เด็กไทยติดจอหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มกลายเป็นประเด็นที่หลายหน่วยงานต้องจับตา เพราะปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องเล่นมือถือนาน แต่ยังโยงไปถึงพัฒนาการ สุขภาพจิต และภัยออนไลน์ที่เด็กอาจรับมือได้ไม่ทัน
ล่าสุดสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เปิดข้อมูลว่า คนไทยกว่า 93.10% ใช้อินเทอร์เน็ต และใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวัน หรือเกือบ 8 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่กลุ่มเด็กเล็กก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน เพราะเด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 72.6% ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเรียนรู้ การสื่อสาร และพัฒนาการตามวัย

นอกจากเรื่องพัฒนาการแล้ว เด็กและเยาวชนไทยยังต้องเจอความเสี่ยงบนโลกออนไลน์หลายด้าน ทั้งการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ หรือ Cyberbullying, การคุกคามทางเพศ, การพนันออนไลน์ รวมถึงโฆษณาและคอนเทนต์ที่อาจชักจูงไปสู่พฤติกรรมเสี่ยง เช่น บุหรี่ไฟฟ้า
ทำให้ สสส. เตรียมสรุปข้อเสนอเรื่องลดเวลาหน้าจอ ของเด็กและเยาวชน พร้อมศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้ของมาตรการควบคุมการใช้สื่อออนไลน์ในไทย โดยจะพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีข้อกำหนด กฎ ระเบียบ หรือมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่

ขณะเดียวกัน สสส. ยังร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE เพื่อสร้างเกราะป้องกันภัยออนไลน์ให้เด็กไทย ผ่านการเฝ้าระวังเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ระบบแจ้งเบาะแส การส่งเสริมทักษะรู้เท่าทันสื่อและดิจิทัล รวมถึงการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม
ประเด็นนี้สอดคล้องกับหลายประเทศที่เริ่มคุมเข้มมากขึ้น เช่น ออสเตรเลียที่มีกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย และกำหนดโทษปรับแพลตฟอร์มที่ไม่สามารถคัดกรองอายุเด็กได้สูงสุด 49.5 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือประมาณ 1,130 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามสำหรับประเทศไทยตอนนี้ยังไม่ใช่การประกาศแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเล่นโซเชียลทันที แต่เป็นการศึกษาแนวทางและหามาตรการที่เหมาะสมกับบริบทไทย เพราะการลดเวลาหน้าจอไม่ใช่แค่การห้ามเด็กใช้มือถือ แต่คือการทำให้เด็กใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัย สมดุล และไม่ตกเป็นเหยื่อบนโลกออนไลน์
ที่มา : tnnthailand สสส.

Comment