เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทาง nubia ได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในสังกัดเพิ่มมาอีก 3 รุ่น M2, M2 lite และ N1 lite ซึ่งตอนนี้เจ้า M2 lite ที่นับว่าเป็นรุ่นกลางก็ได้มาอยู่ในมือของเราแล้ว โดยจุดเด่นของมันก็คือเน้นในเรื่องของกล้องหน้าที่มีความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล แต่ว่ามาพร้อมกับสเปคที่ดูงงๆ ส่วนการใช้งานอย่างอื่นจะเป็นอย่างไรนั้น เข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้เลยครับ

สเปค

มาเริ่มที่การไล่สเปคของ nubia M2 lite กันก่อนเลย แต่ต้องบอกก่อนว่า รอบนี้ nubia ทำ M2 lite ออกมาสองรุ่นให้เลือกตามความเหมาะสมกับการใช้งาน โดยจะมีรุ่น RAM 3GB/ ROM 64GB สำหรับคนที่ชอบเก็บบันทึกข้อมูลเยอะๆ หรืออีกรุ่นก็คือ RAM 4GB/ ROM 32GB สำหรับคนที่ชอบการใช้งาน RAM เยอะๆ ส่วนรุ่นที่เราได้มารีวิวก็คือรุ่น RAM 3GB/ ROM 64GB ครับ

  • OS: Android 6.0 Marshmallow with nubia UI 4.0
  • หน้าจอ: 5.5 นิ้ว TFT ความละเอียด HD 1280 x 720 พิกเซล
  • CPU: MediaTek MT6750 Helio-P10 Octa-core 1.5GHz
  • GPU: Mali-T860
  • RAM: 3GB / 4GB
  • หน่วยความจำภายใน: 64GB / 32GB รองรับ microSD การ์ดสูงสุด 128GB
  • กล้องหลัง: 13 ล้านพิกเซล, f/2.2, Auto Focus, LED flash
  • กล้องหน้า: 16 ล้านพิกเซล, f/2.0, LED flash
  • การเชื่อมต่อ:
    • Wi-Fi 802.11 b/g/n/ac
    • Bluetooth 4.0 BLE
    • GPS, GLONASS, BDS
    • รองรับ 4G LTE
    • รองรับ Full Netcom 3.0
  • รองรับ dual Nano SIM แบบ Hybrid slot
  • เซ็นเซอร์:
    • เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์
    • G-sensor
    • Light sensor
    • Proximity sensor
  • ระบบเสียง: Dolby Sound 7.1 และ Hi-Fi audio
  • แบตเตอรี่: 3,000 mAh ถอดไม่ได้
  • สัดส่วน: 155.73 x 76.70 x 7.50 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 164 กรัม
  • ราคา: 6,990 บาท

 

แกะกล่อง

ได้เวลาลุยแกะกล่องกันแล้ว เมื่อเราเปิดกล่องขึ้นมาก็จะเจอกับเจ้า M2 lite นอนรอให้เราหยิบออกมาวางไว้ข้างๆ แล้วดูของแถมด้านในกันแล้ว… ไม่ใช่ละ!!!

อุปกรณ์อื่นๆ ที่ให้มาด้วยก็จะมี อแดปเตอร์ชาร์จไฟ สาย microUSB และ เข็มจิ้มซิม แต่ไม่มีหูฟังแถมมาให้นะครับ

อแดปเตอร์ชาร์จไฟที่ให้มากับ M2 lite นั้นปล่อยไฟอยู่ที่ 5V 1.5A ครับ ซึ่งเครื่องที่ผมได้นั้นมาพร้อมกับอแดแเตอร์ที่เขียนเป็นภาษารัสเซีย ทำให้อันนี้ไม่แน่ใจว่าถ้าซื้อในบ้านเราจะเขียนเป็นภาษาอะไร และจะปล่อยไฟที่เท่าไหร่ด้วย

 

ตัวเครื่อง

nubia M2 lite หน้าจอ TFT ขนาด 5.5 นิ้ว มีความละเอียดอยู่ที่ HD 1280 x 720 พิกเซล โดยสีสันก็ยังคงจัดจ้านเหมือนกับ nubia รุ่นก่อนหน้านี้ แต่ด้วยความที่หน้าจอมีความละเอียดแค่ HD 720p ทำให้มองเห็นเม็ดพิกเซลได้อย่างชัดเจน ก็น่าแปลกใจว่าทำไม nubia ถึงปรับสเปคของหน้าจอลงมา ทั้งๆ ที่ตอน N1 ก่อนหน้านี้ที่มีราคาถูกกว่ายังใช้เป็นหน้าจอ Super LCD FullHD 1080p อยู่เลย

ด้านบนหน้าจอมี กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ลำโพงสนทนา และเซนเซอร์วัดระยะ รวมไปถึงเซนเซอร์วัดแสง ที่แอบซ่อนอยู่

ด้านล่างนั้นมีปุ่มโฮมแบบเตะที่ทำหน้าที่เป็นตัวสแกนลายนิ้วมือที่เราสามารถปลดล็อกได้โดยไม่ต้องกดเปิดหน้าจอก่อนเลย โดยเท่าที่ลองดูก็รู้สึกว่าเร็วใช้ได้ ซึ่งตัวสแกนลายนิ้วมือของ M2 lite ยังสามารถเอาไว้ใช้ปลดล็อกแอพที่เราตั้งค่าไว้ได้ด้วย

ส่วนทางด้านซ้ายและขวาของปุ่มโฮม ก็คือ ปุ่ม setting และ ปุ่ม back ซึ่งอาจจะมองไม่ออกเพราะว่าเป็นเพียงแค่จุดไฟ LED สีแดงสว่างขึ้นมาเท่านั้น แต่ว่าเราสามารถที่จะสลับได้ว่าจะให้อะไรอยู่ซ้าย อะไรอยู่ขวา แต่ก็ยังติดใจตรงที่ทำไมไม่ใช้เป็นปุ่ม recent apps แทนปุ่ม setting โดยถ้าเราจะเรียกใช้งาน recent apps ก็ต้องกด back ค้างเอา นอกจากนี้ไฟ LED สีแดงสองดวงนี้ก็ทำหน้าที่เป็นไฟ LED แจ้งเตือนด้วย

สำหรับตัวเครื่องของ M2 lite นั้นใช้วัสดุที่เป็นโลหะทั้งหมด ซึ่งตัวที่ได้มาลองนั้นเป็นเครื่องสีดำทอง เท่าที่ลองจับลองเล่นดูก็ถือว่างานประกอบทำออกมาได้ดี บริเวณขอบก็ทำมารับกกลับกระจกแบบ 2.5D ได้เนียนดี แต่ขอบทองนั้นเป็นรอยง่ายพอสมควร

ด้านหลังนั้นเรียบๆ มีโลโก้ nubia ที่คุ้นเคยอยู่ตรงกลาง และมีกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล อยู่ โดยมีขอบสีแดงล้อมรอบที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันเลนส์ ทางด้านข้างเป็นไฟแฟลช LED พร้อมกับแถบเสาสัญญาณด้านบนและล่าง

หันมาทางด้านซ้ายของตัวเครื่องก็จะเจอกับ ปุ่มเพิ่มลดเสียง

ส่วนทางขวาก็จะเป็นปุ่มพาวเวอร์ และถาดใส่ซิม

โดยถาดใส่ซิมเป็นแบบ hybrid slot คือ ต้องเลือกเอาว่าจะใช้งานสองซิม หรือจะใช้งานหนึ่งซิมบวกกับ microSD การ์ด

ด้านบนนั้นมีเพียงแค่ไมค์ตัวที่สองเพื่อใช้ในการตัดเสียงเท่านั้น สุดท้ายก็คือด้านล่างของตัวเครื่อง ที่มาพร้อมกับรูหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ช่องเสียบ microUSB ที่ดูแว๊บแรกแล้วนึกว่าเป็นช่อง Type-C เพราะตัดช่องมาซะเนียน แต่แอบสอดไส้เอาไว้ ซึ่งก็เป็นอีกจุดที่น่าแปลกใจ เพราะว่าตอน N1 ก็ได้ใช้ USB Type-C แล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงย้อนกลับมาใช้ microUSB เหมือนเดิม ส่วนช่องสุดท้ายคือ ช่องลำโพง ที่มีไมค์ซ่อนอยู่ในนั้น

 

ประสิทธิภาพและการใช้งาน

nubia M2 lite นั้นมีสเปคที่ค่อนข้างจะใกล้เคียงกับตอน N1 โดยมาพร้อมกับชิป MediaTek MT6750 Helio-P10 และ RAM 3GB ซึ่งคอมโบนี้เวลาใช้งานทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ปกติ แต่ก็จะมีบางจังหวะที่กระตุกและหน่วงให้เห็นบ้าง อย่างเช่นตอนไถผ่านหน้า Facebook เร็วๆ เป็นต้น

ส่วนการเล่นเกมก็อาจจะต้องเลือกหน่อยว่าจะเล่นเกมหนักขนาดไหน อย่างเท่าที่ลองเล่น ROV มาดูก็สามารถเล่นได้ปกติ อาจจะโหลดเสร็จช้ากว่าคนอื่นหน่อย แต่ตอนเล่นไม่มีอาการกระตุก แต่ถ้าลองเล่นเกมที่มีกราฟฟิคหนักกว่าอย่าง ก็จะเห็นว่ามีอาการกระตุกให้เห็นอย่างชัดเจน

สำหรับผลการทดสอบ benchmark ผ่านแอพ AnTuTu ก็จะได้อยู่ที่ประมาณ 41,000 ปลายๆ ครับ

ในเรื่องของ GPS นั้น M2 lite ก็ยังถือว่าอยู่ในช่วงที่พอรับได้ โดยเมื่อเปิดใช้งานก็ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถที่จะจับตำแหน่งได้แล้ว แต่ว่ายังเจอปัญหาการจับตำแหน่งไม่นิ่งบ้าง มีการกระโดดไปมาบ้างในบางจังหวะ

รุ่น M2 lite นี้ไม่ได้เป็นรุ่นที่ชูในเรื่องของแบตเตอรี่ซักเท่าไหร่นัก เพราะว่าให้แบตมาที่ 3,000 mAh โดยจากเท่าที่ลองใช้งานจริง เล่นเฟส สตรีมเพลง เล่นเว็บ ก็สามารถอยู่ได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ซึ่งการใช้งานหน้าจอก็สามารถใช้ได้ประมาณ 4 ชั่วโมงนิดๆ แต่ถ้าหากว่าจะเล่น YouTube หรือเล่นเกมไปด้วยก็จะได้น้อยกว่านี้ครับ

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

nubia M2 lite มาพร้อมกับ Android 6.0 Marshmallow ครอบโดย nubia UI 4.0 โดยตัว launcher นั้นจะคล้ายกับสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนเจ้าอื่นๆ ก็คือ ไม่มี app drawer ซึ่งเมื่อเราดาวน์โหลดแอพใหม่เข้ามา ทุกอย่างก็จะถูกแสดงอยู่บนหน้า home screen ทันทีนั่นเอง

สำหรับจุดเด่นในเรื่องของซอฟต์แวร์นั้นก็ต้องบอกว่าคล้ายกับของตอน N1 ก็คือ Mini Launcher ที่ทำการแบ่งหน้าจอออกเป็นสองหน้าจอ ซึ่งส่วนตัวแล้วเป็นฟีเจอร์ที่ชอบมากๆ เพราะว่าไม่มีการจำกัดในเรื่องของแอพเลย เราสามารถที่จะเปิดแอพอะไรก็ได้ในเครื่อง จะเล่นเกมพร้อมกันสองหน้าจอเลยก็ยังได้

อีกหนึ่งฟีเจอร์ก็คือ Edge gestures หรือที่ภาษาไทยนั้นแปลว่า เลื่อนไปยังขอบจอ โดยเราสามารถที่ไถขอบจอเพื่อเรียกใช้งานคำสั่งพิเศษต่างๆ ได้ แต่ว่าเท่าที่ลองดูคือ ยังตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร แถมยังเจอปัญหาการใช้งานกับแอพที่ Hamburger เมนู อีกด้วย เพราะว่าการลากเพื่อเปิดแถบเมนูนั้นยากมาก ไถจนเลขจะขึ้นเจอแล้วก็ยังไม่แสดง

 

สำหรับคำสั่งพิเศษต่างๆ ก็มีดังนี้

  • แตะที่ขอบจอค้างแล้วไถเพื่อเลือกหน้าโฮมสกรีนที่ต้องการ
  • ไถขึ้นลงจากขอบจอเพื่อสลับไปยังแอพล่าสุด
  • ไถนิ้วขึ้นลงรัวๆ เพื่อเป็นการล้างแอพ
  • ไถนิ้วขึ้นหรือลงที่ขอบจอทั้งสองข้างเพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ
  • กดที่บริเวณขอบ 2 ที เพื่อเป็นการกลับไปยังหน้าก่อนหน้า

นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์ Touch gestures อีกด้วย ซึ่งอันนี้ไม่ได้เป็นการลากนิ้วที่ขอบจอ แต่ว่าเป็นการลากนิ้วที่หน้าจอเลย โดยฟีเจอร์ต่างๆ ในหมวดนี้ก็จะมีคร่าวๆ ดังนี้

  • แตะจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ
  • เอาฝ่ามือบังหน้าจอเพื่อล็อกหน้าจอ
  • ลาก 3 นิ้วขึ้นหรือลงเพื่อทำการเก็บภาพ screenshot
  • ลาก 3 นิ้วไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อทำการสลับแอพไปมา

ส่วนการถ่ายภาพ screenshot ของ M2 lite นั้นจะแตกต่างจากชาวบ้านเค้าอยู่เล็กน้อย เพราะโดยปกติแล้วจะเป็นการกดปุ่มพาวเวอร์และปุ่มลดเสียงค้างไว้แปปนึง แต่ว่า M2 lite นั้นเป็นการกดและปล่อยอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็เพราะว่าการกดค้างไว้จะเป็นการเรียกใช้งาน Super screenshot ที่เราสามารถจะทำการเลือกได้ว่า จะเก็บภาพหน้าจอแบบยาวๆ ลงมา หรือว่าจะตัดออกเป็นลวดลายต่างๆ รวมไปถึงการบันทึกหน้าจอเป็นแบบวิดีโอก็ได้เช่นเดียวกันครับ นับว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สะดวกดี

 

กล้อง

กล้องหลังของ nubia M2 lite มีความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล โดยมีรูรับแสงอยู่ที่ f/2.2 แต่จุดเด่นนั้นอยู่ที่กล้องหน้าที่มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงอยู่ที่ f/2.0

ส่วนลูกเล่นก็ใส่มาให้เหมือนกับรุ่นก่อนๆ เลย โดยมีโหมด camera family ให้ด้วย ซึ่งมีโหมดให้เลือกเล่นเยอะมาก พร้อมกับรองรับการถ่ายภาพแบบ RAW เป็นไฟล์ DNG ด้วย

สำหรับโหมด pro ปกติ สามารถปรับ ความเร็วชัตเตอร์ อุณหภูมิของภาพ ISO และโฟกัสได้ เท่าที่ลองๆ ถ่ายก็รู้สึกว่าการโฟกัสนั้นถือว่าค่อนข้างโอเค ไม่ช้า ไม่เร็ว แต่เมื่ออยู่ในสภาพแสงน้อยแล้วก็มีผลต่อการโฟกัสอย่างเห็นได้ชัด เพราะมักจะหลุดบ่อยๆ และมี noise เยอะพอสมควร

ส่วนโหมด HDR นั้นก็ช่วยดึงเงาขึ้นมาได้เยอะ แต่ก็ทำให้ noise นั้นโผล่มาด้วย ซึ่งเอาจริงๆ ก็ยังไม่แนะนำให้เปิดใช้ซักเท่าไหร่ แถมการเซฟภาพก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร คงต้องรอดูว่าจะมีการอัพเดทซอฟต์แวร์ออกมาแก้ไขในภายหลังหรือเปล่านะครับ

กล้องหน้านั้นถือว่าเป็นจุดเด่นในรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ มี face detection ด้วย ส่วนภาพที่ได้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ถ้าถ่ายตอนกลางคืนก็สามารถเปิดการชดเชยแสงได้ด้วย แต่โหมดบิวตี้ไม่มีให้ปรับอะไรเยอะเท่าไหร่ เพราะมีตัวเลือกให้ปรับแค่อย่างเดียวเท่านั้น โดยทำให้หน้านั้นขาวเนียน ซึ่งปรับเป็นระดับได้ตั้งแต่ 0 – 10

สรุป

nubia M2 lite นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ทำออกมาได้ค่อนข้างสับสนเลยทีเดียว เพราะว่าตอนเปิดตัวมาก็มีด้วยกัน 2 รุ่น แต่ว่าเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับ RAM 3GB/ ROM 64GB ส่วนอีกรุ่นคือ RAM 4GB/ ROM 32GB แทนที่จะทำให้สูงไปด้วยกันทั้งคู่ ส่วนหน้าจอก็เหมือนกับเป็นการลดระดับลงมาจากรุ่นก่อนอย่าง N1 มาเหลือแค่ HD 720p เท่านั้น

การใช้งานโดยรวมนั้นไม่เจอปัญหาอะไรที่ทำให้ต้องรีสตาร์ทเครื่องเลย แต่ว่าเมื่อใช้งานหนักๆ ก็จะเจอกับอาการหน่วงบ้างเพราะ RAM เต็ม ซึ่งอันนี้รุ่น RAM 4GB อาจจะมีโอกาสเจอน้อยกว่า ในส่วนของกล้องนั้นถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าเจอในสภาพแสงน้อยก็จะถ่ายยากหน่อย แต่รุ่นนี้จะได้ในเรื่องของกล้องหน้าที่มีความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล

การเปิดราคามาที่ 6,990 บาท ถ้าเทียบสเปคกับราคาแล้วก็ถือว่าคุ้มอยู่ แต่ต้องบอกตามตรงเลยว่า M2 lite นั้นยังไม่มีอะไรที่โดดเด่นเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆ ในช่วงราคาเดียวกัน โดยทาง nubia จะเริ่มวางจำหน่ายเจ้า M2 lite ในงาน Thailand Mobile Expo วันที่ 18 – 21 พ.ค. นี้ ถ้าใครสนใจก็สามารถลองไปสัมผัสลองเล่นดูก่อนก็ได้ครับ