Sonova กำลังวางแผนขายธุรกิจหูฟังฝั่ง Consumer ของ Sennheiser หลังจากเพิ่งเข้าซื้อมาได้เพียง 4 ปี เมื่อช่วงกลางปี 2021 โดยล่าสุดขึ้นสถานะเป็น Discontinued Operation เป็นที่เรียบร้อย
จุดเริ่มต้นของการซื้อกิจการหูฟังฝั่ง Consumer จาก Sennheiser สู่ชายคา Sonova
ย้อนกลับไปในปี 2021 แบรนด์เครื่องช่วยฟังจากสวิสเซอร์แลนด์อย่าง Sonova Holding AG ได้ประกาศเข้าซื้อธุรกิจหูฟังฝั่ง Consumer ของ Sennheiser ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 200 ล้านยูโร พร้อมรับพนักงานประมาณ 600 คน และโรงงานในเยอรมนี ไอร์แลนด์ โรมาเนีย และสหรัฐฯ มาบริหารต่อด้วยตนเอง

โดยแนวทางของ Sonova ณ ตอนนั้นก็คือเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 25 ปี ซึ่งเคยซื้อหูฟังของ Sennheiser และในอนาคตเมื่อเวลาผ่านไปจนอายุราว 55 ปี ลูกค้ากลุ่มนี้จะกลายเป็นคนที่นึกถึงอุปกรณ์ช่วยฟังของ Sonova เป็นลำดับแรก ๆ
หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ปูทางด้วยโปรดักส์อย่างหูฟังภายใต้แบรนด์ Sennheiser ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายอายุยังน้อย แล้วจากนั้นค่อยนำอุปกรณ์ช่วยฟังที่อยู่ภายใต้ชื่อแบรนด์หลักเข้าไปอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
‘ฝืน’ รวมธุรกิจเกินไป สุดท้ายไปไม่รอด เพราะมองตลาดไม่ขาดว่าพฤติกรรมลูกค้าต่างกันจนเกินไป
ซึ่งปัญหาก็คือในทางทฤษฎีแล้ว แผนดังกล่าวฟังดูดีมาก แต่เมื่อปฏิบัติจริง Sonova ก็ออกมายอมรับว่าธุรกิจ Consumer Audio กับ Hearing care business ไม่ได้มีช่องทางขายที่เยอะมากขนาดนั้น นอกจากนั้นพฤติกรรมหรือความต้องการของผู้บริโภคก็มีความแตกต่างมากจนเกินไป
ลูกค้าที่ชื่นชอบหรือซื้อหูฟัง TWS ไม่ได้สนใจจะซื้ออุปกรณ์ช่วยฟังตั้งแต่แรก กว่าจะรอให้อายุถึง 55 ปี ก็นานเกินไปกว่าจะกระตุ้นยอดขายเครื่องช่วยฟังของ Sonova ได้ กลับกันลูกค้าที่ซื้อเครื่องช่วยฟังก็ไม่ได้สนใจสินค้ากลุ่ม TWS ตั้งแต่แรก


ผลกระทบที่ตามมาก็คือ รายได้ธุรกิจ Hearing care business ลดลงเหลือเพียง 6% จากยอดขายรวมทั้งหมด และรายได้เองก็ลดลงประมาณ 8% นับตั้งแต่ปี 2023 ที่ผ่านมา ดังนั้นเพื่อที่จะระบายสินค้ากับรักษายอดขาย Sonova ต้องพึ่งพาวิธีลดราคาหรือจัดโปรโมชันให้มากขึ้นกว่าเดิม
และจากเหตุผลข้างต้นที่ว่ามา Branding หรือภาพลักษณ์ของแบรนด์ Sennheiser ซึ่งมีความพรีเมียมมาโดยตลอดนั้นดูลดลงไปเลยทันที
นักวิเคราะห์จาก RBC Capital Markets ประเมินด้วยว่ามูลค่าธุรกิจหูฟังฝั่ง Consumer ของ Sennheiser อาจทำเงินได้ต่ำกว่าดีลที่บริษัทเคยจ่ายไปตอนซื้อธุรกิจเข้ามาในปี 2021 หรือพูดง่าย ๆ อีกรอบก็คือ ‘ขาดทุนเต็มประตู’
เจ้าของใหม่คือใคร ชื่อแบรนด์จะเป็นยังไงต่อ ?
ประเด็นสำคัญที่สุดของเรื่องก็คือ ‘ชื่อแบรนด์’ จะสามารถถ่ายโอนไปให้เจ้าของใหม่ที่เข้ามาซื้อธุรกิจต่อได้เลยมั้ย เพราะปัจจุบันนี้ Sonova ไม่ได้เป็นเข้าของชื่อ Sennheiser แบบสมบูรณ์ แต่มีสิทธิ์ในการใช้ชื่อแบรนด์ถาวรเท่านั้น (perpetual license)

ดังนั้นก็ต้องมาลุ้นว่าเมื่อ Sonova สามารถหาเจ้าของรายใหม่ที่จะมารับช่วงต่อธุรกิจหูฟัง Sennheiser ได้แล้ว จำเป็นต้องได้รับการยินยอมในการถ่ายโอนสิทธิ์การใช้ชื่อแบรนด์จากครอบครัวผู้ก่อนตั้ง Sennheiser อีกทีหนึ่งหรือเปล่า
เพราะถ้าเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ ก็แสดงว่ากากรวางแผนขายธุรกิจหูฟังฝั่ง Consumer โดย Sonova ครั้งนี้ มีโอกาสที่อาจถูกเบรกโดยครอบครัวผู้ก่อตั้งเสียก่อนเพราะเป็นเจ้าของชื่อแบรนด์ตัวจริง 100%
โดยปัจจุบันถึงแม้ครอบครัว Sennheiser ธุรกิจหูฟังฝั่ง Consumer ออกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ถอนตัวหรือหายเข้ากลีบเมฆไปเสียทีเดียว โดยยังคงโลดแล่นหรือดำเนินธุรกิจฝั่ง Professional Audio ที่ทำรายได้มากกว่า
อนาคตของแบรนด์และลูกค้า Sennheiser ที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน 100% ว่าใครจะเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจหูฟังฝั่ง Consumer ในครั้งนี้ต่อจาก Sonova แต่ทางแบรนด์ก็ออกมายืนยันเพื่อความอุ่นใจว่าถึงแม้จะขึ้นสถานะ Discontinued Operation แต่การรับประกันไปจนถึงบริการหลังการขายยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ
แต่หลังจากได้เจ้าของใหม่แล้วอันนี้ก็ไม่แน่ เพราะเงื่อนไขต่าง ๆ น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อยู่พอสมควร โดยเฉพาะเงื่อนไขการรับประกัน การรองรับอะไหล่สำหรับการซ่อม และการซัพพอร์ตเวอร์ชันซอฟต์แวร์ของหูฟังรุ่นต่าง ๆ แต่ในทางที่ดีขึ้นหรือแย่งลงอันนี้ก็ต้องมาลุ้นกัน
ที่มา : Headphonesty

Comment