เบื่อไหมกับอากาศร้อนจัดจนเหงื่อท่วมเสื้อ? ล่าสุด Sony ได้เปิดตัวนวัตกรรมที่จะมาเปลี่ยนชีวิตคนเมืองและคนทำงานกลางแจ้งด้วย Sony REON POCKET PRO Plus แอร์พกพารุ่นเรือธง ที่พัฒนาต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี จนถึงเวอร์ชันที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน ไปดูกันว่าจะต่างจากรุ่นเดิม Sony REON POCKET 5 ที่เราเคยรีวิวแค่ไหน
REON POCKET PRO Plus คืออะไร? ทำงานอย่างไร?
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่ามันคือพัดลมคล้องคอ แต่จริงๆ แล้ว REON POCKET PRO Plus ทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่านั้นมาก

หัวใจหลักคือ Peltier Effect
ตัวเครื่องไม่ได้ใช้การเป่าลมเย็น แต่ใช้ปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า Peltier Effect (เอฟเฟกต์เพลเทียร์) โดยภายในจะมีแผ่นโลหะพิเศษที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า เมื่อเปิดใช้งาน ฝั่งที่สัมผัสกับร่างกายจะเย็นลงอย่างรวดเร็ว เหมือนก้อนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย ส่วนความร้อนจะถูกระบายออกด้านบน ซึ่งชิ้นส่วนระบายลมร้อนได้รับการออกแบบใหม่ให้สามารถ ยืดความยาว และ ปรับองศา ได้อย่างอิสระ

โดยตัวเครื่องถูกตั้งค่าอัลกอริทึมมาอย่างชาญฉลาด เพื่อควบคุมอุณหภูมิที่พื้นผิวสัมผัสให้อยู่ที่ประมาณ 20 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ Sony วิจัยมาแล้วว่าช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นสดชื่นได้ในหลากหลายสภาพแวดล้อม โดยที่ไม่เย็นจัดจนทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรือรู้สึกหนาวสั่นเกินไป
จุดวางที่แม่นยำ
ตัวเครื่องจะถูกออกแบบให้วางอยู่บริเวณ ฐานลำคอ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของระบบหมุนเวียนโลหิต เมื่อเลือดที่ไหลผ่านบริเวณนั้นได้รับความเย็น จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นลงทั่วตัวอย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ใช่แค่แอร์ แต่เป็นฮีตเตอร์ ในฤดูหนาวได้ด้วย
ใครว่า REON POCKET PRO Plus มีประโยชน์แค่ตอนหน้าร้อน? เพราะ Sony ออกแบบเครื่องนี้มาให้เป็นเพื่อนคู่ใจในทุกสภาพอากาศ แม้แต่ในฤดูหนาวหรือในออฟฟิศที่แอร์เย็นจัด

- โหมด WARM ปรับได้ 4 ระดับ : ตัวเครื่องไม่ได้มีดีแค่ความเย็น แต่ยังมีโหมดทำความร้อน (WARM Mode) ที่ปรับระดับความอุ่นได้ถึง 4 ระดับ เพื่อให้เลือกความร้อนที่พอเหมาะกับสภาพอากาศในขณะนั้น
- พลังจาก Dual Thermo Modules : ด้วยเทคโนโลยีโมดูลคู่ตัวท็อป ไม่เพียงแต่ทำความเย็นได้ดี แต่ยังมอบความอบอุ่นส่งผ่านแผ่นสัมผัสไปยังต้นคอ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็วในวันที่อากาศหนาวเย็น
มีอะไรใหม่ในรุ่น PRO Plus?
Sony ไม่ได้แค่เปลี่ยนดีไซน์ แต่เป็นการอัปเกรดประสิทธิภาพภายในขนานใหญ่
- เย็นกว่าเดิม 20% : ประสิทธิภาพการทำความเย็นเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
- แบตเตอรี่อึดขึ้น : แม้จะแรงขึ้น แต่ยังสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง ในระดับการเย็นขั้นที่ 2 (Second-highest setting)
- อัลกอริทึมฉลาดขึ้น : ระบบระบายความร้อนรุ่นใหม่จะตรวจสอบอุณหภูมิผิวหนังและอุณหภูมิรอบข้างแบบ Real-time เพื่อปรับระดับความเย็นให้เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ
- ดีไซน์กระชับ 40% : ขาที่ใช้คล้องบ่า (Fins) ถูกออกแบบใหม่ให้ยืดหยุ่นและเกาะสรีระได้ดีขึ้นกว่าเดิม 40% ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเดินไปมาก็ไม่หลุดง่าย

อุปกรณ์เสริมอัจฉริยะ REON POCKET TAG (Gen 2)

ความพิเศษของรุ่น PRO Plus คือมาพร้อมกับ Pocket Tag รุ่นที่ 2 ขนาดเล็กลงกว่าเดิม ตัวแท็กนี้จะทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์ตรวจวัด อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ รอบตัวเรา แล้วส่งข้อมูลกลับไปยังตัวเครื่องผ่าน Bluetooth เพื่อให้แอร์ปรับความเย็นให้เราแบบ Customized ตามสภาพอากาศจริงในขณะนั้น
มั่นใจทุกการใช้งาน มาตรฐานความปลอดภัยระดับ Sony

ไม่ใช่แค่เรื่องความเย็น แต่ REON POCKET PRO Plus ยังถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความทนทานเป็นหลัก เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสบายใจไร้กังวล
- โครงสร้างกันละอองน้ำและเหงื่อ : ตัวเครื่องถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานขณะมีเหงื่อหรือเดินในที่ที่มีละอองน้ำเบาๆ โดยมีการซีลส่วนสำคัญไว้อย่างแน่นหนา
- (หมายเหตุ: สามารถกันละอองน้ำและเหงื่อได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่แนะนำให้จุ่มน้ำหรือใช้งานท่ามกลางฝนตกหนัก)
- ระบบตรวจสอบความปลอดภัยขณะชาร์จ : มีกลไกป้องกันพิเศษในขณะเสียบชาร์จไฟ เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจรหรือความร้อนที่อาจเกิดขึ้นเกินมาตรฐาน
- ระบบตรวจวัดสถานะแบบ Real-time : ภายในตัวเครื่องมีเซนเซอร์อัจฉริยะที่คอยตรวจสอบสถานะการทำงานอยู่ตลอดเวลา หากระบบตรวจพบความผิดปกติหรือความร้อนภายในที่สูงเกินไป เครื่องจะปรับการทำงานหรือตัดไฟทันทีเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้สวมใส่
ข้อมูลสเปค
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| เทคโนโลยีความเย็น | Thermoelectric cooling (Peltier effect) |
| ระยะเวลาการใช้งาน | สูงสุด 10 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับโหมดที่ใช้) |
| การชาร์จ | USB-C port |
| การควบคุม | แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน หรือโหมดอัตโนมัติ |
| ความเข้ากันได้ | iOS และ Android |
ราคาและการวางจำหน่าย
Sony REON POCKET PRO Plus มีวางขายในสหราชอาณาจักรและแถบยุโรป โดยมีราคา คือ
- 199 ปอนด์สเตอร์ลิง (ประมาณ 9,000 บาท)
- 220 ยูโร ในประเทศอื่นๆ ในยุโรป

Comment