Samsung Electronics เผยผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วย รายได้รวมและกำไรจากการดำเนินงานที่สูงเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

สรุปตัวเลขสำคัญ

  • รายได้รวมรวม : 171.5 ล้านล้านวอน (เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า – QoQ)
  • กำไรจากการดำเนินงาน : 89.5 ล้านล้านวอน (สร้างสถิติสูงสุดใหม่)
  • กำไรต่อหุ้น : เพิ่มขึ้น 52% อยู่ที่ 10,849 วอน (สูงสุดติดอันดับต้นๆ ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก)
  • ตัวทำเงินหลัก : กลุ่มธุรกิจ DS Division (Semiconductor) โตกระโดด 56% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กลุ่ม DX Division (Mobile & Consumer Electronics) ยอดขายลดลง 9% จากแรงกดดันด้านต้นทุนชิ้นส่วน

รายได้แยกตามกลุ่มธุรกิจ

1. ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ (Device Solutions – DS Division)

  • รายได้: 127.5 ล้านล้านวอน | กำไรจากการดำเนินงาน: 89.2 ล้านล้านวอน

กลุ่มธุรกิจหน่วยความจำ (Memory Business)

ทุบสถิติรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตอบสนองความต้องการด้าน AI โครงสร้างพื้นฐานระดับเซิร์ฟเวอร์อย่างแม่นยำ ประกอบกับราคาชิปในตลาดปรับตัวสูงขึ้น

  • นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำคัญ
    • ขยายการจำหน่าย HBM4 ชิปหน่วยความจำแบนด์วิธสูง
    • เริ่มส่งมอบตัวอย่าง HBM4E รุ่นแรกของอุตสาหกรรมให้กับลูกค้ารายใหญ่
    • รุกตลาดสเปคสูง เช่น DDR5, SOCAMM2, PCIe Gen6 และ UFS 5.0
  • แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2026 : คาดว่าภาวะสินค้าขาดตลาดจะยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากการขยายตัวของ Agentic AI และงบลงทุนด้าน AI Infrastructure แม้ความต้องการฝั่ง Mobile/PC จะชะลอตัวลงบ้าง

กลุ่มธุรกิจ System LSI

  • รายได้ครึ่งปีแรกสร้างสถิติใหม่จากการขาย SoC และเซนเซอร์ภาพถ่ายปริมาณมาก
  • คว้าคำสั่งซื้อสำหรับ Next-generation Flagship SoC ได้สำเร็จ และเร่งพัฒนาเซนเซอร์ภาพเพื่อรองรับตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม

กลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิตชิป (Foundry Business)

  • ผลประกอบการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดจากความต้องการ HBM Base-die และคำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐฯ
  • เดินหน้าผลิตชิปเทคโนโลยี 2nm ยุคที่ 2 สำหรับอุปกรณ์มือถือ รวมถึงขยายยอดขายชิป 4nm สำหรับ LPU (Language Processing Unit) ตั้งเป้าหมายเติบโตระดับสองหลักในครึ่งปีหลัง

2. ธุรกิจจอแสดงผล (Samsung Display Corporation – SDC)

  • รายได้ : 7.5 ล้านล้านวอน | กำไรจากการดำเนินงาน : 0.7 ล้านล้านวอน
  • จอขนาดเล็ก-กลาง (Mobile OLED) : เติบโตอย่างมั่นคงจากความต้องการสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม
  • จอขนาดใหญ่ (Large Display) : เติบโตเด่นชัดในกลุ่มมอนิเตอร์สำหรับเกมมิ่ง
  • แผนครึ่งปีหลัง : เดินหน้าผลิตสายการผลิต 8.6G IT OLED เพื่อลุยตลาดแท็บเล็ต เกมมิ่ง และยานยนต์

3. ธุรกิจมือถือและเครือข่าย (MX & Networks Businesses)

  • รายได้ : 33.2 ล้านล้านวอน | ขาดทุนจากการดำเนินงาน : 0.7 ล้านล้านวอน
  • Mobile Experience (MX) : รายได้เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จากยอดขาย Galaxy S26 Series และ Galaxy A Series ที่แข็งแกร่ง แต่ผลกำไรลดลงเนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • แผนครึ่งปีหลัง : ชูจุดขายด้าน AI ที่ปรับให้เข้ากับบุคคล ลุยตลาดด้วยเรือธง Galaxy Z8 Series และ Galaxy S26 Series พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่อย่าง Intelligent Eyewear (แว่นตาอัจฉริยะ)
  • Networks Business : ฟื้นตัวได้ดีจากการขยายตลาดต่างประเทศ

4. เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และ Harman (CE & Harman)

  • Visual Display (VD) & Digital Appliances (DA) : รายได้รวม 14.5 ล้านล้านวอน (มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานเล็กน้อย)
    • TV (VD Business) : ยอดขายโต YoY จากมหกรรมกีฬาใหญ่ แต่กำไรลดลง QoQ จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เตรียมลุยตลาด AI TV ด้วยเทคโนโลยี Vision AI และดันบริการ Samsung TV Plus
    • Home Appliances (DA Business) : แอร์ขายดีขึ้นในฤดูร้อน ชูยุทธศาสตร์เครื่องใช้ไฟฟ้า AI
  • Harman : ผลประกอบการดีขึ้นจากยอดขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในยานยนต์ และเครื่องเสียงพกพา