fbpx
Sponsored Content

พาไปดู Samsung TV กับเทคโนโลยีใหม่ของหน้าจอ และดีไซน์ที่แตกต่าง แต่เข้ากันได้กับทุกการตกแต่งของบ้าน

ตลาดทีวีในปัจจุบันเราสามารถหาโทรทัศน์ที่หน้าจอใหญ่กว่า 50 นิ้วได้ในราคาไม่ถึงหมื่นกันไม่ยากอีกต่อไป ซึ่งหากดูเผินๆ เราอาจจะมองได้ว่าทีวีแต่ละเครื่องก็มีความเหมือนกันไปซะหมด แต่ในความเป็นจริงแล้วเหล่าโทรทัศน์ในระดับที่สูงขึ้นมาจาก Entry Level ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งด้านภาพ และเสียง อยู่ตลอดเวลา รวมถึงดีไซน์ก็ช่วยสร้างความแตกต่าง และเป็นเครื่องประดับชั้นดีของบ้านได้เช่นกัน ถ้าใครสนใจอยากจะอัพเดตเทคโนโลยี และเทรนด์ของทีวีในยุคนี้ว่าเป็นอย่างไร ตามเรามาในบทความนี้ได้เลยครับ

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาที่ทั้งโลกเจอวิกฤตการณ์การระบาดของโควิด หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบต่อยอดขาย แต่สินค้าอย่างโทรทัศน์กลับเริ่มได้รับความนิยมและขายดีกว่าเดิมจากการที่คนอยู่บ้านกันมากขึ้น และเลือกใช้โทรทัศน์เป็นอุปกรณ์หลักในการทำงานและเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกัน

55% ของครอบครัวที่มีลูกอยากจะทำงานที่บ้านกับทีวี57% ดูหนังและซีรีย์ผ่านบริการสตรีมมิ่งมากขึ้น76% ของผู้ใช้เล่นเกมได้สนุกขึ้นกว่าเดิมบนทีวี
57% ออกกำลังกายที่ห้องนั่งเล่นกับทีวี และพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น47% เปลี่ยนจากกิจกรรมกีฬาเป็นบริการสตรีมมิ่ง67% ของผู้ใช้ Video Conf. เชื่อมต่อกับทีวีมากกว่า 1 ครั้ง

Samsung เป็นแบรนด์ทีวีอันดับหนึ่งที่มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของโลกมาร่วม 14 ปี มียอดขายสูงกว่าอันดับสองเกือบเท่าตัว โดยจะมีสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงระดับคนที่จริงจังอย่าง Videophile หรือ Audiophile โดยการเข้าซื้อกลุ่ม Harman ในปี 2016 ก็ยิ่งช่วยยกระดับคุณภาพ รวมถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี เรามักจะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งในด้านจอภาพจาก Samsung มาโดยตลอด และในปีนี้ทาง Samsung ก็ได้มีการฉีกแนวออกดีไซน์ใหม่ ที่เปลี่ยนความจำเจของทีวีแบบเดิมๆ ที่ต้องเป็นเพียงกรอบสี่เหลี่ยม ให้มีรูปลักษณ์ที่หลากหลาย รวมถึงรุ่นที่สามารถปรับการแสดงผลให้เป็นแนวนอนหรือแนวตั้งได้อีกด้วย

โดยเราสามารถแบ่งโทรทัศน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันออกไปนี้ ออกมาได้เป็นทั้งหมด 4 กลุ่ม ได้แก่

The Terrace – ทีวีที่อยู่ภายนอกอาคาร

เมื่อเราอยู่บ้านมากขึ้น เราก็อาจจะไม่ได้ต้องการอยู่ในห้องอุดอู้ อยากที่จะนั่งรับชมเนื้อหาจากระเบียงนอกบ้าน ในวันที่อากาศเย็นๆ หรือลงไปแช่ในสระว่ายน้ำในวันร้อนๆ เปิดเพลงรับชมมิวสิควิดีโอไปด้วยได้ ซึ่งทีวีในอดีตจะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงมากๆ หรือพร้อมเจอฝุ่นและละอองน้ำ ถ้าทู่ซี้ใช้งานไป ทีวีเครื่องโปรดของเราอาจจะจากเราไปก่อนเวลาได้ แต่นั่นไม่ใช่กับรุ่น Terrace เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

  • ทีวีสำหรับตั้งนอกบ้านโดยเฉพาะ เพื่อกิจกรรมที่หลากหลาย
  • มีความสว่างที่มากกว่าทีวีทั่วไป 8 ระดับ
  • ทนสภาพแวดล้อมได้ทั้ง น้ำ ฝุ่น และความร้อนที่ 50℃

The Frame – ทีวีหรือกรอบรูป

ถ้าเราติดกับภาพเดิมๆ ของทีวีที่จอหนาๆ เครื่องใหญ่ๆ ต้องวางตั้งเอาไว้เดี่ยวๆ ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ มาใช้ The Frame ที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับกรอบรูป สามารถเอาไปวางอยู่ท่ามกลางภาพศิลปะต่างๆในบ้านของเราได้อย่างลงตัว โดยที่แขกที่มาเยือนบ้านไม่สามารถแยกออกได้ว่านี่คือทีวี หรือรูปภาพกันแน่

  • ทีวีที่ออกแบบมาให้เหมือนเป็นกรอบรูป
  • พักจอเพื่อแสดงภาพศิลปะมากกว่า 1,200 แบบ
  • วางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
  • มีกรอบให้เลือกได้หลายสี
  • Eco-Package ปรับกล่องให้กลายเป็นบ้านแมว

The Serif – เฟอร์นิเจอร์สุดเก๋ ตั้งได้กลางบ้าน

ทิ้งกรอบดีไซน์ของทีวีที่เป็นกรอบสี่เหลี่ยมต้องวางติดผนัง แล้วลองนึกดูว่ามันจะดีแค่ไหน ถ้าเราจะมีทีวีเป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนึง วางไว้อยู่กลางห้องได้แบบสวยๆ ซึ่งถ้าเพื่อนๆ กำลังคิดอยู่เหมือนกันก็จะเป็นแบบเดียวกับที่ทาง Samsung เค้าดีไซน์ตัว Serif มาให้ตอบโจทย์ความต้องการนี้

  • กรอบสีขาวกับดีไซน์ที่แตกต่าง
  • สวยทั้งหน้าทั้งหลัง ไม่ต้องวางเข้าผนัง
  • แค่แตะก็พร้อมเล่นหนังเพลง จากบนมือถือ

The Sero – ปรับหมุนนอน-ตั้ง

ทำไมทีวีต้องวางในแนวนอนเท่านั้น ทั้งที่เนื้อหาในปัจจุบันก็มีมาเป็นแนวตั้งอยู่มากมาย จากความต้องการนี้ Samsung จึงออกแบบ The Sero มาเพื่อคนที่รับชมเรื่องราวในแนวตั้งอยู่เป็นประจำ รวมถึงพลิกกลับไปนอนได้ เมื่อต้องการรับชมเนื้อหาทั่วไป โดยเราสามารถซิงค์การรับชมบนมือถือกับทีวีให้เหมือนกันได้ทันที เพียงแค่พลิกจอมือถือไปมา เจ้าเดอะเซโร่ก็จะพลิกตามได้อีกด้วย

  • คำว่าเซโร่ในภาษาเกาหลีมีสองความหมาย “แนวตั้ง” หรือ “ใหม่”
  • ตอบโจทย์เนื้อหาที่มีแนวตั้งมากขึ้น
  • มอเตอร์มีเสียงเบาพิเศษ

นอกจากดีไซน์สุดล้ำที่แตกต่างแล้ว  ทีวีของซัมซุงยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ อีกมากมาย แต่มันจะแตกต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง มาดูกันต่อเลยครับ

QLED 8K ที่สุดของเทคโนโลยีหน้าจอทีวียุคนี้ ที่ได้ทั้งภาพสวย และความทนทาน

QLED ย่อมาจาก Quantum-Dot Light-Emitting Diode เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในด้านจอภาพ ที่นำเอาเทคโนโลยี Quantum Dot มาใช้แทนหลอด Diode แบบเก่า โดยใช้สารเรืองแสงซึ่งมีอนุภาคเล็กมากๆ เพื่อสร้างสีสันให้กับจอแสดงผล ซึ่งความกว้างระหว่าง Quantum Dot แต่ละเม็ดจะมีมากพอให้แสงที่มีความยาวคลื่นต่างๆ ผ่านได้ในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้สามารถแสดงเฉดสีต่างๆ ได้อย่างแม่นยำสุดๆ แถมยังให้ความสว่างมากกว่าทีวีที่ใช้หน้าจอประเภทอื่นๆ อีกด้วย

ทีวี QLED 8K ของ Samsung มากับหน่วยประมวลผล Quantum Processor 8K ทำให้สามารถแสดงผลคอนเทนต์ต่างๆ ได้ที่ความละเอียด 7,680 x 4,320 พิกเซล หรือ 33MP ได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Adaptive Picture ซึ่งใช้เซ็นเซอร์รับแสงจากตัวทีวีที่สามารถตรวจจับความสว่างรอบตัว และนำมาปรับความสว่างและค่าคอนทราสต์ของหน้าจอให้เหมาะสมกับสภาพแสงรอบๆ เพื่อความสมบูรณ์ของภาพที่ได้

สีสันเที่ยงตรง จำนวนสีเต็มอิ่ม 100%

QLED ยังให้ Color Volume หรือระดับสีแม่นยำถึง 100% จากการทดสอบด้วยมาตรฐาน DCI-P3 และยังผ่านการรับรองจากสมาคมระดับโลกอย่าง Verband Deutscher Elektrotechniker (VDE) ว่าสามารถสร้างระดับสีได้ที่ 100% จริง นั่นหมายความว่าสีจากคอนเทนต์ต่างๆ จะแสดงผลออกมาได้ตามที่ผู้สร้างต้องการให้เราเห็นจริงๆ แบบไม่มีการผิดเพี้ยนเลย ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแสงแบบไหนก็ตาม

ซึ่งการที่หน้าจอประเภท QLED สามารถแสดงผลสีได้อย่างแม่นยำแบบนี้ เป็นเพราะว่าเทคโนโลยี Quantum Dot ไม่ได้เป็นตัวให้กำเนิดแสงเองเหมือนทีวีประเภท OLED แต่ตัว Quantum Dot เองเป็นวัตถุเรืองแสงได้ และมีความไวต่อแสง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกรองแสงจากหลอด LED อีกทีนึง ภาพที่ออกมาจึงมีความสว่างสดใสมากกว่า และมีความแม่นยำกว่านั่นเอง


เนื้อหามาระดับไหนก็ทำให้เป็น 8K ได้

เนื้อหาดีๆ บางชิ้นแม้จะยังไม่ได้ถ่ายทำมาระดับ 8K แต่ทีวี QLED 8K ของ Samsung สามารถอัปสเกล หรือเพิ่มความละเอียดของคอนเทนต์ต่างๆ ให้กลายเป็นระดับ 8K ได้ด้วยระบบ AI ซึ่งจะวิเคราะห์ข้อมูลสี, แสง, ค่า Contrast และรายละเอียดของภาพต่างๆ ให้ได้คุณภาพที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นการเสริมรายละเอียดของภาพ, ปรับปรุงขอบภาพให้คมขึ้น รวมถึงลด Noise ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเม็ดพิกเซลลงไปเพื่อให้ภาพที่ปรากฎบนหน้าจอมีความชัดเจนสมกับหน้าจอ 8K แม้ว่าคอนเทนต์นั้นจะมีความละเอียดแค่ระดับ FHD หรือ 4K ก็ตาม 

การอัปสเกลดังกล่าวจะใช้ Machine Learning เพื่อเรียนรู้จากไฟล์วิดีโอจำนวนเป็นล้านๆ ไฟล์ ในการเปรียบเทียบวิดีโอความละเอียดต่ำกับความละเอียดสูง เพื่อให้ AI ได้รู้วิธีในการปรับคุณภาพของไฟล์ระดับต่ำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย

รับประกัน ไร้ขอบเบิร์นแม้เปิดค้างไว้ยาวนาน

ทีวี QLED จาก Samsung ยังทนทานจากอาการ “Burn-in หรือภาพไหม้ค้างติดหน้าจอ” มากกว่าทีวีในอดีต โดยอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นเวลาที่มีภาพใดภาพหนึ่งปรากฎอยู่บนหน้าจอทีวีในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานาน ทำให้อุณหภูมิของเม็ดพิกเซลบริเวณนั้นสูงขึ้น และเกิดการเสื่อมสภาพ จนทิ้งรอยจางๆ เอาไว้บนหน้าจอแม้จะเปลี่ยนไปดูอย่างอื่นแล้ว (อย่างเช่นโลโก้ช่องทีวีเป็นต้น) โดยอาจจะเกิดขึ้นแบบชั่วคราว หรืออย่างแย่สุดก็คือเป็นถาวรไปเลย 

อาการ Burn-in อาจเกิดขึ้นได้กับทีวีทุกประเภท โดยเฉพาะทีวีที่ใช้จอแบบ OLED แต่สำหรับทีวี QLED จาก Samsung นั้นจะมีโอกาสเกิดอาการ Burn-in ได้น้อยกว่ามากเพราะไม่ได้ใช้เม็ดพิกเซลที่ส่องสว่างในตัวเอง อุณหภูมิในบริเวณนั้นจึงไม่สูงมาก ป้องกันการเกิด Burn-in ได้เป็นอย่างดี และมั่นใจในความทนทานนี้ จนกล้าการันตีว่าหากกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ลูกค้าคนไหนเจออาการจอเบิร์นนี้ทาง Samsung ก็รับประกันซ่อมให้ฟรี แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายกันไปเลย

ความละเอียด 8K อนาคตที่มาถึงแล้ววันนี้

เมื่อพูดถึงความละเอียด 8K หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไกลตัว ปัจจุบันยังคงดูแค่ FullHD 1080p หรือ 4K ยังหาดูได้ไม่ง่ายขนาดนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่เริ่มรองรับกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนอย่าง Galaxy S20 Ultra, Galaxy Note 20, Galaxy S20 FE หรือ Galaxy Fold 2, เครื่องเล่นเกมอย่าง PlayStation 5 และ XBOX Series X, กราฟิกการ์ดบนพีซีก็เริ่มใช้งานได้ รวมถึงงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ความจริงต้องจัดขึ้นในปี 2020 นี้ แต่ถูกเลื่อนไปก่อนเพราะโควิดนี้ ก็วางแผนที่จะถ่ายทอดสดด้วยความละเอียดระดับ 8K อีกด้วย

โดยในปัจจุบันแพลตฟอร์มสตรียมมิ่งวิดีโอชื่อดังอย่าง YouTube ก็เริ่มมีการอัปโหลดคลิปที่ความละเอียด 8K ออกมาให้เห็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าใครได้เคยลองรับชมเนื้อหาระดับนี้บนจอ 8K แล้วก็จะเข้าใจว่า 4K ที่เราเคยมองว่าเพียงพอแล้ว ก็กลายเป็นไม่ละเอียดไปเมื่อเปรียบเทียบกับไฟล์ 8K ดังนั้นมั่นใจได้ว่าในอนาคตคอนเทนต์ระดับ 8K จะเริ่มผุดขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ เช่นเดียวกับตอนที่ 4K ออกมาใหม่ๆอย่างแน่นอน

ไม่ใช่แค่ภาพที่คมชัด แต่เสียงก็ครบสมบูรณ์

เราได้สาธยายคุณสมบัติด้านภาพกันไปก็เยอะแล้ว แต่ใช่ว่าทีวี QLED ของ Samsung จะมีดีแค่ภาพอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังมากับระบบเสียงที่สุดยอดในตัว ในหลายๆด้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • Object Tracking Sound+ (OTS+) เล่นเสียงของวัตถุที่เคลื่อนไหวไปมาบนหน้าจอตามตำแหน่ง ตัวอย่างเช่นมีรถยนต์วิ่งจากด้านขวาไปที่ด้านซ้าย จากนั้นวกกลับมาที่ด้านขวาอีกรอบ เสียงของรถคันนั้นก็จะเคลื่อนที่ไปตามตำแหน่งจริงที่ปรากฎบนหน้าจอ เพิ่มมิติ และความสมจริงให้กับการรับชมมากขึ้นไปอีก
  • Active Voice Amplifier (AVA) ระบบตรวจจับเสียงรอบข้างเพื่อเพิ่มระดับเสียงจากทีวีให้ดังขึ้นแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะทำงานเมื่อรอบๆ ตัวมีเสียงรบกวนเกิดขึ้นอย่างเช่น เสียงเครื่องดูดฝุ่น, เสียงทำอาหาร, เสียงเครื่องตัดหญ้า ฯลฯ จากนั้นตัวทีวีก็จะเร่งระดับเสียงขึ้นเพื่อเพิ่มความคมชัดของเสียงพูดจากคอนเทนต์ที่ดูอยู่
  • Adaptive Sound+ สามารถวิเคราะห์และระบุรูปแบบเสียงจากคอนเทนต์ได้ว่าฉากที่กำลังแสดงอยู่บนหน้าจอในขณะนั้นควรเปลี่ยนมาใช้โหมดเสียงแบบไหน เช่น เสียงพูด เสียงดนตรี เสียงขณะอยู่ในสนามกีฬา ฯลฯ

และแน่นอนว่ารูปแบบห้องของแต่ละคนมีการจัดวางที่ไม่เหมือนกัน แต่สำหรับทีวี QLED มาพร้อมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์เสียง Audio Spatial Intelligence สำหรับวิเคราะห์ห้อง และสิ่งของที่อยู่ภายในห้องด้วยการใช้คลื่นเสียงสะท้อนจากตัวทีวี (เหมือนเรดาร์) เพื่อปรับเสียงที่เล่นออกมาให้เหมาะสมกับสภาพห้องที่สุด ซึ่งการปรับแต่งไม่ต้องทำอะไรเลย แค่หาที่วางทีวีที่ต้องการจากนั้นก็ปล่อยให้ทีวีทำหน้าที่ในการตั้งค่าเสียงที่เหมาะสมที่สุดให้เองได้เลย โดยที่เราไม่ต้องตั้งค่าเองให้วุ่นวาย

นอกจากนี้ หากใช้งานคู่กับ Soundbar ที่รองรับระบบเสียง Q-Symphony จะยิ่งเป็นการเพิ่มความสมจริงให้กับคอนเทนต์มากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เพราะเมื่อเชื่อมต่อกันแล้ว ตัวทีวี QLED จะเปลี่ยนการเล่นเสียงจากลำโพงที่มีในตัวใหม่ โดยยิงเสียงขึ้นไปด้านบน และใช้เสียงจาก Soundbar ให้ยิงออกมาทางด้านหน้า และด้านข้าง ทำให้เสียงที่ออกมาโอบอยู่รอบตัว ได้อารมณ์ที่สมจริงเหมือนอยู่ในเหตุการณ์สุดๆ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการอัปเดตเทคโนโลยีด้านภาพและเสียงของ Samsung ในยุคนี้ น่าจะพอทำให้เพื่อนๆ ได้เห็นภาพกันมากขึ้นว่า ถ้าเราจะซื้อทีวีเครื่องใหม่ในช่วงนี้ เราควรจะคาดหวังอะไรได้บ้าง ไม่ว่าจะเรื่องดีไซน์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์แต่ละคนได้มากขึ้น หน้าจอขนาดใหญ่ที่ได้ทั้งความละเอียดและสีสันที่สมจริง รวมถึงระบบเสียงที่ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องเสียงราคาแพงก็สามารถได้รับประสบการณ์ที่ดีจากโทรทัศน์เครื่องใหม่ของเราได้อย่างเต็มที่ครับ

สามารถกดเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทีวี QLED จาก Samsung กันเพิ่มเติมได้นะครับ

สำหรับใครที่กำลังพิจารณาซื้อทีวีใหม่อยู่ก็ขอให้เจอเครื่องที่ถูกใจ และมีความสุขกับการรับชมเนื้อหากันได้ทุกคนครับ 🙂

Leave a Reply

To Top