รีวิว Samsung Galaxy Z Fold8 Ultra ฉบับเร่งด่วน ‘รวมที่สุดของความ Ultra’ ไว้ในมือถือจอพับหนึ่งเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นสเปคกล้องหลัง 3 ตัว ที่อัปเกรดให้เทพกว่าเดิม ชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5 ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์ใหม่จัดเต็มระดับ Ultra ของใหม่มีอะไรบ้าง ใช้งานจริงเป็นยังไงบ้าง DroidSans สรุปรวมมาให้แล้ว~
ดีไซน์ระดับ Ultra สีม่วงพรีเมียม Violet Shadow
จุดที่เปลี่ยนไปมากที่สุดของ Galaxy Z Fold8 Ultra ก็คือความบางตัวเครื่องที่น้อยลงกว่าเดิม (ตอนแรกไม่คิดว่าจะบางไปได้มากกว่านี้แล้ว) โดยเมื่อกางหน้าจอแล้วมีความ ‘บางเพียง 4.1 มม.’ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่บางมากที่สุดแล้วในตระกูลสมาร์ทโฟนจอพับของทาง Samsung ในตอนนี้
น้ำหนักก็ ‘เบาเพียง 215 กรัม’ ส่งผลให้การจับถือใช้งาน และการพกพาทำได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนจอพับไซส์ใหญ่ก็ตาม



ดีไซน์ตัวเครื่องโดยภาพรวมดูคล้ายเดิม Galaxy Z Fold8 Ultra มาพร้อมโมดูลกล้องทรงแคปซูลแนวตั้ง และเลนส์กล้องหลังทั้ง 3 ตัว ในขณะที่กล้องหน้าใช้ดีไซน์แบบเจาะรูทรงกลม Infinity-O Display
ตัวเครื่องที่ทีมงาน DroidSans ได้มารีวิวในครั้งนี้ก็คือ สีม่วง (Violet Shadow) เป็นสีม่วงเข้มดูพรีเมียมแบบไม่ตะโกน ฝาหลังกระจกแบบด้านสะท้อนเล่นแสง วัสดุงานประกอบทนทานแน่นหนาพอสมควร ตำแหน่งปุ่ม, พอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ ไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไหร่



หน้าจอระดับ Ultra รอยพับน้อยลงกว่าเดิม จนแทบมองไม่เห็น
Galaxy Z Fold8 Ultra ยังคงจุดเด่นอย่างหน้าจอขนาดใหญ่ระดับ Ultra ได้เป็นอย่างดีค่ะ โดยมาพร้อมพาเนล Dynamic AMOLED 2X อัตรารีเฟรช 120Hz เริ่มต้นที่หน้าจอด้านนอกขนาด 6.5 นิ้ว และหน้าจอด้านในขนาด 8 นิ้ว ด้วยอัตราส่วน 6:5 ที่มีความใกล้เคียงกับความเป็นสี่เหลี่ยมจัตตุรัส




การอัปเกรดด้านหน้าจอบน Galaxy Z Fold8 Ultra ก็คือ ‘รอยพับตรงกลางจอที่บางลง’ ยิ่งกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ด้วยเทคโนโลยี Flex Titanium ที่ช่วยให้จอพับมีความทนทานขึ้น รองรับการพับหน้าจอเปิด-ปิดหลาย ๆ ครั้ง และลดการมองเห็นรอยพับให้ดูจางลงกว่าเดิม (ถ้าไม่สังเกตหรือเพ่งมองดี ๆ ก็แทบจะมองไมเห็นเลย)
นอกจากนี้หน้าจอ Galaxy Z Fold8 Ultra ยังได้การอัปเกรดสารเคลือบป้องกันแสงสะท้อน (Anti-reflective coating) และอัปเกรดมาใช้บานพับ Armor Flex Hinge ที่แข็งแรงทนทานมากกว่าเดิม ส่งผลให้การกาง-พับหน้าจอทำได้ลื่นไหลและเบามือกว่าเดิมค่ะ



จุดพิจารณาของ Galaxy Z Fold8 Ultra จากที่ได้ทดลองใช้งานมาก็คือ ‘อัตราส่วนหน้าจอที่ใกล้เคียงความเป็นจัตตุรัส’ ซึ่งเป็นขนาดที่เหาะกับการใช้ทำงานมาก ๆ ในทุกสถานการณ์ แต่อาจไม่เหมาะกับการรับชมคอนเทนต์ในแนวนอนสักเท่าไหร่ค่ะ เพราะขอบหน้าจอสีดำบน-ล่างจะปรากฎให้เห็นค่อนข้างเยอะ
แต่ในเรื่องของความคมชัด, สีสันหน้าจอ, การตอบสนองต่อการสัมผัส และความลื่นไหลฉบับ 120Hz อันนี้ทำออกมาได้ดีไร้ที่ติเลย ตามมาตรฐานหน้าจอสมาร์ทโฟนจอพับของทาง Samsung จะซื้อมาใช้ทำงานเอกสาร ดูคอนเทนต์ ทำงานแบบมัลติทาสก์คือ 10/10 ไปเลย !



จุดพิจารณาที่ยังคงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก ๆ ก็คือการที่ Galaxy Z Fold8 Ultra ยังไม่รองรับการใช้งานปากกา S Pen ค่ะ ด้วยเลเยอร์ของชั้นจอที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ก็ยังสามารถหาซื้อปากกา Stylus อื่น ๆ มาใช้งานร่วมกันได้อยู่
ฟีเจอร์ระดับ Ultra จอพับที่ซอร์ฟแวร์ดีที่สุด ทำงานหรือเสพย์คอนเทนต์ก็เริ่ด
ต่อเนื่องมาจากข้อก่อนหน้านี้ Galaxy Z Fold8 Ultra ไม่ได้มีดีแค่ไซส์หน้าจอที่ใหญ่ระดับ 6.5 นิ้ว และใหญ่สุด 8 นิ้ว แต่สิ่งที่ทำให้จอพับอัลตร้ารุ่นนี้มีความพิเศษก็คือ ‘ซอฟต์แวร์ที่ Optimize หรือออกแบบมาเป็นพิเศษ’ ให้เหมาะกับการใช้งานบนมือถือจอพับโดยเฉพาะ
การใช้งานมัลติทาสก์ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถแบ่งหน้าจอได้สูงสุด 3 จอ แต่จอแอปพลิเคชันที่ 2 และ 3 จะถูกแบ่งในลักษณะครึ่งบน-ครึ่งล่าง ในการใช้งานจริงส่วนตัวจะชอบแบ่งจอแบบ 2 จอมากกว่า เพราะให้ความรู้สึกเหมือนได้ใช้มือถือ 2 เครื่องพร้อมกัน และมุมมองหรือพื้นที่การใช้งานก็เต็มตากำลังดีที่สุด




นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Multi-Instance ที่สามารถเปิดแอปพลิเคชันเดียวกันได้หลายหน้าต่าง เช่น เปิดหน้าต่าง Google Chrome พร้อมกันทั้งหมด 3 หน้าต่างในเวลาเดียวกัน เป็นฟีเจอร์ช่วยเสริม Productivity ที่เหมาะกับดีไซน์หน้าจอขนาดใหญ่ของ Galaxy Z Fold8 Ultra ได้เป็นอย่างดี
- เปิด Google Chrome พร้อมกันเพื่อไม่เสียเวลาสลับแท็บไป-มา ลากข้อความที่คัดลอกระหว่างหน้าต่างได้เลย
- เปิด Samsung Notes ทีเดียวสามหน้าต่าง ช่วยให้คัดลอกโน้ต/ข้อมูลจากโน้ตหนึ่งไปอีกโน้ตหนึ่งได้ทันที
ด้าน Flex mode ยังคงกางหน้าจอได้มากถึง 90 องศา เพื่อประสบการณ์ใช้งานคล้ายกับโน้ตบุ๊คโดยที่หน้าจอด้านล่างจะเปลี่ยนอินเทอร์เฟซให้เป็นเหมือน ‘Touchpad’ เพื่อควบคุมหน้าจอโดยตรง ส่วนฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ ที่ให้มาพร้อมกับ One UI 9 ก็มีมาให้ใช้งานแบบจัดเต็ม เช่น




- Bixby ฉลาดกว่าเดิม เสถียรยิ่งกว่าเดิม เรียกใช้งานได้ทันทีเพียงพูดใกล้ไมโครโฟน สั่งงานต่าง ๆ ผ่านเสียงได้เลย
- ขนทัพฟีเจอร์ Galaxy AI แบบเบิ้ม ๆ ระดับเรือธง เช่น Photo Assist พรอมต์แก้ไขรูปภาพ, My Fancam เปลี่ยนวิดีโอแนวนอนให้ Tracking มายเมนอัตโนมัติ, Now Nudge แนะนำข้อมูลอิงจากคอนเทนต์บนหน้าจอ, Now Brief สรุปข้อมูลประจำวันที่ลึกกว่าเดิม, Writing Tools เครื่องมือช่วยเขียน จัดรูปแบบประโยค สร้างข้อความ






กล้องระดับ Ultra ความละเอียดสูงสุด 200MP เทียบเคียง Galaxy S Ultra
กล้องหลัง 3 ตัว Galaxy Z Fold8 Ultra เรียกว่าปีนี้อัปเกรดเพิ่มขึ้นมาให้สมกับการเป็น ‘จอพับเรือธง’ มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียดสูง 200MP กล้องอัลตราไวด์ 50MP อัปเกรดใหม่คมชัดกว่าเดิม และกล้องเทเลโฟโต้ 10MP ออปติคัลระยะ 3 เท่า ซึ่งเป็นสเปคที่ยกมาจาก Galaxy S26 Ultra โดยตรง



ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่มีความละเอียด 10MP ทั้งจอแสดงผลด้านใน-ด้านนอก เป็นดีไซน์แบบเจาะรู Infinity-O Display ซึ่งทีมงาน DroidSans ก็ได้นำไปเก็บตัวอย่างรูปถ่ายมาให้เพื่อน ๆ ผู้อ่านดูกันเป็นที่เรียบร้อยค่ะ
ด้านคุณภาพรูปถ่ายจากกล้องของ Galaxy Z Fold8 Ultra ทั้งสามเลนส์ให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน ‘ในแง่ของสีสัน’ โดยเฉพาะสกินโทนที่ในปีนี้ ‘ปรับจูนได้เป็นธรรมชาติและสวยงามยิ่งขึ้น’ หากเทียบกันแล้วในรุ่นที่ผ่านมาผู้เขียนรู้สึกว่า Saturation มีความสดขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ
อย่างไรก็ตาม ‘กล้องเทเลโฟโต้’ ยังคงเป็นจุดพิจารณาที่ส่งต่อมายัง Galaxy Z Fold8 Ultra ด้วยขนาดเซนเซอร์และรูรับแสงที่ไม่ใหญ่มาก ทำให้คุณภาพยังดูไม่โดดเด่นหรือสามารถทัดเทียบกับเลนส์อื่น ๆ ได้ขนาดนั้นค่ะ อาจไม่เหมาะสำหรับการถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยเพราะ ‘การจัดการนอยส์ (noise)’ ยังไม่สามารถประมวลออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก
แต่ถึงอย่างนั้นเลนส์เทเลโฟโต้ 10MP ของ Galaxy Z Fold8 Ultra ก็สามารถถ่ายรูปภาพออกมาได้เป็นอย่างดี หากอยู่ในสภาวะแสงที่เอื้อต่อการทำงานของฮาร์ดแวร์ เช่น ‘การถ่ายในที่กลางแจ้ง’ หรือ ‘สถานที่ที่มีแสงสว่างกำลังดี’ ระยะการซูม เอฟเฟกต์การละลายหลังเมื่อถ่ายในโหมด Portrait ถือว่าทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานเลย
ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Galaxy Z Fold8 Ultra












ฟีเจอร์เสริมโหมดวิดีโอ Galaxy Z Fold8 Ultra
Dual Record สามารถเปิด Dual Preview ที่หน้าจอแสดงผลภายนอกได้ระหว่างบันทึกวิดีโอ ช่วยให้ตัวแบบที่อยู่หลังกล้องสามารถเห็นตนเองในเฟรม ไปพร้อมกับใบหน้าของคนที่ถือกล้องถ่ายได้เช่นกัน ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์ของหน้าจอพับได้ของ Galaxy Z Fold8 Ultra ได้แบบลงตัวค่ะ


หรือจะเป็นฟีเจอร์กันสั่นขั้นเทพอย่าง Horizontal Lock ซึ่งจะล็อกขอบฟ้าเอาไว้ ส่งผลให้วิดีโอไม่สั่นหรือเฟรมเบี้ยวถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะสั่นหรือเอียงมากแค่ไหน เรียกว่าใช้งานได้ดีไม่แพ้กับสมาร์ทโฟน Bar-type เรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Galaxy S26 Ultra เลย
หรือฟีเจอร์ด้านโปรดักชันขั้นสูง Galaxy A Fold8 สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 30fps หรือ 4K ที่120fps นอกจากนั้นยังรองรับการถ่ายวิดีโอไฟล์ Log พร้อมกับใส่ฟิลเตอร์ LUT ดูพรีวิวได้แบบเรียลไทม์ หรือจะนำมาใส่เพิ่มหลังจากถ่ายวิดีโอเสร็จไปแล้วก็ได้เช่นกันค่ะ



ประสิทธิภาพระดับ Ultra แรงเหลือๆ ลุยได้ทุกเกม
ขุมพลังของ Samsung Galaxy Z Fold8 Ultra ปีนี้เลือกใช้เป็นชิปเซ็ตของทาง Qualcomm อย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 ประสิทธิภาพแรงเหลือเฟือแบบไม่ต้องสงสัย สามารถทำงาน, ตัดต่อวิดีโอ, เสพย์คอนเทนต์ และเล่นเกมบนหน้าจอขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ได้แบบลื่นไหล ไม่มีสะดุด
ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ Snapdragon 8 Elite Gen 5 บน Galaxy Z Fold8 Ultra มีการปรับมาให้สามารถเล่นเกมที่เฟรมเรตสูงสุด 120fps ในหลากหลายเกมยอดฮิต จากการที่ทีมงาน DroidSans ไปทดสอบเล่นเกมมาสามารถสรุปข้อมูลออกมาได้คร่าว ๆ ดังนี้ค่ะ
- Genshin Impact: เฟรมเรต 60fps เล่นอีเว้นท์ เก็บเควสทำกิจกรรม ลงดันเจี้ยน ตีบอสหรือมอนสเตอร์ตามจุดต่าง ๆ เฟรมเรตวิ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 57-60fps มีบางช่วงที่กดใช้งาน Ultimate หรือสกิลของตัวละครซึ่งมีเอฟเฟกต์เยอะมาก จะดรอปไปที่ 47-50fps ในช่วงสั้น ๆ



- PUBG Mobile: หากปรับกราฟิกที่ ‘ลื่นไหล’ สามารถดันเฟรมเรตได้ ‘สูงสุด 120fps’ หรือกราฟิกระดับ ‘คมชัด’ ก็ยังเล่นได้แบบลื่น ๆ ที่เฟรมเรต ‘สูงสุด 90fps’ มุมมองหน้าจอ อินเทอร์เฟซที่เอื้อต่อการเล่นบนหน้าจอขนาดใหญ่ และการจัดการความร้อนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเกม Galaxy Z Fold8 Ultra กับเกมแนว Battle Royale เข้ากันเป็นอย่างดีเลยค่ะ
- RoV: ชิปเซ็ตระดับนี้ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถเล่นได้แบบไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ทั้งการแสดงผลกราฟิก, เฟรมเรตและเฟรมไทม์ที่นิ่งสเถียรตลอดทั้งแมตช์ โดยสามารถเล่นได้บนความลื่นระดับ 120fps ตั้งแต่เริ่มต้นเลยค่ะ
อีกหนึ่งจุดที่ชื่นชอบบน Galaxy Z Fold8 Ultra ก็คือความต่อเนื่องในการใช้งานหน้าจอขณะเล่นเกม ไม่ว่าจะเล่นผ่านหน้าจอด้านใน ‘แล้วพับปิดเพื่อเล่นผ่านจอแสดงผลด้านนอก’ หรือเล่นผ่านจอด้านนอก ‘แล้วกางจอเพื่อเล่นเกมผ่านจอแสดงผลด้านใน’ เกมก็จะต่อเนื่องจากที่เล่นค้างเอาไว้ทันที ไม่ส่งผลให้แมตช์สะดุดหรือส่งผลทำให้เกมชะงักแต่อย่างใด



แบตเตอรี่ระดับ Ultra ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ชาร์จไว 45W แล้วจ้า~
ข่าวดีของคนที่รอคอย Galaxy Z Fold8 Ultra ก็คือปีนี้ทาง Samsung เขาได้ ‘อัปเกรดความจุแบตเตอรี่’ ให้เยอะขึ้นกว่าเดิมเป็น 5,000mAh (จากเดิม 4,400mAh) พร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน (Silicon-Carbon Battery) จึงอธิบายได้ว่าในความบางเท่าเดิม Galaxy Z Fold8 Ultra ทำไมถึงมีความจุแบตฯ ที่เพิ่มขึ้นได้
และความเร็วการชาร์จที่เพิ่มขึ้นเป็น 45W (จากเดิม 25W ในรุ่นที่แล้ว) ส่งผลให้ระยะเวลาการใช้งานยืดออกไปได้อีก

สำหรับการใช้งาน Galaxy Z Fold8 Ultra ผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้ว เป็นหลักในระยะเวลาหนึ่งวัน แบตเตอรี่ 5,000mAh ถือว่าเป็นความจุที่สามารถพยุงให้ตัวเครื่องใช้งานได้แบบไร้กังวลค่ะ โดยจากการทดสอบใช้งานจริงสรุปออกมาได้ประมาณนี้
- ดูวิดีโอ 1 ชั่วโมง (4K HDR) ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi แบตเตอรี่ลดไป 12%
- เล่นเกม 1 ชั่วโมง ผ่านการเชื่อมต่อ W-Fi แบตเตอรี่ลดไป 13%
- เล่นโซเชียลมีเดีย 1 ชั่วโมง ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi แบตเตอรี่ลดไป 11%
ขณะที่การชาร์จแบตเตอรี่เริ่มต้นจาก 1% ในระยะเวลา 5 นาทีแรก แบตเตอรี่ขึ้นมาอยูที่ 12% เมื่อผ่านไป 30 นาที แบตเตอรี่อยู่ที่ระดับ 64% และใช้เวลารวมประมาณ 68 นาที ในการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% ค่ะ
สเปค Samsung Galaxy Z Fold8 Ultra
| รายละเอียด | Galaxy Z Fold8 Ultra | |
| จอภาพ | พาเนล | Dynamic AMOLED 2X |
| ขนาด | 6.5 นิ้ว (จอด้านนอก) 8 นิ้ว (จอด้านใน) | |
| ความละเอียด | 2520 x 1080 พิกเซล (จอด้านนอก) 2184 x 1968 พิกเซล (จอด้านใน) | |
| อัตรารีเฟรช | 1-120Hz | |
| ความสว่างสูงสุด | 2,600 นิต | |
| ประสิทธิภาพ | ชิป | Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy |
| RAM | 12GB / 16GB | |
| Storage | 256GB / 512GB / 1TB | |
| ระบบ | One UI 9 บนพื้นฐาน Android 17 | |
| กล้อง | กล้องหลัก | 200MP (f/1.7) ออโต้โฟกัส และกันสั่น OIS |
| กล้องอัลตราไวด์ | 50MP (f/1.9) ออโต้โฟกัส | |
| กล้องเทเลโฟโต้ | 10MP (f/2.4) ออโต้โฟกัส และกันสั่น OIS ออปติคัลซูม 3 เท่า | |
| กล้องหน้า | 10MP (จอด้านนอก) 10MP (จอด้านใน) | |
| ระบบเสียง | ลำโพง | ลำโพงสเตอริโอ |
| การเชื่อมต่อ | เครือข่าย | 5G |
| Wi-Fi | Wi-Fi 7 | |
| Bluetooth | Bluetooth 6.0 | |
| NFC | รองรับ | |
| พอร์ต | USB-C 3.2 Gen 1 | |
| เซนเซอร์ | สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ | |
| แบตเตอรี่ | ความจุ | 5000mAh |
| ชาร์จไว | 45W | |
| ชาร์จไร้สาย | 20W | |
| ความทนทาน | ทนน้ำทนฝุ่น | IP48 |
| ขนาดและน้ำหนัก | ขนาด | 158.4 x 143.2 x 4.1 มม. |
| น้ำหนัก | 215 กรัม | |
สรุปการใช้งาน Samsung Galaxy Z Fold8 Ultra
Galaxy Z Fold8 Ultra ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์เรื่อง Productivity ได้อย่างเต็มที่เช่นเดิม และต่อยอดด้วยสเปคที่จัดเต็มในทุกด้าน เช่น ฮาร์ดแวร์กล้อง, ดีไซน์บางเฉียบ, แบตเตอรี่เทคโนโลยีซิลิคอน-คาร์บอน ไปจนถึงระบบปฏิบัติการ One UI 9 บนพื้นฐานของ Android 17


เมื่อดูภาพรวมทั้งหมดของ Galaxy Z Fold8 Ultra ในมุมมองของผู้เขียนรู้สึกว่านี่อาจเป็นหนึ่งใน ‘ว่าที่สมาร์ทโฟนจอพับที่ดีที่สุดของปี 2026’ ด้วยคาแรคเตอร์ที่ปรับแต่งการใช้งานทุกด้านให้ออกมา ‘สมดุลกันเป็นอย่างดี’ ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและความบันเทิง
ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เสริมให้ Galaxy Z Fold8 Ultra ดึงประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ออกมาได้อย่างเต็มที่มากสที่สุด รองรับการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างลื่นไหล งานเอกสาร, งานตัดต่อ, งานพรีเซนเทชัน, งานมีตติ้งออนไลน์ เป็นต้น
หากใครที่รู้สึกว่า Galaxy Z Fold8 Ultra มีขนาดที่ใหญ่เกินความจำเป็น ผู้เขียนก็ขอแนะนำเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกน้องใหม่ Galaxy Z Fold8 จอพับไซส์ใหม่ที่ได้ทั้ง ‘ความใหญ่กำลังดี’ และ ‘ขนาดกะทัดรัดพกพาง่าย’ หากสนใจสามารถดูรีวิวจาก DroidSans ได้เช่นกันผ่านลิงก์บทความด้านล่างค่ะ !

ราคาและการวางจำหน่าย
Galaxy Z Fold8 Ultra เปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 3 สีหลัก และสีพิเศษ Online Exclusive อีก 1 สี ประกอบไปด้วย สีม่วง (Violet Shadow), สีดำ (Graphite), สีขาว (Cream) และสีเขียว (Green Shadow | Online Exclusive)
- 12GB + 256GB ราคา 69,900 บาท
- 12GB + 512GB ราคา 77,900 บาท
- 16GB + 1TB ราคา 93,900 บาท

Comment