อยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องพาตัวเองและผู้โดยสารเกือบ 200 ชีวิตไปไม่ถึงจุดหมาย เมื่อเที่ยวบิน UA236 ของสายการบิน United Airlines ต้องหันหัวเครื่องกลับกลางอากาศ ขณะกำลังบินอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก หลังลูกเรือพบว่าอุปกรณ์ Bluetooth ของผู้โดยสารรายหนึ่งถูกตั้งชื่อเป็นคำว่า “BOMB” หรือ “ระเบิด”
เครื่องบินดีเลย์นานหลายชั่วโมงเพราะวัยรุ่นคิดสนุกตั้งชื่อบลูทูธว่า “BOMB”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเที่ยวบิน UA236 ของสายการบิน United Airlines ซึ่งให้บริการด้วยเครื่อง Boeing 767-400 เดินทางจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าสู่เมืองปัลมา ประเทศสเปน
อ้างอิงจากคำบอกเล่าของผู้โดยสารรายหนึ่งบนเที่ยวบิน ระบุว่าลูกเรือได้ประกาศขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารทุกคนปิดอุปกรณ์ Bluetooth แต่เมื่อถึงกำหนดกลับยังมีอุปกรณ์ 2 เครื่องที่ยังถูกเปิดอยู่ โดยหนึ่งในนั้นเป็นอุปกรณ์ของผู้โดยสารวัย 16 ปี ซึ่งถูกตั้งชื่อ Bluetooth ว่า “ระเบิด (BOMB)”

เรื่องเล็ก ๆ แค่การตั้งชื่อ Bluetooth ที่ส่งผลกระทบหนักเป็นจริงเป็นจัง
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักบินได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและตัดสินใจนำเครื่องบินวกกลับโดยทันที แม้จะบินมาแล้วเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมงก็ตาม เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบสถานการณ์อย่างละเอียด และยืนยันได้ว่าไม่มีภัยคุกคามหรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อการปฏิบัติการบิน
ผู้โดยสารบางส่วนที่อยู่บนเที่ยวบิน UA236 ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ผ่าน Reddit โดยระบุว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินถึงกับกล่าวว่า “เรื่องตลกของใครบางคนกำลังสร้างปัญหาเดือดร้อนให้ผู้โดยสารคนอื่นทั้งลำ”
ขณะที่บันทึกการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ (ATC) ระบุว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเครื่องบินทั้งลำ รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องอย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าไม่มีวัตถุต้องสงสัยหรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยแต่อย่างใด


หลังเครื่องลงจอด ณ รัฐนิวเจอร์ซีย์ (อีกครั้ง) ผู้โดยสารทั้งหมดถูกนำตัวลงจากเครื่อง โดยได้รับอนุญาตให้นำสิ่งของติดตัวลงมาได้เพียงหนังสือเดินทาง (Passport) และโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
ภายหลังพบว่าอุปกรณ์ Bluetooth เจ้าปัญหาดังกล่าวคือ Fitbit ของผู้โดยสารวัย 16 ปี อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าชื่อ “BOMB” เป็นชื่อที่ติดมากับอุปกรณ์จากโรงงานตั้งแต่แรก หรือถูกเปลี่ยนชื่อโดยเจ้าของในภายหลัง
แม้ผู้โดยสารวัย 16 ปีรายดังกล่าวจะไม่ถูกตั้งข้อหาใด ๆ แต่หน่วยงาน FBI ก็ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์เพิ่มเติม

เมื่อรวมเวลาที่ใช้ในการบินกลับไปยังสนามบินต้นทาง, การตรวจสอบความปลอดภัย, การจัดเที่ยวบินใหม่ และระยะเวลาการเดินทางที่ล่าช้า ผู้โดยสารกว่า 190 คนต้องเสียเวลาไปมากกว่า 10 ชั่วโมงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า เรื่องที่ดูเหมือนเป็นเพียงมุขตลกเล็ก ๆ อย่างการตั้งชื่อ Bluetooth อาจส่งผลกระทบในวงกว้างได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ระหว่างการเดินทางทางอากาศ
ที่มา: Yahoo News, Reddit (1), Reddit (2)

เกิดเป็นคนไทยชื่อบอมทำไงอ่ะ มีเยอะด้วย -_-'
น่าคิดเหมือนกันค่ะ แต่คิดว่าลูกเรือน่าจะดูที่เจตนาของผู้โดยสารเป็นหลัก เพราะเคสนี้ถือว่าลูกเรือขอความร่วมมือไปหลายรอบแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการปฏิบัติตามสักเท่าไหร่ :- :::