Gadget Review

Review | รีวิว Sony WF-SP700N หูฟังไร้สาย กันฝน ทนเหงื่อ พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน

หลังจาก Sony ได้เปิดตัวเซ็ตหูฟังสายออกกำลังกายใหม่ออกมาถึง 3 รุ่นเมื่องาน CES ตอนนี้ droidsans ได้หนึ่งในนั้นมาอยู่ในหูเป็นที่เรียบร้อย นั่นก็คือรุ่น Sony WF-SP700N รุ่นที่เป็นหูฟังแบบ truly wireless หรือไร้สายแบบจริงจัง โดยมาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำ IPX4 เรียกว่าจะวิ่งหรือออกกำลังหนักขนาดไหน เหงื่อไหล ไคลย้อย ฝนตกก็พร้อมลุยไปกับคุณได้สบายๆ

โดยหูฟังทั้ง 3 รุ่นที่เปิดตัวมาในครั้งนั้น เป็นการอัพเดทกลุ่มหูฟังสายออกกำลังทั้งหมด เรียกว่าทุกตัวผ่านการทดสอบกันฝนและเหงื่อได้มาตรฐาน IPX4 ทั้งหมด เริ่มจากรุ่นท็อป WF-SP700N ที่เป็นหูฟังบลูทูธไร้สาย ตามมาด้วย WI-SP600N ที่มีสายคล้องคอ และรุ่นเล็กสุด WI-SP500 ซึ่งความสามารถและฟีเจอร์ก็จะลดหลั่นกันลงมา โดยมีราคาอยู่ที่ 7,490 บาท 4,990 บาท และ 2,990 บาท ตามลำดับ

สเปค Sony WF-SP700N

  • หูฟังแบบไม่มีสาย มี wing สำหรับเข้าล็อกใบหูกันหลุดหรือร่วง
  • ไดรเวอร์ขนาด 6 มิลลิเมตร
  • ช่วงความถี่ตอบสนองผ่าน Bluetooth Sampling 44.1 kHz: 20 Hz – 20,000 Hz
  • พลังเสียง EXTRA BASS
  • รองรับ Noise Canceling ตัดเสียงรบกวน, Ambient Sound เปิดรับเสียงภายนอก
  • รองรับ Google Assistant (เชื่อมกับมือถือ) หรือระบบคำสั่งเสียงอื่นๆ
  • Bluetooth 4.1, NFC
  • กันเหงื่อ/ละอองน้ำ IPX4
  • แบตเตอรี่
    – แสตนบายด์ได้ 8 ชั่วโมง (เปิดระบบตัดเสียง) สูงสุด 35 ชั่วโมง (ปิดระบบตัดเสียง)
    – ฟังเพลงต่อเนื่องใช้งานได้ 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารชาร์จผ่านเคสได้อีก 2 รอบ (รวมใช้งานได้ 9 ชั่วโมง)
  • ราคาเปิดตัว 7,490 บาท

แกะกล่องหูฟัง WF-SP700N

รีวิว Sony WF-SP700N

ตัวกล่องใส พร้อมเห็นชุดหูฟังภายในว่าสีอะไร โดยทางโซนี่ประเทศไทยก็ได้นำเข้ามาจำหน่ายด้วยกันทั้ง 4 สีเลยครับ คือชมพู เหลือง ดำ และขาว

แกะกล่อง Sony WF-SP700N

เปิดฝากล่องออกก็จะเห็นว่ามีอีกกล่องซ่อนอยู่ภายใน พร้อมกับอธิบายการใช้งานแบบคร่าวๆ และคำแนะนำให้เราไปดาน์โหลดแอป Sony Headphones Connect จาก Google Play หรือ App Store มาใช้งานร่วมกัน

อุปกรณ์ Sony WF-SP700N

หากแกะลงไปอีกชั้น ก็จะพบกับชุดจุดหูฟัง อีก 3 คู่ พร้อม ear wing สำหรับล็อคหูฟังและสาย micro USB และคู่มือการใช้งาน + ใบรับประกัน

อุปกรณ์ทั้งหมดในกล่องมีตามนี้ครับ

  • ชุดหูฟัง WF-SP700N
  • กล่องเก็บหูฟัง พร้อมเป็นแท่นชาร์จและมีแบตเตอรี่ในตัว
  • สายชาร์จ Micro USB
  • ชุดจุกหูฟังซิลิโคน 4 ขนาด 4 สี
  • ปีกเกี่ยวใบหู 2 ชุด
  • เอกสารประกันและคู่มือต่างๆ

 

การใช้งานหูฟัง WF-SP700N

กล่องชาร์จหูฟัง Sony

มาเริ่มจากตัวกล่องกันก่อนเลย จะเห็นว่ามันมีสติ๊กเกอร์ใสแปะอยู่ พร้อมหน้าตาที่เหมือนกับรูปยิ้ม 🙂 แต่จริงๆ แล้วมันคือลูกศรที่เอาไว้บอกว่าฝาของกล่องชาร์จนั้นต้องสไลด์ไปด้านข้างเท่านั้น จะซ้ายหรือขวาก็ได้ แต่ห้ามเปิดฝาขึ้นไปเด็ดขาด (ฝืนเกินไปฝาจะหักซะเปล่าๆ)

หลังจากเปิดฝาแล้วก็เอาหูฟังใส่เข้าไปได้เลย ซึ่งถ้าเราใส่เจ้า ear wing ที่เกาะหูได้ถูกต้องตามภาพ มันก็จะสามารถยัดเข้าไปในกล่องได้พอดิบพอดี ไม่ต้องแกะออกแต่อย่างใด

ส่วนการชาร์จหูฟังนั้น เราต้องกดตัวหูฟังลงไปอีก 1 สเต็ป แล้วไฟแดงก็จะติดตรงกลมๆ นั่นหมายความว่ากำลังชาร์จแบตอยู่ เพราะหากวางเข้าไปเฉยๆ มันจะไม่ชาร์จนะจ๊ะ (เคยพลาดมาแล้ว พกไปฟิตเนส แบตหมดจ้า)

ส่วนการชาร์จแบตเข้ากับกล่อง ก็หมุนไปด้านหลังเลย จะเห็นว่ามีช่อง micro USB อยู่ พร้อมกับไฟแสดงผลเล็กๆ หากกำล้งชาร์จก็จะเป็นไฟสีแดง ส่วนสัญลักษณ์ NFC ด้านบนคือตำแหน่งในการเอามือถือมาแตะเพื่อจับคู่หรือทำการ Pairing นั่นเอง

หูฟังแต่ละข้างจะมีปุ่มให้กดอยู่แค่ข้างละปุ่มเดียว คือปุ่มใสๆ อย่างในภาพที่ถืออยู่นั่นแหละ ส่วนกลมๆ นั้นกดไม่ได้นะ แต่จะมี LED ซ่อนอยู่ว่ากำลังชาร์จ แต่หากเปิดหูฟังแล้วพวกไฟสถานะต่างๆ จะอยู่ที่ปุ่มใสทั้งหมด กระพริบสีฟ้าคือเปิดอยู่ โดยการใช้งานเบื้องต้นก็ตามนี้

หูซ้าย
– กดค้างเพื่อ เปิด/ปิด ตัวหูฟัง
– กดเพื่อสลับโหมดการทำงานเริ่มจาก Noise Canceling ระบบตัดเสียง > เปิด Ambient Sound > ปิดระบบ
หูขวา
– กดเพื่อรับสาย หรือหยุด/เริ่มการเล่นเพลง
– กด 2 ครั้งข้ามเพลง กด 3 ครั้งย้อนกลับไปเพลงก่อนหน้า
– กดค้างเพื่อเรียกระบบ Voice เช่น Google Assistant ขึ้นมาใช้งาน หรือจะใช้กับบริการอื่นๆ ที่มือถือนั้นรองรับก็ได้

การใช้งานแอป Sony Headphones Connect

ในหูฟังรุ่นใหม่ๆ นั้นโซนี่ได้ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับแอปที่ชื่อว่า Headphones ที่โซนี่พัฒนาขึ้นมา (โหลดได้ทั้ง Android และ iOS) ได้ด้วย ซึ่งฟีเจอร์และการใช้งานก็จะแตกต่างออกไปในแต่ละรุ่น ซึ่ง Sony WF-SP700N ก็มีฟีเจอร์ตามนี้

  1. Quick Sound Settings เลือกเปิดและปิดโปรไฟล์แบบเร่งด่วน โดยจะเป็นการเลือกเปิด Noise Canceling
  2. Ambient Sound Control เราสามารถเลือกปรับระบบตัดเสียงได้เอง โดยมีตั้งแต่
    – Noise Canceling ตัวเสียงรบกวนทั้งหมดเลย
    – Ambient Sound – Voice เปิดรับเสียงรอบข้าง เน้นเสียงคนพูด
    – Ambeint Sound – Normal เปิดรับเสียงรอบข้าง
  3. Equalizer ปรับแนวเสียงในการฟังเพลงแบบที่เราชอบ
  4. Now Playing ควบคุมการเล่นเพลงของแอปต่างๆ ผ่านตรงนี้ได้ เช่น เปิด Spotify ก็จะปรากฏตรงนี้ หรือถ้าเป็นแอป Music ในเครื่องก็ได้เช่นกัน
  5. Sound Quality Mode เลือกการส่งข้อมูลผ่าน Bluetooth ว่าจะส่งแบบเน้นคุณภาพเสียง ซึ่งในรุ่นนี้จะเป็น AAC หรือจะส่งแบบเน้นการเชื่อมต่อที่สเถียร SBC

 

เสียงของหูฟัง

หลังจากลองฟังเพลงผ่านไป 2-3 Playlist แล้วก็รู้สึกว่าหูฟัง WF-SP700N นี่ น่าจะเหมาะกับกลุ่มวัยรุ่น หรือกลุ่มคนที่ชอบออกกำลังกายจริงๆ เพราะมันเป็นหูฟังที่เวลาฟังเพลงมีบีทสนุกๆ หรือเพลงเร็วๆ มันส์ๆ นี่เพลินมาก เสียง Extra Bass ไม่ได้บวมจบกลบเสียงอื่นๆ ไปเหมือนก่อนหน้านี้

เสียงร้อง เสียงของนักร้องชัดเจน มิติโดยรวมของเสียงนั้นอาจจะไม่ได้กว้างมากนัก แต่ก็พอแยกตำแหน่งของเสียงเครื่องดนตรีต่างๆ ได้

เสียงย่านต่ำหรือเบส ด้วยความเป็นหูฟังที่มาพร้อมเสียง Extra Bass จังหวะของมันเลยมาแบบตึ้บๆ เป็นลูกๆ เลยทีเดียว เรียกว่าตอบโจทย์คนที่ชอบออกกำลังกายมาก เพราะถ้าจังหวะมันได้ เลือกเพลงที่ลงตัว มีไลน์เบสมันๆ เวลาวิ่งหรือเข้าฟิตเนสเล่นพวกท่าเซ็ตมันก็จะเพลินๆ เลย

เสียงย่านความถี่สูง เสียงย่านความถี่สูงนั้นออกจะบางไปสักนิด ใครที่ชอบฟังเพลงแนวเก็บรายละเอียดเล็กๆ และเครื่องดนตรีก็ต้องบอกว่าพอได้ แต่อาจจะไม่ครบขนาดนั้น

 

ประสบการณ์ใช้งาน

หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาประมาณ 1 สัปดาห์ หลักๆ คือใส่เวลาไปวิ่งและเข้าฟิตเนส มีใส่ระหว่างนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานบ้างนิดหน่อย ซึ่งในช่วงที่เข้าฟิตเนสและเดินทางนั้นก็จะเปิดระบบ Noise Canceling เป็นหลัก ถือว่าตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีเลย แถมยังได้รายละเอียดในการฟังเพลงมากขึ้น เพราะรอบข้างมันเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนเรื่องระบบตัดเสียงนั้น แน่นอนว่าหากออกไปวิ่งออกกำลังตามท้องถนน หรือแม้แต่เดินฟังเพลงกลับบ้าน การเปิดโหมด Ambient Sound รับเสียงภายนอกก็จะมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้ Noise Canceling

การเชื่อมต่อ Bluetooth แบบ SBC นั้นลองแล้วเสถียรมากกว่าจริงๆ เวลาไปวิ่งออกกำลังกาย ต้องเอามือถือใส่กระเป๋าคาดเอวนั้นไม่เจออาการหลุดเลย แต่พอลองเป็น AAC แล้วปัญหาสัญญาณแกว่งมีมากกว่า เรียกว่าหากจะเปิดเน้น Sound Quality Mode หรือ AAC นั้นควรจะเป็นการทำกิจกรรมอะไรที่อยู่กับที่ อย่างในฟิตเนสก็ถือว่าพอได้

ปกติแล้วหูฟังที่เป็น Truly Wireless ไร้สายแบบ 100% นั้นอาจจะเจอปัญหาหลุดร่วงหล่นหายได้ง่ายๆ แต่มันมี ear wing หรือที่ Sony เรียกว่า Arc Support มาเป็นตัวช่วยล็อค ซึ่งจากที่ลองไปวิ่งมานี่ ยังไงมันก็ไม่หลุด

    

ส่วนระบบ Voice ที่เชื่อมกับมือถือนั้น ไม่ได้รองรับแค่ Google Assistant นะครับ เพราะจากที่ได้ไปลองกับหลายๆ ยี่ห้อ อย่าง Samsung ที่มี Bixby นั้นเราสามารถเลือกให้มันทำงานกับ Bixby ก็ได้ เรียกว่าหากมือถือมีระบบ Voice Assistant ไหนใช้งานอยู่ ก็สามารถไปจับคู่ได้เลย แต่ก็จะเลือกจับคู่ได้แค่บริการเดียวเท่านั้น

ก่อนหน้านี้หูฟังสำหรับการออกกำลังกายมักจะออกแบบมาในรูปแบบสปอร์ต ใช้วัสดุเป็นยางๆ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ค่อยชอบ แถมเรื่องของเสียงก็เหมือนจะไม่ได้เน้นมากนัก ไปเน้นเรื่องของความทนทานมากกว่า ส่วนหูฟังที่มีระบบตัดเสียงรบกวนหรือ Noise Canceling นั้นก็ถูกจับไปใส่ในหูฟังระดับ Hi-End ขึ้นไป งานนี้ Sony WF-SP700N ถือเป็นรุ่นที่แรกเลยก็ว่าได้ ที่เป็นการครอสเอาทั้ง 2 สายมารวมกัน คือนอกจากเป็น Truely Wirelesss + กันน้ำ IPX4 แล้ว ยังใส่ระบบตัดเสียง Noisce Canceling มาให้ด้วย เรื่องของเสียงนั้นผมว่าโดดเด่นกว่าหูฟังออกกำลังกายทั่วไป ทั้งเรื่องของรายละเอียด และการเน้นเรื่องของเสียงเบสสำหรับคนออกกำลังที่ต้องการบีทหรือจังหวะมันๆ น้ำหนักเบา ใส่ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องของการหล่นหาย ถ้าใครกำลังมองหาหูฟังไปออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเอาไปแพร์คู่กับมือถือ หรือพวกนาฬิกาออกกำลัง ถ้างบถึงผมว่า Sony WF-SP700N นี่ครบเลยครับ (ส่วนใครที่เน้นฟังเพลงอย่างเดียว เสียงดีๆ ขอบอกว่าตอนนี้เห็น WF-1000X  ลดราคาอยู่ที่ Power Mall ครับ แต่ไม่รู้จะลดนานแค่ไหนนะ)

7 Comments

  1. boat_jc

    boat_jc Post on July 10, 2018 at 11:18 am

    #995304

    สอบถามหน่อยครับ

    WF-1000X  ลดราคาอยู่ที่ Power Mall เหลือเท่าไหร่อ่ะครับ สาขาไหนอ่ะครับ

    • Paulsor

      Paulsor Post on July 10, 2018 at 1:12 pm

      #995311

      1000x ที่หน้าเว็บ Power buy ใช้ code PWBEXT20 ใส่ตรงส่วนลดหน้าการสั่งซื้อครับ
      จะลดไป 20% จาก 7,490 เหลือ 5,992 ครับผม (แม่เจ้าาาาาาาาาาาาาาา)

      ส่วน sp700n ลดไป 5% ใช้โค้ดลดตัวเดียวกัน เหลือ 7,115.50 บาทครับ

      อีกตัวที่น่าสนคือ H.ear on mini ครับ เสียงดีมากครับแค่ไม่มี Noisce Canceling ครับ
      ใช้โค้ดตัวเดิมได้ลดจาก 7,990 เหลือ 6,392 ครับ

      ใครใช้ The one card ก็ลองเช็คคะแนนดูครับ เผื่อได้ลดไปอีก

    • Paulsor

      Paulsor Post on July 10, 2018 at 1:15 pm

      #995313

      เพิ่มเติมครับ ถ้าซื้อในออนไลน์ ได้ลดไปอีก 200 บาทครับ แต่ต้องเป็นการซื้อครั้งแรกนะครับกับ Power buy ขั้นตอนต่างๆมีในเว็บครับผม 🙂 #กระเป๋าตัค์สั่นไปหมดละครับ

  2. eakkabb Post on July 10, 2018 at 2:55 pm

    #995319

    เทียบเบสของ Bose Soundsport Free ได้ไหมครับ อยากได้อีกซักตัว มาใช้สลับกับ Bose เวลาแบตหมด

  3. skipz Post on July 10, 2018 at 3:45 pm

    #995321

    น้ำตาจะไหล ซื้อมา 7 วัน พังวันที่ 8 ส่งซ่อมไปจะครบเดือนเเล้วครับยังไม่ได้ของ 5555

  4. skipz Post on July 10, 2018 at 3:50 pm

    #995322

    ซื้อมา 7 วัน พังวันที่ 8 ชาจเเบตข้างที่ัรับสัญญาณไม่เข้า ส่งซ่อมไป วันนี้ครบ 4 อาทิตย์เเล้ว ยังไม่ได้คืนเลย 5555

  5. truss1

    truss1 Post on July 13, 2018 at 10:41 am

    #995443

    ปวดใจเพิ่งจัด wf1000X ไป

Leave a Reply

To Top