Sony ประกาศหยุดรับออเดอร์การ์ดหน่วยความจำ CFexpress และ SD Card หลายรุ่นชั่วคราว หลังเจอกับวิกฤตหน่วยความจำขาดแคลนชั่วคราวเพราะถูกเหมาไปใช้กับ Data Center ด้าน AI และสภาวะขาดแคลน ‘ฮีเลียม’ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการผลิตชิปหน่วยความจำ

Sony ประกาศหยุดจำหน่ายการ์ดหน่วยความจำชั่วคราว ยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาขายตอนไหน

ตามประกาศล่าสุดบนหน้าเว็บไซต์ของ Sony บริษัทจะหยุดรับออเดอร์หรือคำสั่งซื้อของการ์ดหน่วยความจำทั้งหมด ได้แก่ CFexpress Type A และ CFexpress Type A ไปจนถึงการ์ดหน่วยความจำประเภท SDXC และ SDHC อีกหลายรุ่น

รายชื่อสินค้าที่ประกาศหยุดรับออเดอร์ใหม่ชั่วคราว

  • CFexpress Type A
    • รุ่น CEA-G1920T
    • รุ่น CEA-G960T
    • รุ่น CEA-G480T
    • รุ่น CEA-G240T
  • CFexpress Type B
    • รุ่น CEB-G480T
    • รุ่น CEB-G240T
  • SDXC/SDHC
    • รุ่น SF-G256T
    • รุ่น SF-G128T
    • รุ่น SF-G64T
    • รุ่น SF-M512T
    • รุ่น SF-M256T
    • รุ่น SF-M128T
    • รุ่น SF-E256
    • รุ่น SF-E128A
    • รุ่น SF-E64A

ในช่วงไล่เลี่ยกัน Sony ก็เพิ่งจะออกมาประกาศขยับขึ้นราคา PlayStation 5 โดยที่ราคาใหม่ในสหรัฐฯ ราคาแพงขึ้นกว่าเดิมสูงสุดถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น PlayStation 5 จากเดิมที่ตั้งราคาเอาไว้ $549.99 ดอลลาร์ ก็ถูกปรับราคาขึ้นเป็น 649.99 ดอลลาร์ (แพงกว่าเดิม 100 ดอลลาร์)

สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำกำลังทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะด้วยความต้องการชิป DRAM กับ NAND ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ผลิตมักจะให้ความสำคัญต่อกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ทำกำไรต่อหน่วยได้มากกว่า โดยเฉพาะ Data Center ด้าน AI หรือสินค้าจากตลาดสมาร์ตโฟนและแล็ปท็อป

ปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อวงการเซมิคอนดักเตอร์

อีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงก็คือ ‘ความขัดแย้งในประเทศแถบตะวันออกกลาง’ หลังจากโรงงาน Ras Laffan ที่เป็นหนึ่งในแหล่งส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีโดยตรง ส่งผลให้การผลิตฮีเลียมซึ่งถูกสกัดจากกระบวนการผลิต LNG อีกทีหนึ่งต้องหยุดชะงักตามไปด้วย

ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ‘ฮีเลียม’ คือองค์ประกอบสำคัญในการผลิตชิป โดยเฉพาะกับชิปที่ผลิตบนเทคโนโลยีต่ำกว่า 5 นาโนเมตร และปัจจุบันก็ยังไม่สามารถหาวัสดุอื่นมาทดแทนฮีเลียมได้โดยตรง

จากเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามา สินค้าสำหรับผู้บริโภคอย่างการ์ดหน่วยความจำเลยได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก ๆ จนทำให้ราคาการ์ดหน่วยความจำบางประเภทอาจพุ่งสูงกว่าเดิมถึง 3 เท่าจากราคาปกติ

Sony เลือกที่จะหยุดขายไปเลย แต่ไม่เลือกปรับขึ้นราคา

นอกเหนือไปกว่านั้น นี่ถือเป็นการเคลื่อนไหวของ Sony ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ครั้งแรกที่เลือกจะ ‘หยุดขายสินค้าชั่วคราว’ แทนการปรับราคาขึ้นให้สอดคล้องไปกับต้นทุนที่สูงขึ้น และถ้าหากยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปนานเข้า บริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมก็จะได้รับผลกระทบจนลามไปทั้งระบบเช่นกัน

ตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า Sony จะเริ่มกลับมาจำหน่ายหรือเปิดรับออเดอร์/คำสั่งซื้อการ์ดหน่วยความจำต่อในช่วงเวลาใด ต้องรออัปเดตจากประกาศของทางบริษัทต่อไป

ที่มา : Firstpost