มีรายงานจาก HKEPC ว่ามีผู้ใช้รายหนึ่งในฮ่องกงพบว่า SSD ที่ใช้งานอยู่มีปัญหา จึงนำสินค้าไปเคลมกับตัวแทนจำหน่าย แต่กลับพบว่ากระบวนการเคลมอาจใช้เวลานานกว่าครึ่งปี และหากไม่มีสินค้าทดแทน อาจได้รับเงินคืนเพียงไม่กี่สิบดอลลาร์ฮ่องกงเท่านั้น

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับ Samsung SSD 870 EVO ความจุ 1TB ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของตัวแทนจำหน่าย Xander โดยเจ้าของเครื่องระบุว่า SSD มีอาการผิดปกติระหว่างใช้งาน ทำให้คอมพิวเตอร์ค้างอยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อถอด SSD ตัวดังกล่าวออก เครื่องกลับสามารถทำงานได้ตามปกติ จึงเชื่อว่าต้นเหตุของปัญหาน่าจะมาจากตัวไดรฟ์

โดยเมื่อนำไปตรวจสอบ ผู้ใช้รายนี้อ้างว่าช่างประเมินอาการค่อนข้างรวดเร็ว โดยเพียงตรวจว่าเครื่องยังสามารถเปิดติดและมองเห็น SSD ได้ ก็ระบุว่าสินค้ายังใช้งานได้ปกติ ทำให้เจ้าของเครื่องตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่ได้มีการตรวจสอบเชิงลึก เช่น ค่า SMART, Error Log หรือการทดสอบภายใต้การใช้งานจริงอย่างละเอียดเพียงพอ

ประเด็นเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น หลังมีการเผยแพร่ประกาศจากศูนย์บริการของ Xander ซึ่งระบุว่าอุตสาหกรรม RAM, HDD และ SSD กำลังเผชิญปัญหาสินค้าขาดตลาดทั่วโลก ส่งผลให้การจัดหาชิ้นส่วนหรือสินค้าสำหรับการเคลมล่าช้า โดยคำขอเคลมบางกรณีอาจต้องรอนานเกิน 6 เดือน

นอกจากนี้ ในประกาศยังระบุว่า หากผู้ผลิตไม่มีสินค้าสภาพดีสำหรับเปลี่ยนให้ลูกค้า จะใช้วิธีคืนเงินแบบหักค่าเสื่อมแทน โดยคำนวณตามอายุการใช้งานหรือระยะเวลาประกันที่เหลืออยู่ ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงทันที เนื่องจาก SSD ของผู้ใช้รายนี้เหลือระยะเวลาประกันอีกเพียงไม่กี่เดือนก่อนครบกำหนด 5 ปี ส่งผลให้จำนวนเงินที่อาจได้รับคืนเหลือเพียงไม่กี่สิบดอลลาร์ฮ่องกง

ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยมองว่าแนวทางดังกล่าวอาจไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เพราะแม้สินค้าจะยังอยู่ในระยะรับประกัน แต่หากต้องรอสินค้าทดแทนนานหลายเดือน หรือได้รับเงินคืนในมูลค่าที่ต่ำมาก ก็อาจทำให้การรับประกันแทบไม่มีความหมาย

ทั้งนี้ Samsung SSD 870 EVO เคยมีรายงานจากผู้ใช้บางส่วนในต่างประเทศเกี่ยวกับปัญหา Bad Sector และอาการผิดปกติของตัวไดรฟ์ในบางล็อตการผลิตมาก่อน ทำให้กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานพอสมควร ขณะที่ HKEPC ระบุว่าได้ติดต่อไปยัง Xander เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการ

ที่มา : HKEPC