ทรูมันนี่ยกระดับความปลอดภัยของการใช้งานแอปพลิเคชันด้วยการเปิดตัว TrueMoney 3 x Protection หรือระบบป้องกันการดูดเงิน 3 ชั้น ซึ่งจะใช้ AI ในการวิเคราะห์ อย่างการสแกนหน้าเพื่อตรวจสอบข้อมูลชีวมิติ และมีการตรวจจับ มัลแวร์ แอปดูดเงิน แอปแปลก ๆ และความผิดปกติผ่านการวิเคราะห์จากประวัติการทำรายการย้อนหลัง พร้อมทั้งหยุดยั้งธุรกรรมที่แปลกปลอม เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้งานทำธุรกรรมต่าง ๆ ค่ะ

TrueMoney 3 x Protection หรือระบบป้องกันการดูดเงิน 3 ชั้นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีอัจฉริยะภายใต้ความปลอดภัย TrueMoney Secure ซึ่งพัฒนาโดย บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ร่วมมือกับผู้ให้บริการระบบความปลอดภัยชั้นนำของโลกอย่าง ชิลด์ (SHIELD) และ โซลอส (ZOLOZ)

ระบบป้องกันดังกล่าว จะใช้ AI มาทำงานร่วมกับเทคโนโลยีวิศวกรรมข้อมูลขนาดใหญ่ (ฺBig Data Engineering) ในการรวบรวม จำแนก และจดจำ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ พร้อมตรวจจับความผิดปกติของบัญชีผู้ใช้งานแบบ 3 ชั้น ดังนี้

ชั้นที่ 1 ตรวจว่าเป็นคุณตัวจริงที่เข้าใช้งานบัญชี

ในการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งาน จะใช้เป็น การเรียกสแกนหน้าเพื่อตรวจสอบข้อมูลชีวมิติ (Biometric – Face recognition) ซึ่งจะมีความปลอดภัยมากขึ้น เพราะต่อให้มิจฉาชีพจะรู้ OTP หรือ Pin Code ก็ไม่สามารถ log in เข้าบัญชีได้

นอกจากนี้ตัวระบบยังสามารถตรวจจับค่า IP address หรือ Location ที่ไม่ได้ใช้งานบนอุปกรณ์เดิมที่เคยลงทะเบียนไว้

ชั้นที่ 2  จับมัลแวร์หรือแอปต้องสงสัย

ตัวระบบจะจับ มัลแวร์ แอปดูดเงิน และแอปแปลกปลอมที่ไม่ปลอดภัยหากมีสิ่งเหล่านี้มาติดตั้งบนอุปกรณ์ที่ใช้งานทรูมันนี่ และปฏิเสธการอนุญาตเข้าใช้งาน

ชั้นที่ 3 หยุดการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ

ระบบ TrueMoney 3 x Protection จะใช้ AI จำแนกและกำหนดค่าความเสี่ยง (Risk score) เพื่อตรวจดูความผิดปกติของจากข้อมูลประวัติการทำรายการย้อนหลัง จากนั้นให้ผู้ใช้งานยืนยันตนหลากหลายรูปแบบ หรือหยุดยั้งรายการที่มีความผิดปกติเพื่อป้องกันการถูกดูดเงินออกไป

Hacker

จากสถิติของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เผยว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีการแจ้งความภัยออนไลน์มาที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกว่า 247,753 คดี ขณะที่ผลการอายัดบัญชีที่มีคำร้องทั้งหมด 74,129 บัญชี มีการขออายัด 54,017 บัญชี

มูลความเสียหายทั้งหมด 6.9 พันล้านบาท และอายัดได้ทัน 449 ล้านบาท หรือเพียง 6.4% ของยอดเงินที่มีการร้องขออายัด ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 32,083 ล้านบาท

Hacker

นอกจากนี้สมาคมธนาคารไทยยังเผยอีกว่าในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการล่อลวงติดตั้งแอปเพื่อเข้ามาดูดข้อมูล รวมถึงปลอมเป็นแอปการเงินเข้ามาควบคุมอุปกรณ์ผู้เสียหาย (ATO – Account Take Over) เพื่อดูดเงินจากบัญชี ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทรูมันนี่จึงได้เดินหน้าพัฒนาการระบบเทคโนโลยีเพื่อปกป้องบัญชีให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการปรับระบบสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนก่อนโอนและถอนเงินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป และระบบ TrueMoney 3 x Protection นี้ ก็เป็นอีกส่วนนึงที่จะช่วยป้องกันให้การทำธุรกรรมของเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เผื่อว่าครั้งนึงเราเผลอทำข้อมูลหลุดไปอยู่ในมือมิจฉาชีพ จะได้หยุดยั้งความเสียหายได้ทันค่ะ

ที่มา : ข่าวประชาสัมพันธ์