ข้อมูลขนาด 40GB ที่ดึงมาจากเว็บไซต์กว่า 8 ล้านเว็บในการฝึกซอฟแวร์ปัญญาประดิษฐ์ “GPT-2” ซึ่งนับเป็นข้อมูลปริมาณมหาศาลที่ใหญ่กว่าการทดสอบรอบก่อนหน้าถึง 10 เท่าตัว โดยที่ครั้งนี้เซ็ตของข้อมูลถูกรวบรวมผ่านเว็บไซต์ Reddit โดยคัดเอาเฉพาะกระทู้ที่ได้รับการกด Upvotes มากกว่า 3 ขึ้นไป (ถึงตรงนี้หากไม่รู้จัก Reddit ให้เพื่อนๆนึกภาพของกระทู้พันทิปและการกดบวกให้กับจขกท. 😆 ) และหลังจากการฝึกประมวลผลข้อมูลสำเร็จแล้ว ปัญญาประดิษฐ์นี้สามารถสร้างข้อความขนาดเล็กได้และยังคาดเดาคำต่อๆไปในประโยคได้อย่างทันทีทันใดโดยมีปัญหาเพียงแค่กับเนื้อหาคำศัพท์ทางเทคนิคหรือเนื้อหาเฉพาะทางที่ซับซ้อนเป็นพิเศษเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นบทสนทนาทั่วๆไปแล้ว ซอฟแวร์นี้สามารถสร้างชุดตัวอย่างของประโยคที่สมบูรณ์ได้กว่า 50% ของการทดลอง

เมื่อ AI ร้อยเรียงเรื่องราว ทั้งยังสร้างโทนของอารมณ์ได้อย่างน่าทึ่ง

ตัวอย่างหนึ่งของย่อหน้าที่ซอฟแวร์นี้สร้างขึ้นมา:

ในการค้นพบสุดระทึก นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่าฝูงยูนิคอร์นที่อาศัยอยู่ ณ สถานที่อันไกลโพ้นในหุบเขาที่ไม่เคยถูกพบเห็น ตั้งอยู่ในภูเขา Andes มันยิ่งน่าแปลกใจมากขึ้นไปอีกสำหรับนักวิจัยก็เพราะความจริงที่ว่า ยูนิคอร์นพวกนี้พูดภาษาอังกฤษได้อย่างสมบูรณ์แบบ…

จากตัวอย่างสั้นๆข้างต้นแสดงให้เห็นถึงความพิลึกที่ดูเหมือนจะมีนัยยะอะไรบางอย่างในกระบวนการคิดของ AI นี้ซึ่งนอกจากมันจะดูเป็นประโยคที่พิลึกแล้ว มันยังดูเสมือนเป็นการเรียบเรียงพรรณนาสุดสลวยที่คิดขึ้นมาโดยมนุษย์เสียด้วยซ้ำไป ไปดูกันต่อกับเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษอีกนิดว่า AI ร้อยเรียงเรื่องราวอะไรเอาไว้อย่างไร:

นอกจาก GPT-2 จะสามารถเรียบเรียงถ้อยคำ รูปแบบภาษาที่สมบูรณ์และสละสลวยได้จากเนื้อหาที่ถูกโยนให้เรียนรู้แล้ว สำนักพิมพ์ The Guardian ยังมีโอกาสได้ร่วมทดสอบซอฟแวร์นี้โดยป้อนเนื้อหาส่วนหนึ่งจากนวนิยายดิสโทเปียชื่อดังอย่าง 1984 ของนักเขียนชาวอังกฤษ George Orwell ไปให้เจ้า AI นี้ และปรากฏผลลัพธ์ออกมาว่าปัญญาประดิษฐ์ชุดนี้ยังสามารถสร้างเรื่องและจับทางของโทนอารมณ์และเล่าออกมาในรูปแบบของมันเองได้ราวกับมีทีมบรรณาธิการมาเองทั้งทีมเลยทีเดียว

ความกังวลต่อความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างบทความ

ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งนี้ไม่ได้เพียงแต่น่าประทับใจเท่านั้น แต่ทั้งทีมทดสอบนั้นได้แสดงความกังวลถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า หากนวัตกรรมเช่นนี้ถูกปล่อยออกไปสู่อุตสาหกรรมข่าว โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจข่าวแท็บลอยด์ นักเต้าข่าว สร้างกระแสเพื่อขายข่าว นี่อาจจะเป็นก้าวใหม่ที่พลิกโฉมทั้งวงการแท็บลอยด์เลยก็ว่าได้ ถ้าข่าวปลอม ข่าวลือมันสร้างได้ราวกับติด Turbo-charge แค่โยนเนื้อหาอะไรที่อยากจะสร้างกระแสให้กับ AI มันก็จะเล่าออกมาในรูปแบบที่อาจดึงอารมณ์ของผู้อ่านทั้งหลายให้คล้อยตามได้แต่โดยง่าย มิหนำซ้ำทีมจาก The Guardian ที่มาร่วมทดสอบยังบอกอีกว่า แกรมม่าของปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ดีกว่าของนักเขียนข่าวปลอมซะอีก แถม AI ใช้เวลาแค่ 15 วินาทีก็สร้างคอนเท้นท์ออกมาขายได้แล้ว 💡

นอกจากนั้นทีม OpenAI ยังกังวลอีกว่าซอฟแวร์นี้อาจถูกนำไปใช้ได้กับการสร้างอีเมลสแปม หลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคล หรือแม้แต่การละเมิดอื่นๆบนโลกออนไลน์ได้อย่างแยบยล ถึงแม้ว่ามันอาจสร้างประโยชน์อื่นได้อีกมากมายเช่นกันก็ตาม ทางทีมจึงจำเป็นที่จะต้องหยุดการพัฒนาเอาไว้ก่อนโดยจะต้องร่วมมือกับ AI Community เพื่อช่วยกันศึกษาหาแนวทางที่จะสามารถนำเทคโนโลยีแบบนี้มาใช้ได้โดยที่มาการควบคุมที่ดีพอเพื่อให้มั่นใจว่าจริยธรรมของมนุษย์จะไม่ถูกก้าวล่วงไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยทางทีมจะมีการประกาศถึงผลการศึกษาครั้งต่อไปราวๆ 6 เดือนต่อจากนี้อีกทีนึง

ที่มา: Gizmodo

14 Comments

  1. Avatar

    copsychus Post on February 19, 2019 at 10:01 pm

    #1004950

    แต่ แต่ แต่ . . . ถ้ามันออกมา เราก็จะได้ การแปลภาษาที่ดียิ่งขึ้น . . ดีกว่า google translate ตอนนี้ ที่แปลประโยคยาวๆไม่ได้

  2. ytti10

    ytti10 Post on February 19, 2019 at 10:32 pm

    #1004951

    ลองเอามาวิเคราะห์การเมืองไทยดูซิ….อิอิอิ

  3. Avatar

    zkeeper43 Post on February 20, 2019 at 6:25 am

    #1004958

    AI ไม่น่ากลัวถ้ามันไม่ละเมิดจริยธรรมมนุษย์ ผมมอง AI คือหุ่นดรอยด์ใน Star Wars มากกว่าจะเป็น Skynet นะ

    • Avatar

      Zatang Post on February 20, 2019 at 10:42 am

      #1004967

      ที่เค้าหยุด เค้าไม่ได้กลัว AI ครับ เค้ากลัวคนนี่แหละ จะเอาไปใช้ผิดวิธี

    • Avatar

      e20rsn Post on February 20, 2019 at 2:21 pm

      #1004981

      ตอนนี้มันสสมารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์นี่สิ

    • Avatar

      zkeeper43 Post on February 20, 2019 at 3:01 pm

      #1004983

      @Zatang     แป่ว ผมอ่านแล้วตีความผิด 555
      .
      .
      @e20rsn     ผมจำได้ว่ามันมีกฎ 3 ข้อในการสร้างหุ่นยนต์คือ 1. หุ่นต้องไม่ทำร้ายมนุษย์ 2. หุ่นต้องฟังคำสั่งมนุษย์แต่ต้องไม่ขัดกับข้อแรก 3. หุ่นสามารถปกป้องตัวเองได้โดยไม่ขัดกับ 2 ข้อแรก ผมว่าต่อให้มันอยู่ด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าไม่มีมนุษย์มันก็คงขาดเป้าหมายของมัน (มั้งครับ)

  4. yimnote

    yimnote Post on February 20, 2019 at 9:16 am

    #1004962

    คิดหรอว่าเค้าทำแท้งจริงๆ

  5. Avatar

    hearnfar Post on February 20, 2019 at 9:56 am

    #1004964

    ในปี ค.ศ. 2039 โลกถูกปกครองด้วยระบบคอมพิวเตอร์ชื่อ "Alphabet" และมีกลุ่มต่อต้านที่มีผู้นำชื่อ "Elon Musk" ก่อนที่กลุ่มต่อต้านจะถล่ม Server ของ Alphabet, Alphabet ได้ส่งหุ่นยนต์สังหารย้อนเวลามายังรัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี ค.ศ. 2019 เพื่อสังหาร Elon Musk ซึ่งในขณะนั้นเป็น CEO ของ "TESLA"

    • truss1

      truss1 Post on February 20, 2019 at 11:20 am

      #1004970

      ตอนนี้Al ของโครงการนี้กำลังอ่านข่าวตัวเองโดนยุติโครงการในโลกInternetในหลายๆภาษา และ หนึ่งในทีม OpenAI ได้แอบย้ายAI ตัวนี้ขึ้น server แล้วปล่อยให้มันเรียนรู้ไปเรื่อยๆจนวันนึงมันได้พัฒนาตัวเองกลายเป็น Ultron สูดกาวต่อแพรพ

    • Avatar

      thesunho Post on February 20, 2019 at 12:14 pm

      #1004973

      คิดแบบนั้นจริงๆนะครับ ผมว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายเลยในอนาคต มนุษยชาติอาจจะถึงจุดจบได้เพราะเหตุนี้ แต่ก็อาจจะเกินทางท่องอวากาศที่ไร้จุดสุดที่รับรู้ได้เพราะการประมวลผมจากปัญญาประดิษฐ์นี้ได้เช่นกัน

  6. Avatar

    Pikaboy Post on February 20, 2019 at 3:20 pm

    #1004984

    AI เนี่ย มันไม่ใช่ robot ธรรมดาที่ต้องป้อนคำสั่งไปแล้วให้มันทำตามนะครับ

    มันคือหุ่นที่สามารถคิดอะไรใหม่ๆ ได้เองเรื่อยๆ เรียนรู้ได้เองเรื่อยๆ พัฒนาตัวเองได้ บางอย่างมันน่ากลัว จะพูดว่าเหมือนในหนังที่เราดูๆ กันก็ได้ แม้ว่าตอนนี้อาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่อนาคตไม่แน่

  7. Pegasus7th

    Pegasus7th Post on February 21, 2019 at 8:26 pm

    #1005134

    เขียนโปรแกรมที่คิดเองไม่ได้ยังมีบั๊ก มีช่องโหว่เพียบ
    เขียนโปรแกรมที่คิดเองได้ขึ้นมานี่ มันจะมีบั๊ก มีช่องโหว่ ให้ AI มันเพี้ยนได้มากมายเช่นกัน

  8. Avatar

    bankds117 Post on February 22, 2019 at 1:31 pm

    #1005175

    AI ต่อไปก็จะเหมือนโดราเอม่อน ที่ทำอะไรได้เหมือนมนุษย์คนนึง มีจิตใจ มีความรู้สึก คิดเอง ตัดสินใจเองได้
    แต่ถ้าคนเอาไปใช้ในทางที่ผิด อนาคตก็อาจจะน่ากลัวมากกว่านี้

Leave a Reply

To Top