fbpx
News

ชาวรัสเซียแห่โหลดหน้าเว็บ Wikipedia เก็บไว้อ่านออฟไลน์ร่วมแสนครั้ง หลังรัฐบาลขู่จะแบนเว็บไซต์และการเข้าถึงทั้งหมด

ชาวรัสเซียพากันดาวน์โหลดข้อมูลในเว็บไซต์ Wikipedia เก็บไว้อ่านแบบออฟไลน์ ทันทีที่ทราบข่าวว่ารัฐบาลรัสเซียเตรียมจะบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์เร็ว ๆ นี้ เนื่องจากรัฐบาลฯ แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อเนื้อหาบนเว็บที่มีการระบุถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตในสงคราม รัสเซีย-ยูเครน โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลข่าวปลอมและเข้าข่ายผิดกฎหมายประเทศ

ก่อนหน้านี้สำนักข่าว Reuters เคยรายงานว่าเว็บไซต์ Wikipedia มีการลงข้อมูลตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิตที่เป็นทั้งประชาชนและเด็กชาวยูเครน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐของฝ่ายรัสเซียที่ปฏิบัติภารกิจ ซึ่งจากนั้นไม่นาน Roskomnadzor หน่วยงานควบคุมด้านการสื่อสารของรัสเซีย ได้ออกมาแจ้งว่าต้องการให้เว็บไซต์ฯ ถอดข้อมูลดังกล่าวออกจากบทความ แต่ทาง Wikipedia เองกลับไม่มีท่าทีตอบโต้และเลือกปิดกั้นการแก้ไขบทความนี้ไว้แทน จนเป็นชนวนให้รัฐบาลฯ เตรียมจะบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ Wikipedia ที่เป็นหน้าเว็บภาษารัสเซียทั้งหมด

เมื่อคนรัสเซียทราบข่าวไม่นาน ก็เริ่มหันมาหาวิธีเก็บข้อมูลเว็บ Wikipedia ไว้อ่านออฟไลน์กันอย่างแพร่หลายทันที โดยเครื่องมือที่นิยมใช้กันมากที่สุดขณะนี้ คือ Kiwix ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับแปลงหน้าเว็บให้เป็นไฟล์เข้าถึงแบบพิเศษที่สามารถกดเข้าไปอ่านหรือกดเข้าสู่หน้า Wiki อื่น ๆ ที่ถูกเขียนลิงก์เชื่อมหากันไว้ได้แทบจะเหมือนกับหน้าเว็บปกติทุกอย่าง ด้วยความที่เป็นซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่องานด้านนี้โดยเฉพาะ

Kiwix ได้เผยสถิติบนหน้าเว็บว่าก่อนหน้านี้รัสเซียไม่เคยติดอันดับหนึ่งใน 10 คนเข้าใช้งานด้วยซ้ำ แต่อยู่ ๆ ก็ไต่ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ช่วงเดือนมีนานี้ภายในระยะเวลาแค่ไม่ถึงเดือน ซึ่งปัจจุบันก็มีผู้ใช้ที่เป็นชาวรัสเซียไปแล้วกว่า 42% ของทราฟิกทั้งหมด

ไฟล์ Wikipedia ภาษารัสเซียที่ถูกสร้างไว้บน Kiwix รอบนี้ กลายเป็นไฟล์เดี่ยวขนาด 29GB ล่าสุดถูกกดดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 1 แสนครั้ง คิดเป็นเพิ่มขึ้นถึง 4,000% เทียบกับเดือนมกราคมที่ผ่านมา

เว็บไซต์ของนิตยสาร Slate ได้สัมภาษณ์ชาวรัสเซียคนหนึ่งชื่อว่า Alexander ซึ่งเขาบอกว่าอยากดาวน์โหลดไฟล์ Wikipedia ครั้งนี้เก็บไว้เผื่อจำเป็นต้องใช้ในอนาคต โดยให้เหตุผลว่าเขาเชื่อข้อมูลของ Wikipedia มากกว่าสื่อของรัฐบาลรัสเซียตอนนี้ และตัดสินใจว่าจะหาทางย้ายออกไปจากรัสเซียให้ได้เร็ว ๆ นี้

 

ที่มา : Kiwix, SlateReuters

Leave a Reply

To Top