เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร Samsung Galaxy Z Fold8 ที่ถึงแม้จะเป็นชื่อเดิม แต่เป็นรุ่นใหม่ประจำซีรีส์ที่มาด้วยอัตราส่วนจอแบบใหม่ เน้นกว้างมากขึ้น ตอบโจทย์สายคอนเทนต์ และการพกพาที่กะทัดรัดกว่าเดิมในแบบฉบับ ‘มือถือจอพับใหญ่’ เชื่อว่าหลายคนต้องการเห็นแล้วว่าดีไซน์ และสเปคการใช้งานจริงเป็นยังไง DroidSans สรุปข้อมูลมาให้แล้ว !

ตัวเครื่องสีไฮไลต์ Galaxy Z Fold8 สีชมพู Lavender

ปีนี้ Samsung Galaxy Z Fold8 เปิดศักราชมือถือจอพับฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่ด้วยสีไฮไลต์อย่าง ‘สีชมพู (Lavender)’ ฝาหลังกระจกแบบด้านดูพรีเมียม รู้สึกว่าจับถือแล้วเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก (อาจเป็นเพราะสีตัวเครื่องเป็นโทนสว่าง) ถ้าหากต้องการใช้งานแบบไม่ใส่เคสป้องกันก็ถือว่าตอบโจทย์เช่นกัน

ตัวเครื่องมุมโค้งเล็กน้อย ไม่แหลมทิ่มมือมากสักเท่าไหร่ ถือใช้งานได้สะดวกทั้งรูปแบบ ‘พับหน้าจอ’ และ ‘กางหน้าจอ’ โมดูลกล้องทรงแคปซูลจัดเรียงกล้องหลัง 2 ตัว และไฟแฟลช LED อยู่ในแนวตั้ง กล้องหน้าเจาะรูทรงกลม Infinity-O Display ทั้งหน้าจอด้านใน และหน้าจอด้านนอก

นอกจากนั้นแล้ว Galaxy Z Fold8 ยังมาพร้อมคุณสมบัติกันแสงสะท้อนเหมือนกับเรือธงอย่าง Galaxy S26 Ultra ส่งผลให้การใช้งานทั้ง In-door หรือ Out-door ไม่ต้องกังวลปัญหาภาพสะท้อนหนัก ๆ ขณะดูซีรีส์หรือหนัง

ตำแหน่งปุ่มต่าง ๆ ได้แก่ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงกับปุ่มพาวเวอร์ (เป็นเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว) อยู่ฝั่งด้านขวาตัวเครื่อง ลำโพงสเตอริโอ 2 ตัวบน-ล่าง และพอร์ตชาร์จ USB-C

จุดพิจารณาของ Galaxy Z Fold8 ที่เจอคือ ‘ตำแหน่งการวางลำโพง’ ซึ่งเลือกใช้วิธีการวางให้อยู่ใน ‘ฝั่งเดียวกัน’ ส่งผลให้ขณะกางหน้าจอเพื่อใช้งาน เสียงลำโพงของ Galaxy Z Fold8 จะให้ความรู้สึกเหมือนว่ามิติเสียงไม่โอบล้อมสักเท่าไหร่ เนื่องจากเฟรมเครื่องด้านขวาไม่มีการวางลำโพงไว้เลย

แตกต่างจาก Galaxy Z Fold รุ่นที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งตำแหน่งลำโพงจะวางแบบสลับกัน หรือก็คือวางอยู่บริเวณเฟรมเครื่องคนละฝั่ง ทำให้เมื่อกางหน้าจอเพื่อใช้งาน เสียงของลำโพงจะมีความบาลานซ์มากกว่าค่ะ แต่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้งานเท่าไหร่

บานพับแข็งแรงขึ้น แกร่งกว่าเดิม ทนทานกว่าที่ผ่าน ๆ มา

บานพับหน้าจอ Samsung Galaxy Z Fold8 อัปเกรดเป็นบานพับแบบ ‘Armor Flex Hinge’ โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า ‘Flex Titanium’ ช่วยเพิ่มความทนทานในการใช้งานของหน้าจอเมื่อพับเปิด-ปิดบ่อย ๆ และทำให้รอยพับบนหน้าจอดูจางลง จากประสบการณ์ที่ใช้งานมาตลอด 1 สัปดาห์ ‘ถ้าไม่เพ่งมองจริง ๆ ก็แทบจะไม่เห็นหรือรู้สึกถึงรอยพับเลย’

ตัวเครื่องบางเฉียบ 4.5 มม. และน้ำหนักเบา 201 กรัม เมื่อบวกรวมกับดีไซน์โดยรวมแล้ว Galaxy Z Fold8 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่พกพาได้ง่าย มีความสมดุลทางด้านสรีระ และถือใช้งานสะดวกอีกตัวหนึ่งเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในรูปแบบ ‘พับหน้าจอ’ หรือ ‘กางหน้าจอ’

สเปคหน้าจอที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ ‘การใช้งานทุกประเภท’ อัตราส่วน 16:10 และ 4:3

‘แปลกแต่ปัง’ Galaxy Z Fold8 ถึงแม้ว่าฟอร์มแฟกเตอร์นี้จะมีแบรนด์อื่น ๆ ทำมาก่อนแล้ว แต่ Samsung ถือเป็นเจ้าแรกที่นำสมาร์ทโฟนจอพับในดีไซน์แบบนี้ รูปร่างแบบนี้ อัตราส่วนแบบนี้ มาทำตลาดโกลบอลแบบจริงจัง

โดยหน้าจอของ Galaxy Z Fold8 มีขนาด 5.5 นิ้ว อัตราส่วนแบบ 16:10 (จอด้านนอก) และขนาด 7.6 นิ้ว อัตราส่วนแบบ 4:3 (จอด้านใน) อัตรารีเฟรช 120Hz ดูคอนเทนต์ได้แบบเต็มตา, ลื่นไหล, คมชัดมาก ๆ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการประสบการณ์ใช้งานแบบ ‘แท็บเล็ต’ พร้อมกับความสะดวกสบายในการพกพา ‘ไซส์มินิ’ ในเวลาเดียวกัน

‘การดูวิดีโอ’ ด้วยหน้าจอด้านในผ่านอัตราส่วน 4:3 ขอบหน้าจอบน-ล่างน้อยพอสมควรค่ะ ทำให้เนื้อหาคอนเทนต์ไม่กลืนหายไปเยอะ แล้วก็ไม่มีแถบดำมากวนใจ ‘การเล่นเกม’ ก็ถือว่าใช้งานได้เป็นอย่างดีทั้งหน้าจอด้านนอก 16:10 และจอด้านใน 4:3 แต่จากประสบการณ์ที่ได้ใช้งาน Galaxy Z Fold8 มา รู้สึกว่าหน้าจอด้านในเหมาะกับการเล่นเกมมากที่สุดค่ะ

ทั้งนี้ด้วยตัวเครื่องที่ทีมงาน DroidSans ได้มาทดสอบนั้นยังเป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันที่ยังไม่สมบูรณ์ 100% อาจเจอปัญหาที่บางเกมยังไม่ได้มีการ Optimize หรือปรับ UI ให้พอดีกับขนาดของหน้าจอโดยเฉพาะ เวอร์ชันที่วางขายอย่างเป็นทางการหลังเปิดตัวน่าจะแก้ไขในส่วนนี้แล้ว

One UI 9 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์การใช้งานที่ลื่นไหล มีฟีเจอร์ใหม่ด้วย

ขึ้นชื่อว่า Samsung ระบบปฏิบัติการ One UI 9 บนพื้นฐานของ Android 17 ก็ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับมือถือจอพับเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Galaxy AI และฟีเจอร์เพื่อการใช้งานแบบ Multitasking จุดเด่นที่น่าสนใจหลัก ๆ เช่น

  • Multitasking: ด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบใหม่ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการแสดงผลโดยเฉพาะ Galaxy Z Fold8 สามารถเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน หรือโซเชียลมีเดียพร้อมกันได้มากถึง 3 หน้าต่าง สัดส่วนไม่เพี้ยน มีพื้นที่ใช้งานพอเหมาะ
  • Cover-Display ใช้งานง่าย คล่องสบายมือ: เช่นเดียวกับ Galaxy Z Fold หรือ Z Flip ที่ผ่าน ๆ มา เพราะจอแสดงผลด้านนอกของ Galaxy Z Fold8 สามารถเปิดแอปพลิเคชัน และใช้งานได้ปกติเหมือนกับสมาร์ทโฟน Bar-type ทั่วไปเลย
  • Galaxy AI จัดเต็ม: ฟีเจอร์ล้ำ ๆ ที่ขับเคลื่อนพลัง AI ขนมาให้ใช้งานแบบครบครัน เช่น Now Brief, Now Nudge, Audio Eraser และ Circle to Search แต่ฟีเจอร์ใหม่แกะกล่องในปีนี้ก็คือ ‘My Fancam’ ฟีเจอร์สำหรับสายคอนเสิร์ตที่สามารถใช้วิดีโอในเครื่องให้ Tracking และครอปเฉพาะบุคคลอัตโนมัติจนได้เป็นคลิป Fan Cam คุณภาพสูงออกมาเลย
  • Bixby ล้ำยิ่งขึ้น: ผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Bixby ปัจจุบันบน One UI 9 สามารถเรียกใช้งานได้ผ่านไมโครโฟนของ Galaxy Z Fold8 สั่งงานต่าง ๆ ได้โดยตรง เช่น ‘พูดให้ Bixby แก้ไขรูปภาพที่กำลังเปิดดูอยู่บนหน้าจอ’

กล้องหลังสองตัว 50MP + 50MP ใช้งานจริงเป็นยังไง ?

ด้วยขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงจากจอพับรุ่นอื่น Samsung Galaxy Z Fold8 เลยมาพร้อมกับกล้องหลังจำนวน 2 ตัว คือกล้องหลักความละเอียด 50MP และกล้องอัลตราไวด์ความละเอียด 50MP โดยไม่มีกล้องเทเลโฟโต้แยกมาให้ แต่ก็ถือว่าความละเอียดเซนเซอร์ที่ได้มาจัดเต็มให้พอสมควรค่ะ

สเปคกล้อง Galaxy Z Fold8

  • กล้องหลัก 50MP (f/1.8)
  • กล้องอัลตราไวด์ 50MP (f/1.9)
  • กล้องหน้าเซลฟี่ 10MP (f/2.2) | จอด้านนอก
  • กล้องหน้าเซลฟี่ 10MP (f/2.2) | จอด้านใน

คุณภาพรูปถ่ายจากกล้องหลัง Galaxy Z Fold8 โดยภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โทนรูปถ่ายที่ได้สีสันสดใสเป็นธรรมชาติ ไม่เร่งสีจนมากเกินไป แต่เนื่องจากไม่มีกล้องเทเลโฟโต้มาให้ การซูมจึงต้องอาศัยวิธีครอปเซนเซอร์จากกล้องหลักแทน โดยที่ระยะซูม 2X ก็ยังคงให้คุณภาพรูปที่ดีและมีความคมชัดสม่ำเสมอ

กล้องอัลตราไวด์ 50MP เก็บภาพมุมกว้างได้ดีทั้งในสภาวะที่มีแสงน้อย หรือสภาวะปกติที่มีแสงสว่างเพียงพอ เนื้อไฟล์มีความละเอียดที่ดี ไม่แบนราบจนเกินไป อัลกอริธึมประมวลผลภาพเกี่ยวกับ ‘การจัดการนอยส์’ เมื่อถ่ายในที่แสงน้อยด้วยเลนส์อัลตราไวด์ถือว่าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล้องหน้าเซลฟี่มีความละเอียด 10MP ทั้งจอด้านใน และจอด้านนอก งานวิดีโอสามารถถ่ายความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 30fps รองรับการถ่ายไฟล์ Log พร้อมใส่เอฟเฟกต์ LUT ได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนั้นฟีเจอร์กันสั่นอย่าง Horizontal Lock ก็มีมาให้ใช้งานเช่นเดียวกันค่ะ ในส่วนของโหมด Pro Video ตอนนี้สามารถปรับค่าเฟรมเรตได้ละเอียดยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเลือกได้ตั้งแต่ 25fps / 50fps / 100fps / 24fps / 48fps / 60fps / 120fps ที่ความละเอียด 4K

ตัวอย่างรูปถ่ายจาก Galaxy Z Fold8

ชิปใหม่ Snapdragon เล่นเกมลื่นสะบัด ระดับเรือธงตัวท็อป

ด้านความแรงก็ไม่น้อยหน้า Galaxy Z Fold8 มาพร้อมชิปเซ็ตตัวใหม่ล่าสุดจากทาง Qualcomm อย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 การใช้งานทั่วไปไม่ต้องพูดถึง ‘รวดเร็ว-ลื่นไหล-ไม่ค้าง-ไม่หน่วง’ ไม่ว่าจะแอปพลิเคชันทั่วไป การเปิดใช้งานแบบมัลติทาสก์ที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด

ในขณะที่การเล่นเกมก็สามารถปรับกราฟิกที่ระดับสูงสุด เฟรมเรตลื่น ๆ ได้แทบทุกเกมตั้งแต่เกมระดับพื้นฐาน ไปจนถึงเกมระดับสูงค่ะ จากที่ทีมงาน DroidSans ไปทดสอบมาให้สามารถสรุปข้อมูลออกมาได้คร่าว ๆ ดังนี้

  • RoV – ปรับกราฟิกระดับสุดยอด FPS ระดับสูงสุด (120fps) เล่นได้ลื่นไหลตลอดแมตช์ เฟรมเรตนิ่ง เฟรมไทม์ไม่แกว่ง เล่นนาน 30 นาทีก็ไม่มีปัญหาภาพหน่วงหรือเกมกระตุก
  • PUBG Mobile – ปรับกราฟิกระดับลื่นไหล FPS ระดับ Ultra Extreme (120fps) ในรูปแบบของเกม Battle Royal สไตล์โอเพนเวิล์ด Galaxy Z Fold8 สามารถเล่น PUBG Mobile ได้แบบลื่น ๆ เลยค่ะ หน้าจอสัมผัสตอบสนองไว
  • Call of Duty Mobile – คุณภาพกราฟิกสูง FPS ระดับ Ultra (120fps) จากที่ทดสอบมาทั้งในโหมด Multiplayer และ Battle Royale คือเล่นได้ลื่นไหลไม่มีปัญหาเลยค่ะ Texeture พื้นผิวของสกินอาวุธต่าง ๆ แสดงผลได้อย่างสวยงาม
  • Genshin Impact – คุณภาพกราฟิกสูงสุด 60fps ถึงแม้จะเป็นเกมระดับสูงแต่เมื่อนำมาเล่นบนสมาร์ทโฟนจอพับใหญ่ไซส์กะทัดรัด Galaxy Z Fold8 ก็สามารถรีดพลังดิบของชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เล่นไปนาน 30 นาทีก็ยังไม่เจอปัญหาเฟรมเรทดรอปเพราะความร้อน

แบตเตอรี่ใช้งานจริง อยู่ได้นานแค่ไหน อึดหรือเปล่า ?

เห็นตัวเล็ก ๆ แบบนี้แต่แบตเตอรี่ให้ความจุมาถึง 4,800mAh ถึงแม้ว่าาตัวเลขจะดูน้อย แต่จากที่ทีมงาน DroidSans ได้นำไปทดสอบใช้งานมากับหน้าจอแสดงผลด้านในขนาด 7.6 นิ้ว เรียกได้ว่าฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ถูก Optimize ให้ทำงานร่วมกันได้โอเคในระดับหนึ่งเลยค่ะ

  • ดูวิดีโอ 4K ผ่าน Wi-Fi นาน 1 ชั่วโมง – แบตเตอรี่ลดไป 8%
  • เล่นเกมผ่าน Wi-Fi นาน 1 ชั่วโมง – แบตเตอรี่ลดไป 13%
  • ไถฟีดเล่นโซเชียลมีเดียผ่าน Wi-Fi นาน 1 ชั่วโมง – แบตเตอรี่ลดไป 11%

สเปค Samsung Galaxy Z Fold8

รายละเอียดGalaxy Z Fold8
จอภาพพาเนลDynamic AMOLED 2X
ขนาด5.5 นิ้ว (จอด้านนอก)
7.6 นิ้ว (จอด้านใน)
ความละเอียด1,264 x 1,848 พิกเซล (จอด้านนอก)
1,828 x 2,584 พิกเซล (จอด้านใน)
อัตรารีเฟรช1-120Hz
ความสว่างสูงสุด2,600 นิต
ประสิทธิภาพชิปSnapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy
RAM12GB / 16GB
Storage256GB / 512GB / 1TB
ระบบOne UI 9 บนพื้นฐาน Android 17
กล้องกล้องหลัก50MP (f/1.8) ออโต้โฟกัส และกันสั่น OIS
กล้องอัลตราไวด์50MP (f/1.9) ออโต้โฟกัส
กล้องหน้า10MP (จอด้านนอก)
10MP (จอด้านใน)
ระบบเสียงลำโพงลำโพงสเตอริโอ
การเชื่อมต่อเครือข่าย5G
Wi-FiWi-Fi 7
BluetoothBluetooth 6.0
NFCรองรับ
พอร์ตUSB-C 3.2 Gen 1
เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง
แบตเตอรี่ความจุ4800mAh
ชาร์จไว45W
ชาร์จไร้สาย20W
ความทนทานทนน้ำทนฝุ่นIP48
ขนาดและน้ำหนักขนาด161.4 x 123.9 x 4.5 มม.
น้ำหนัก201 กรัม

สรุปจุดเด่นของ Samsung Galaxy Z Fold8

Samsung Galaxy Z Fold8 ถือเป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่ Samsung กล้าฉีกกรอบเดิม ๆ ด้วยการนำเสนออัตราส่วนหน้าจอแบบใหม่ และนำมาวางขายในตลาดโกลบอลรวมถึงประเทศไทยด้วย หากจะเรียกว่านี่อาจเป็น ‘มาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟนจอพับ’ เลยก็ว่าได้ค่ะ

ด้วยขนาดตัวเครื่องที่ไม่เล็กจนเกินไป เป็นไซส์กลางที่ไม่เหมือนใครในตลาดสมาร์ทโฟนจอพับ ณ ตอนนี้ น่าจะตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนจอใหญ่ ๆ แต่มีขนาดที่พกพาสะดวก ไม่หนักหรือเทอะทะจนเกินไปค่ะ

จุดเด่นของ Galaxy Z Fold8 อย่างที่ได้กล่าวไปก็คือ ‘สัดส่วนหน้าจอแบบใหม่’ เหมาะกับการรับชมคอนเทนต์มากขึ้นกว่าเดิม ครบเครื่องด้านฟีเจอร์เพื่อการทำงาน One UI 9 บนพื้นฐานของ Android 17 และประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ลื่นไหลทุกการใช้งาน

ส่วนจุดที่แอบเสียดายสำหรับ Galaxy Z Fold8 ก็คือ ‘จำนวนกล้องหลังที่มีเพียง 2 ตัว’ ไม่มีเลนส์เทเลโฟโต้มาให้ ไปจนถึงความจุแบตเตอรี่ 4,800mAh ที่น้อยกว่าสมาร์ทโฟนเรือธงที่วางขายอยู่ในตอนนี้ของทาง Samsung แต่ก็แลกมาด้วยการ Optimize ซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้นานพอสมควร

ราคาและการวางจำหน่าย

Samsung Galaxy Z Fold8 มีวางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 สีหลัก และอีก 1 สีพิเศษ Online Exclusive ประกอบไปด้วย สีม่วง (Lavender), สีดำ (Graphite), สีขาว (Cream) และสีเขียว (Pistachio | Online Exclusive)

  • 12GB + 256GB ราคา 61,900 บาท
  • 12GB + 512GB ราคา 69,900 บาท
  • 16GB + 1TB ราคา 85,900 บาท