fbpx
News

อัพเดทสถานการณ์สังคมไร้เงินสด : เกือบ 4 ใน 5 ของกลุ่มตัวอย่างเคยใช้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสด มั่นใจเงินดิจิทัลมากขึ้น

วีซ่าประเทศไทยเปิดข้อมูลเกี่ยวกับนิสัยการใช้จ่ายเงินสดและเงินดิจิทัล (Cash & Cashless) ของกลุ่มตัวอย่างชาวไทย โดยมีความคุ้นเคยกับการใช้จ่ายเงินดิจิทัลมากขึ้น เคยใช้งานกันมาแล้วถึง 78% มีคนที่นิยมใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นมากเกินคนที่นิยมใช้เงินสด พกเงินสดในกระเป๋าตังค์น้อยลงกว่าเดิมมาก และคนส่วนใหญ่สามารถอยู่ได้ด้วยการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลเพียงอย่างเดียว

ปัจจุบันมีการใช้จ่ายผ่านเงินสดและไร้เงินสดกันมากขึ้น โดยแบ่งเป็น

  • เงินสด 92%
  • บัตรเครดิต/เดบิต 85%
  • ใช้จ่ายผ่านแอป 57%
  • Contactless Card 36%
  • QR Payments 35%
  • Mobile Contactless 32%
  • Peer-to-Peer 18%

จำนวนคนที่ทดลองใช้ชีวิตแบบไร้เงินสด

  • ปี 2560 จำนวน 51%
  • ปี 2561 จำนวน 78%

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ได้เคยลองใช้ชีวิตโดยไม่พกเงินสดมาแล้วอย่างน้อย 1 วัน

  • หนึ่งวัน 40%
  • ไม่กี่วัน 27%
  • หนึ่งอาทิตย์ 16%
  • ระหว่าง 3 อาทิตย์แต่ไม่ถึง 1 เดือน 7%
  • 1 เดือนหรือนานกว่านั้น 10%

สไตล์การทำธุรกรรมการเงินของกลุ่มตัวอย่าง

  • ทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิตอล จำนวน 57%
  • ทำธุรกรรมด้วยเงินสด จำนวน 43%

การชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน

  • คนไทยรู้จักการชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน 98% 
  • เคยใช้สมาร์ทโฟนในการทำธุรกรรมและชำระเงินในปี 2560 เป็นจำนวน 90%
  • เคยใช้สมาร์ทโฟนในการทำธุรกรรมและชำระเงินในปี 2561 เป็นจำนวน 94%

การชำระเงินผ่าน QR Code ที่ต้องทำผ่านสมาร์ทโฟน

  • คนไทยที่จ่ายด้วยวิธีนี้ จำนวน 1 ใน 3 
  • ที่สนใจอยากลอง จำนวน 4 ใน 5
  • เคยมีคนชำระเงินผ่าน QR Code ในปี 2561 ไปแล้ว 35%

การชำระเงินด้วยระบบไร้สัมผัสผ่านบัตร (Contactless Card)

  • มีคนสนใจ 79%
  • ลองก็ได้ไม่ลองก็ได้ 16%
  • ไม่สนใจ 5%

ระบบขนส่งสาธารณะและการชำระเงินค่าทางด่วนด้วยสิ่งที่ไม่ใช่เงินสด

  • ผู้บริโภคอยากลองจ่ายค่ารถด้วยบัตรเครดิต/เดบิต เป็นจำนวน 7 ใน 10
  • คนไทยสนับสนุนการจ่ายเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับระบบขนส่งมวลชน เป็นจำนวน 90%
  • คนไทยอยากลองใช้ระบบจ่ายเงินไร้สัมผัส เป็นจำนวน 67%
  • คนไทยคิดว่าการชำระค่าทางด่วนผ่านบัตรเครดิต/เดบิตสะดวกกว่า เป็นจำนวนเกือบ 80%

ด้วยความที่หลายคนเริ่มรับรู้ถึงความสะดวกสบายของเงินดิจิทัล ก็เริ่มอยากที่จะให้หลายบริการรองรับการจ่ายเงินโดยไม่ต้องใช้เงินสดกันมากขึ้น เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ หรือการชำระเงินค่าทางด่วน ซึ่งในปัจจุบันแม้ว่าจะเริ่มมีบัตร Contactless ให้ใช้แล้วก็ตาม แต่คนก็อยากที่จะให้บัตรเหล่านี้เข้ากับบัตรเครดิตหรือเดบิตได้เพิ่มเติมด้วย เพื่อลดปัญหาการลืมเติมเงินเข้าบัตรไปได้

เรื่องนี้เป็นไปในทางเดียวกับที่หลายๆคนบ่นเรื่อง Mobile Wallet ที่ปัจจุบัน แต่ละคนจะต้องมีแอปกระเป๋าเงินดิจิตัล ไม่ว่าจะแอปธนาคาร หรือแอปบริการต่างๆ 3-5 แอปเป็นอย่างน้อย ซึ่งทุกคนก็คิดคล้ายๆกันโดยกว่า 85% ต้องการใช้เพียงแอปเดียว ทำได้ทุกอย่าง รวมฟีเจอร์ให้เหลือแอปเดียวได้ก็จะดี เพื่อลดความวุ่นวายในการใช้งานลง

กลุ่มตัวอย่างช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านมือถือมากกว่าผ่านคอมพิวเตอร์

  • คนไทยช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านมือถือเฉลี่ย 2.88 ครั้ง / สัปดาห์
  • คนไทยช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์เฉลี่ย 2.36 ครั้ง / สัปดาห์

ระบบชำระเงินด้วยตัวเองและคอนเซ็ปท์ร้านค้าไร้รอยต่อ

  • คนไทยสนใจจะชำระเงินด้วยเครื่องชำระเงินด้วยตัวเอง จำนวน 4 ใน 5 
  • คนไทยรู้จักคอนเซปต์การชำระเงินแบบไร้รอยต่อ จำนวน 3 ใน 5 
  • คนไทยมีแนวโน้มจะทดลองคอนเซปท์ร้านค้าแบบไร้รอยต่อ จำนวน 98%

อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องชำระเงินด้วยตนเองสักหน่อย มันคือร้านในห้างที่เปิดให้ลูกค้าสามารถเดินเข้าช่องแคชเชียร์ เช็คบิลได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องต่อแถว และล่าสุดกับร้านค้าไร้แคชเชียร์ ที่มาพร้อมคอนเซปท์การชำระเงินแบบไร้รอยต่อ อย่าง Amazon Go ที่ทำให้เราสามารถเดินเข้าร้านหยิบของออกจากชั้นแล้วเดินออกได้เลยโดยไม่ต้องรอจ่ายเงินกับแคชเชียร์อีกต่อไป ซึ่งน่าสนใจว่ากลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดได้ให้ความสนใจอยากจะทดสอบร้านค้าแนบนี้กันทั้งนั้น

นอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลว่ามีหลายคนอยากให้เครื่องรูดบัตรเป็นแบบที่ลูกค้าสามารถรูดเองได้ เหมือนในต่างประเทศ ไม่ต้องเอาบัตรเดินไปหลังโต๊ะแคชเชียร์ให้ต้องกังวล ตัวเครื่องรูด EDC เป็นแบบใช้แบตไม่ต้องเสียบสาย พนักงานเดินเอามาให้เสียบที่โต๊ะ กด PIN ก็พร้อมจ่ายได้ทันทีด้วย ซึ่งในปัจจุบันเมืองไทยยังมีเครื่องประเภทนี้ให้ใช้กันน้อยมาก

เหตุผลหลักที่คนชอบใช้เงินดิจิทัล

  • ปลอดภัย
  • สะดวกสบาย
  • ควบคุม ไม่ใช่แค่ควบคุมการใช้จ่ายของเรา แต่ก็สามารถควบคุมของคนที่เราให้เงินได้ด้วย ซึ่งในอนาคตจะทำได้ถึง

 

อย่างไรก็ดีกลุ่มตัวอย่างที่ทาง VISA เก็บมานี้ อาจจะไม่ได้สะท้อนประชากรทั้งหมดของประเทศขนาดนั้น โดยจะมีจำนวนเพียง 500 คนและเก็บผ่านช่องทางออนไลน์ และมีเงินเดือน 15000 บาทขึ้นไปเท่านั้น ทำให้รายงานชุดนี้อาจจะมี bias อยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งทาง VISA ก็กล่าวว่าเค้าทราบถึงปัญหานี้ดีและเตรียมจะทำ Survey ชุดใหม่ขึ้นมาในอนาคต แต่รายงานชุดนี้ก็น่าจะยังสะท้อนได้ถึงกลุ่มคนกลุ่มหลักที่จะเป็นคนที่พร้อมจะใช้จ่ายด้วย Cashless อยู่นั่นเอง ซึ่งจากประสบการณ์ของหลายคนทั้งที่เคยอยู่ต่างประเทศ หรือชาวต่างชาติที่ย้ายมาอยู่ในประเทศไทย ต่างพูดไปในทางเดียวกันว่า ภาคการเงินการธนาคารของไทย มีระบบการจับจ่ายบนออนไลน์ได้เจ๋งมากๆๆๆๆๆๆๆ เรียกว่าดีกว่าหลายประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลก ไม่ว่าจะ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ แคนาดา ซะอีก

 

9 Comments

  1. Avatar

    pagapong13 Post on April 8, 2019 at 10:53 pm

    #1006787

    อันนี้ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับเนื้อหานี้หรือเปล่านะครับ
    .
    ตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าย่านรังสิต, ปทุมวัน เริ่มรับแค่เงินสดอย่างเดียวเท่านั้น ไม่รับโอน E pay ทุกกรณี เพราะตอนนี้ ธนาคารเริ่มส่งบัญชีการเงินในบัญชีให้สรรพากรแล้ว ยิ่งใครมียอดโอน เกิน 400 ครั้งต่อปี หรือ เงินหมุน 2 ล้านบาทต่อปีนี่โดนเต็มๆ
    .
    เท่าที่ทราบมา คนกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาคือ กลุ่มคนค้าขายส่งในตลาดสด, ชาวสวนชาวไร่และ พ่อค้าเขียงเนื้อรายใหญ่ เพราะคนกลุ่มนี้รับเงินโอนทีละมากๆ บ่อยๆ และไม่มีการจดทะเบียนใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่เคยเสียภาษีเลย ตอนนี้ สรรพากรเริ่มเพ่งเล็งคนกลุ่มนี้และพวกขายออนไลน์
    .
    เอาเป็นว่า รายใหญ่ชอบ E pay แต่รายย่อย (ที่ไม่เสียภาษี) เกลียดระบบนี้มาก

    • zkeeper43

      zkeeper43 Post on April 9, 2019 at 11:06 am

      #1006800

      ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ น่าสนใจมากๆ

    • Gimme

      Gimme Post on April 9, 2019 at 1:02 pm

      #1006804

      ถ้ามองว่าแย่สำหรับพวกเค้าก็ใช่ แต่ถ้ามองในเรื่องความแฟร์ ก็น่าคิดว่าทำไมคนกลุ่มนี้ถึงมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น รายได้ก็เยอะแต่กลับไม่ต้องเสียภาษี และก็ใช้สาธารณูปโภคได้เทียบเท่าคนที่เสียนะครับ

    • Avatar

      tomtomtom Post on April 9, 2019 at 2:08 pm

      #1006805

      ดูแล้วรายได้ไม่ย่อยเท่าไหร่นะครับ 555

    • Avatar

      neonicus Post on April 9, 2019 at 2:42 pm

      #1006808

      เลี่ยงกันนัก  ก็แบกกระสอบเงินไปแลกซื้อสินค้าเอาละกัน
      ร้านพวกนี้กำไรไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นอยู่แล้ว ยิ่งถ้านับเงินหมุนก็เยอะ
      หลบได้หลบไปจะหลบได้อีกกี่ปี

    • Avatar

      pagapong13 Post on April 9, 2019 at 3:42 pm

      #1006811

      ส่วนตัวผม ok นะ ที่สรรพากรจะมาจัดการพวกนี้
      .
      แต่อย่าให้มีเหตุการณ์แบบสมัย มาเฟียสรรพากรก็แล้วกัน ขอไม่อธิบายต่อแล้วกันครับ เดี๋ยวมันจะวกไปเรื่องอื่น ลองไปหาข้อมูลเก่าๆ ดูแล้วกัน

  2. kiwi

    kiwi Post on April 9, 2019 at 2:50 pm

    #1006809

    เพิ่งรู้เลยว่า online banking บ้านเราอยู่แถวหน้า เอกชนบ้านเรามีประสิทธิภาพมาก

    อยากรู้เพิ่มเลยว่าอะไรที่เรามีดี แต่ที่อื่นยังไม่มี  อยากรู้ว่าเค้ามีแค่ไหน

    เสียอย่างเดียว บัตรเงินสด ทั้งหลายไม่เป็นมาตรฐานเท่าไหร่ ไหนจะบัตรแมงมุม, บัตรแรบบิต แล้วจะมีบัตรอันใหม่ที่กรุงไทยทำกับขสมก. อีก แยกเยอะไปไหน ขนาดเป็นหน่วยงานรัฐทั้งที

    นักท่องเที่ยวมาคงงง สุดท้ายใช้เงินสดดีกว่า

  3. abojama

    abojama Post on April 9, 2019 at 11:54 pm

    #1006821

    แม่ค้าร้านอาหารตามสั่งแถวบ้านชอบให้จ่ายผ่าน QR code ครับ เพราะเจ๊แกไม่ต้องเสียเวลาหันมารับและทอนเงินลูกค้า 
    จะจ่ายตอนแกกำลังทำผัดกะเพราก็ได้ แค่ยื่นสลิปให้ดูหลังจากโอนเสร็จ แล้วเดินออกจากร้านได้

  4. Avatar

    Pavarita Post on April 11, 2019 at 12:12 pm

    #1006861

    ตอนนี้เข้าร้านสะดวกซื้อ ก็ขอจ่ายแบบ QR/Cashless ทุกครั้ง ถ้าร้านนั้นๆ รองรับ

    สะดวกตรงที่ไม่ต้องเก็บเงินทอน

Leave a Reply

To Top