เรียกได้ว่าเป็นช่วงนี้เป็นขาขึ้นครั้งของ Samsung เลยก็ว่าได้ หลังมีรายงานว่า Kim Yong-kwan ประธานฝ่าย Device Solutions หรือธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung Electronics ได้กล่าวในงาน Town Hall เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมว่า กำไรจากธุรกิจชิปของ Samsung ในปี 2026 อาจทำได้ตามที่ตลาดคาดการณ์ และอาจสูงกว่ากำไรสะสมทั้งหมดที่บริษัทเคยทำได้ตลอดราว 40 ปี นับตั้งแต่เข้าสู่ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์มาเลยทีเดียว

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจหน่วยความจำของ Samsung กำลังอยู่ในจุดที่ร้อนแรงมาก โดยนักวิเคราะห์คาดว่า Samsung อาจทำกำไรจากการดำเนินงานทั้งปีได้ราว 300 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากแรงหนุนของดีมานด์ชิปหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากตลาด AI, Data Center, HBM และ SSD ระดับองค์กร

สาเหตุหลักมาจากตลาดหน่วยความจำยังคงขาดแคลนอย่างหนัก ทำให้ Samsung มีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้น โดยรายงานระบุว่า Samsung กำลังเจรจากับลูกค้ากลุ่ม DRAM ทั่วไป เพื่อปรับราคาขึ้นอีกสูงสุดราว 20% ในไตรมาส 3 ปี 2026 หลังจากก่อนหน้านี้มีการปรับราคา DRAM ขึ้นไปแล้วถึง 90% ในไตรมาส 1 เมื่อเทียบกับราคาอ้างอิงในไตรมาส 4 ปี 2025 และปรับขึ้นต่ออีก 50–60% ในไตรมาส 2

นอกจากนี้ราคา LPDDR5X ขนาด 12GB ก็ถูกระบุว่าปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงเช่นกัน โดยหลังจากราคาขึ้นมาประมาณ 3 เท่าตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2025 ล่าสุดราคาสัญญาซื้อขายแตะราว 145 ดอลลาร์ต่อชิ้น ซึ่งสะท้อนว่าผลกระทบจากกระแส AI ไม่ได้กระทบแค่ตลาดเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น แต่ยังลากต้นทุนของอุปกรณ์ผู้บริโภคทั่วไปอย่างสมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ค และ PC ให้สูงขึ้นตามไปด้วย

ที่น่าสนใจคือ Samsung ถูกคาดว่าจะรายงานกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2026 สูงถึง 84.6 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 55,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากทำได้จริง ตัวเลขนี้จะสูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานไตรมาสล่าสุดของ NVIDIA ที่อยู่ราว 53,540 ล้านดอลลาร์ และอาจทำให้ Samsung กลายเป็นบริษัทที่ทำกำไรได้สูงที่สุดในโลกในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ Samsung และ SK hynix จะมีแผนลงทุนขนาดใหญ่เพื่อขยายกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำในเกาหลีใต้ มูลค่ารวมกว่า 800,000 ล้านดอลลาร์ แต่รายงานระบุว่ากำลังการผลิตจากโครงการนี้จะเริ่มมีผลอย่างมีนัยสำคัญจริง ๆ หลังปี 2033 เป็นต้นไป นั่นหมายความว่าหากดีมานด์จาก AI ยังแรงต่อเนื่อง ราคาหน่วยความจำทั้ง DRAM และ NAND ก็อาจยังอยู่ในระดับสูงไปอีกหลายปี

ที่มา : wccftech