แบรนด์มือถือยอดนิยมอย่าง OPPO ที่ตอนนี้เริ่มมีส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จากเหล่ามือถือระดับคุณภาพที่ยัดสเปค และฟีเจอร์เทพๆ ไม่เหมือนใคร แถมยังมีแบรนด์ลูกอย่าง realme ที่มีจุดเด่นตรงสเปค+ฟีเจอร์ ในราคาสุดคุ้มออกมาอีก ทำให้ตอนนี้มีการใช้งาน ColorOS ทั่วโลกกว่า 300 ล้านเครื่องเลยทีเดียว ซึ่งมือถือเหล่านั้นก็กำลังจะได้รับการอัพเดทเป็น ColorOS 7 รุ่นล่าสุด ในอีกไม่นานนี้แล้วด้วย

ในการอัพเดทเป็น ColorOS 7 แน่นอนว่าจะต้องมีการแก้ไขและปรับปรุงการใช้งานโดยรวมให้ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นจุดบกพร่อง หรือ Bug ต่างๆ รวมถึงยังเพิ่มความสามารถใหม่ๆ เข้ามาให้การใช้งานสมบูรณ์กว่าเดิม

UI ดีไซน์ใหม่

หน้าตาของ ColorOS 7 จะถูกปรับปรุงให้ดูเรียบขึ้น สีสันของหน้าจอและไอคอนต่างๆ จะดูสบายตากว่าเดิม แถมยังสามารถปรับแต่งขนาดของไอคอนได้ตามใจอีกด้วย ส่วนเสียงเอฟเฟ็คท์อย่างพวกเสียงแจ้งเตือนใหม่ๆ ทาง OPPO ยังได้ไปจับมือกับบริษัท Episound เพื่อออกแบบเสียงเหล่านั้นสำหรับใช้งานกับ ColorOS 7 นอกจากนี้เรายังสามารถปรับแต่งขนาดของไอคอนบนหน้าจอได้ตามใจอีกด้วย

ระบบจัดการประสิทธิภาพเครื่องที่ประหยัดไฟกว่า และเร็วกว่า

ColorOS 7 ได้เพิ่มระบบจัดการการทำงานของ RAM ใหม่ ทำให้มือถือรุ่นต่างๆ ที่ใช้ ColorOS 7 เปิดแอปได้เร็วกว่าเดิมถึง 40% และใช้พลังงานน้อยกว่าเดิมถึง 30% แถมยังทำให้การบังคับเกมด้วยหน้าจอสัมผัสแม่นยำ รวดเร็ว และติดนิ้วกว่าเดิม

โหมดถ่ายรูปใหม่

ColorOS 7 จะเพิ่มโหมดถ่ายรูปใหม่ๆ เข้ามาให้ได้เล่นกัน ทั้ง Portrait Mode 2.0, Night Mode, Super Focus Mode และแอปตัดต่อวิดีโอ Soloop ที่ฝังมาใน Gallery ให้เราสามารถแต่งวิดีโอแล้วแชร์สู่โลกโซเชียลได้เลย

Always-on Dark Mode

ฟีเจอร์ที่หลายๆ คนรอคอย เพราะมันจะปรับให้หน้าจอมือถือแสดงผลแอปต่างๆ เป็นสีโทนมืด เพื่อให้ใช้งานได้สบายตาขึ้น และไม่ทำให้ตาล้าจากการใช้งานในที่แสงน้อย โดย Always-on Dark Mode ใน ColorOS 7 ยังสามารถใช้งานกับแอปอื่นๆ ได้ด้วย นอกจากนี้การเปิดโหมดดังกล่าวยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ถึง 38% เลยทีเดียว

แบ่งการใช้งานหน้าจอ

ใน ColorOS 7 เราสามารถแบ่งหน้าจอออกเป็น 2 ส่วน บน-ล่าง เพื่อใช้งาน 2 แอปไปพร้อมๆ กันได้เลย ไม่ว่าจะดูซีรีส์ไป แชทกับเพื่อนไป หรือจะเล่นเน็ตไปพร้อมกับอัพเดทข้อมูลในโซเชียลก็ทำได้สบายแฮ

บันทึกหน้าจอได้ง่ายๆ

ColorOS 7 รองรับการบันทึกหน้าจอแบบวิดีโอในตัวโดยไม่ต้องลงแอปเพิ่ม แถมยังควบคุมการบันทึกได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Pause หยุดบันทึกชั่วคราว และกดบันทึกต่อได้เลยในปุ่มเดียวกัน

เล่นเพลงเดียวกันบนมือถือหลายเครื่องด้วย Music Party

ฟีเจอร์สุดเท่ ที่จะเชื่อมต่อมือถือระบบ ColorOS 7 หลายๆ เครื่องแล้วเล่นเพลงเดียวกันไปด้วยได้ เพิ่มความดังของเพลงให้มากขึ้นตามจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ แค่นี้ก็สามารถสร้างปาร์ตี้ย่อมๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งลำโพงเสริมแล้ว

มือถือที่จะได้รับการอัพเดท ColorOS 7 และช่วงเวลาที่จะได้รับ

สำหรับมือถือที่จะได้รับการอัพเดท ColorOS 7 เร็วที่สุดก็คือซีรีส์ Reno รุ่นท็อปๆ ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2019 เป็นต้นไป จนถึงช่วงกลางปี 2020

มือถือ OPPO

สำหรับ OPPO Reno และ Reno 10x Zoom Edition จะได้รับการอัพเดท ColorOS 7 เวอร์ชั่นทดลองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนรุ่นอื่นๆ ก็ตามนี้เลยครับ

เดือนธันวาคม 2019

  • Reno2
  • F11 
  • F11 Pro 
  • F11 Pro Marvel’s Avengers LimitedEdition

ไตรมาสแรกของปี 2020

  • Find X
  • Find X Lamborghini Edition
  • Find X SuperVOOC Edition
  • Reno2 F
  • Reno Z 
  • R17
  • R17 Pro
  • RX17 Pro
  • Reno2 Z 
  • A9

ไตรมาสที่ 2 ของปี 2020

  • F7
  • F7 128G
  • F9
  • F9 Pro
  • R15
  • R15 Pro A5 2020
  • A9 2020
  • K3

นอกจากนี้ภายในงานเปิดตัว ColorOS 7 ที่ประเทศจีน OPPO ยังได้แย้มๆ ว่าในเดือนธันวาคมจะเปิดตัวมือถือภาคต่อ OPPO Reno 3 ซึ่งจะเป็นมือถือรุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมกับ ColorOS 7 ตั้งแต่ออกจากกล่องเลย แถมยังรองรับการใช้งาน 5G อีกด้วย ส่วนสเปคอื่นๆ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลออกมาครับ