เบื้องหลังความแม่นยำของสภาพการจราจรบน Google Maps
เคยสงสัยไหมคะว่าทำไม Google Maps ถึงสามารถบอกสภาพการจราจรบนถนนแบบ real-time ได้อย่างแม่นยำ? เขาไปเอาข้อมูลมาจากไหน? เดี๋ยวไปหาคำตอบกันค่ะ :]
เคยสงสัยไหมคะว่าทำไม Google Maps ถึงสามารถบอกสภาพการจราจรบนถนนแบบ real-time ได้อย่างแม่นยำ? เขาไปเอาข้อมูลมาจากไหน? เดี๋ยวไปหาคำตอบกันค่ะ :]
เมื่อพูดถึง Google Maps ฟีเจอร์นึงที่หลายๆคนน่าจะได้ใช้กันประจำเพื่อเลี่ยงรถติด ก็คือการดูสภาพจราจรบนถนนแบบ real-time ซึ่งฟีเจอร์นี้ได้ช่วยให้หลายๆคนสามารถรอดพ้นจากการจอดแน่นิ่ง เลี่ยงไปใช้เส้นทางที่เร็วกว่า และไปถึงจุดหมายทันเวลามานักต่อนักแล้ว แต่เคยนึกสงสัยมั้ยครับว่า Google เค้าไปเอาข้อมูลมาจากไหน? ทำไมถึงสามารถบอกว่าถนนไหนรถติดหรือรถไม่ติดได้อย่างแม่นยำขนาดนั้น? เดี๋ยวไปหาคำตอบกันครับ ;)
Google Maps อำนวยความสะดวกต่างๆ ให้เราเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแผนที่ การนำทางไปยังจุดหมาย หรือมุมมองแบบ Street View ที่ทำให้เราเห็นสภาพเส้นทางและชุมชนบริเวณสถานที่นั้นๆ ได้ และถ้าใครเคยสังเกตก็จะพบว่านอกจาก Street View แล้วยังมีข้อมูลภาพของสถานที่นั้นๆ ให้เราได้ดูอีกด้วย แล้วเคยสงสัยไหมคะว่าภาพเหล่านี้มาจากใครที่ไหน? แล้วถ้าเรามีภาพสวยๆ อยากแชร์ขึ้นบนแอพนี้บ้างจะได้ไหม? มาหาคำตอบกันได้จากคลิปนี้เลยค่ะ :]
หลายๆ คนคงเคยใช้งาน Google Maps เพื่อค้นหาสถานที่หรือนำทางไปยังสถานที่ต่างๆกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่เคยสังเกตว่าตัวแอพมันมีส่วนที่ให้รีวิวสถานที่นั้นๆ อยู่ด้วย ล่าสุดทาง Google จึงได้มีโครงการ Local Guides ชักชวนผู้ใช้งาน Google Maps มารีวิวสถานที่กัน โดยเราจะไม่ได้รีวิวกันฟรีๆ แต่จะมีการเก็บแต้มสะสมรับของรางวัลกันด้วย ซึ่งรางวัลใหญ่จะได้รับสิทธิลุ้นเข้าร่วมงานประชุมพิเศษของ Google และเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ ประเทศอเมริกากันเลยทีเดียวค่า
ใครที่ชอบเดินทางบ่อยๆ คงจะไม่มีใครไม่เคยใช้ Google Maps ใช่มั้ยหล่ะ และเวลาจะใช้ Google Maps ทีไรก็ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทุกทีเลย อ่าว! แล้วถ้าเน็ตหมด หรืออยู่ในที่อับสัญญาณหล่ะ มันก็ไม่สามารถนำทางเราไปได้แล้วหน่ะสิ? แต่ล่าสุดทาง Google Maps ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาแผนที่และนำทางแบบออฟไลน์ได้แล้วค่า ทีนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ตก็ใช้งานได้เหมือนกัน เย่~
ถ้าพูดถึง Google Maps แล้วล่ะก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะ Google Maps น่าจะเป็นหนึ่งในบริการข้อมูลแผนที่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและผู้ใช้ก็มีจำนวนมหาศาล เนื่องจาก Google Maps นั้นอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้เราเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแผนที่ การนำทางไปยังจุดหมาย หรือมุมมองแบบ Street View ที่ทำให้เราเห็นสภาพเส้นทางและชุมชนบริเวณสถานที่นั้นๆ ได้ และถ้าใครเคยสังเกตก็จะพบว่านอกจาก Street View แล้วยังมีข้อมูลภาพของสถานที่นั้นๆ ให้เราได้ดูอีกด้วยครับ ภาพเหล่านี้ก็ไม่ได้มาจากใครที่ไหนนอกจากผู้ใช้อย่างเราๆ เป็นคนช่วยกันเพิ่มข้อมูลเข้าไปเพื่อให้คนอื่นได้เห็นได้ใช้ประโยชน์กัน
สมัยนี้เวลาจะเดินทางไปไหนมาไหนคงไม่มีใครเอาแผนที่ออกมากางให้ยุ่งยากแล้ว เพราะแอป Google Maps สามารถเป็นตัวช่วยค้นหาเส้นทางสถานที่ที่เราต้องการจะไปได้อย่างไม่มีหลง ล่าสุดได้ส่ง Your Timeline ฟีเจอร์ใหม่สำหรับใช้ย้อนดูประวัติการเดินทาง ไม่ว่าเราเดินทางไปที่ไหนก็จะถูกบันทึกเส้นทางพร้อมทั้งวันและเวลาได้อย่างละเอียดยิบ แถมยังใช้กำหนดเวลาเดินทางของเราเองได้อีกด้วย เหมาะกับคนที่รักการเดินทางมากๆ แต่บอกก่อนว่าคุณผู้ชายที่คิดจะแอบหนีเที่ยวหรือไปหากิ๊กหล่ะก็ เจอฟีเจอร์นี้เข้าไปคงสะพรึงจนหงายหลังกันแน่ๆ
ก่อนหน้านี้เวลาเราเข้าไปหาสถานที่ต่างๆ ใน Google Maps เพื่อที่จะเดินทางไปไหนมาไหนนั้น เวลาเราหาเจอแล้วพอถึงเวลาจะเดินทางก็ต้องมาไล่ค้นหากันบนมือถือหรือแท็บเล็ตอีกรอบนึงอยู่ดี ตอนนี้ Google Maps ได้เพิ่มปุ่มใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้เรามากขึ้น นั่นก็คือปุ่ม Send to device ที่จะส่งสถานที่บน Google Maps ที่เราค้นหาเจอแล้ว ไปยังสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของเราได้ในทันที
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ใช้ Google Maps ทำรูปหุ่นแอนดรอยด์กำลังปัสสาวะใส่โลโก้ Apple ลง Google Maps จนกลายเป็นที่ฮือฮาของคนทั่วโลกและสร้างความเจ็บปวดให้สาวก Apple อย่างแรง ทำให้ Google ต้องออกมาขอโทษในความประมาทและคนทั่วไปมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องไม่ที่ Google ไม่น่าจะให้เกิดขึ้นได้
[Update] คำชี้แจงจาก Google ท้ายข่าวนับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาวโลก เมื่อมีคนไปสังเกตเห็นภาพแผนที่ของดินแดนแห่งหนึ่งซึ่งคาดว่าจะเป็น อารยธรรมโบราณหลายร้อยปีใน Google Maps โดยลักษณะของพื้นที่ถ้ามองจากมุมสูง จะเห็นเป็นภาพชัดเจนของการต่อสู้กันระหว่าง 2 ความเชื่อคือ ความเชื่อต่อหุ่นยนต์และความเชื่อต่อผลไม้ โดยอาวุธที่ใช้นั้นเป็นอาวุธชีวภาพประเภทหนึ่งที่สามารถสังเคราะห์ได้จากร่างกายของเจ้าหุ่นยนต์ เอาเป็นว่า ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันมากมาย ไปดูรูปเลยแล้วกัน.....