กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าทางการสหรัฐฯ กำลังจับตามองเส้นทางสีเทา ในการขนส่งชิป AI ตัวท็อปจาก Nvidia ผ่านประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปยัง Alibaba ในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง ใครยังงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วมีวิธีการลักลอบ ไปจนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับวงการ AI ในประเทศไทยยังไง เราจะพาไปสรุปเนื้อหากัน
เกิดอะไรขึ้น?
ช่วงเดือนมีนาคม 2026 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้ตั้งข้อหาและเปิดเผยขบวนการที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารของ Super Micro Computer (Supermicro) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์รายใหญ่ระดับโลก ตั้งอยู่ที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สมคบคิดกับบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเหล่านายหน้า เพื่อแอบส่งเซิร์ฟเวอร์ที่มีชิป AI ประสิทธิภาพสูงไปยังประเทศจีน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท) โดยมี Alibaba เป็นหนึ่งในลูกค้าปลายทาง
แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทนิรนามที่ถูกเรียกว่า “Company-1” ในคำฟ้องของสหรัฐฯ แท้จริงแล้วคือบริษัท OBON Corp. ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ตัวละครหลัก ที่เกี่ยวข้อง
หากอยากเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด อาจจะต้องจำตัวละครให้ครบ ว่ามีบริษัทไหนเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งมีดังนี้
- Nvidia : เจ้าของชิป GPU ประสิทธิภาพสูง (เช่นตระกูล H100, H200) ที่สหรัฐฯ สั่งห้ามส่งออกไปจีน เพราะกังวลเรื่องความมั่นคงและการทหาร
- Super Micro Computer : บริษัท สัญชาติอเมริกัน บริษัทผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยจัดหาและส่งสินค้าผ่านเส้นทางอ้อม
- Alibaba : หนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ในจีน ที่ถูกระบุว่าเป็นปลายทางของชิปเหล่านี้
- OBON Corp (บริษัทในไทย) : ถูกระบุว่าเป็น “Company-1” ในคำฟ้อง โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าในนามของไทยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
- Siam AI Cloud : บริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ของไทย CEO เคยเป็นอดีตผู้บริหาร OBON
OBON และ Siam AI Cloud มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

ชื่อของ OBON Corp. อาจไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่บริษัทนี้มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับโปรเจกต์ AI ระดับชาติของไทย
- Siam AI : เป็นบริษัทที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้ให้บริการ Cloud ระดับอธิปไตย (Sovereign Cloud) ของไทย และเป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ Nvidia
- ความเกี่ยวข้องกัน : คุณ รัตนพล วงศ์นภาจันทร์ (หลานชายของคุณทักษิณ ชินวัตร) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของ Siam AI Cloud เป็นอดีตผู้ถือหุ้นและกรรมการ ของ OBON
- คำชี้แจง : คุณรัตนพลยืนยันว่าได้ลาออกจาก OBON ตั้งแต่เริ่มตั้ง Siam AI และยืนยันว่า Siam AI นำเข้าชิปเพื่อใช้งานในประเทศเท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบดังกล่าว
วิธีการตบตา
โดยในเนื้อหาได้ระบุถึงขบวนการลักลอบว่าใช้วิธีการที่ซับซ้อน เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงาน BIS (Bureau of Industry and Security) ของสหรัฐฯ ดังนี้
- Repackaging : สินค้าถูกส่งจากสหรัฐฯ ไปยังไต้หวัน จากนั้นส่งมาที่ไทย
- Unmarked Boxes : เมื่อถึงไทย เซิร์ฟเวอร์จะถูกแกะออกจากกล่องเดิม และบรรจุใหม่ในกล่องที่ไม่มีสัญลักษณ์หรือยี่ห้อ (Unmarked boxes) เพื่อเลี่ยงการตรวจจับ
- Serial Number Swapping : มีการสลับหมายเลขซีเรียลและบรรจุภัณฑ์เพื่อปกปิดปลายทางที่แท้จริง และใช้ เซิร์ฟเวอร์หุ่นเชิด (Dummy servers) เพื่อหลอกการตรวจสอบจากศุลกากร
- Sovereign Demand Masking : ใช้ชื่อโครงการที่ดูเหมือนเป็นการพัฒนา AI ของรัฐบาล National AI Initiative เพื่อให้การนำเข้าชิปจำนวนมากดูสมเหตุสมผล
ทำไมต้องเป็นประเทศไทย?
ไทยกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์เนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสหรัฐฯ และจีน รวมถึงมีการผลักดันโครงการ National AI Initiative อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้การสั่งซื้อชิป GPU ประสิทธิภาพสูงในนามการพัฒนาประเทศ ทำได้ง่ายกว่าการสั่งซื้อโดยบริษัทเอกชนจีนโดยตรง
ทำไมจีนต้องลักลอบ นำเข้าชิป Nvidia?
ตั้งแต่ปี 2022 สหรัฐฯ สั่งห้ามส่งออกชิป AI ประสิทธิภาพสูง (เช่น H100, H200) ไปยังจีน เนื่องจากกังวลว่าจีนจะนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีทางการทหาร ทำให้บริษัทจีนมีทางเลือกเพียง 2 ทาง
- เช่าใช้ชิปผ่านระบบ Cloud ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ (ซึ่งถูกกฎหมาย)
- ลักลอบนำเข้าชิป (Smuggling) เพื่อมาสร้าง Data Center ของตัวเองในจีน
คำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง
- Alibaba : ปฏิเสธว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Supermicro หรือ OBON และไม่เคยใช้ชิปที่ถูกสั่งห้ามใน Data Center
- Nvidia : ยืนยันว่าตรวจสอบพาร์ทเนอร์อย่างเข้มงวดตามกฎหมาย และจะร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบอย่างเต็มที่
- Super Micro : ได้ทำการสอบสวนภายในและไล่ผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องออกแล้ว พร้อมยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับกฎหมายควบคุมการส่งออกอย่างที่สุด
- Siam.AI : ระบุว่าบริษัทนำเข้าชิปเพื่อใช้งานเองภายในประเทศเท่านั้น และผู้บริหารได้ลาออกจาก OBON ไปก่อนหน้านี้แล้ว
คำชี้แจงของ Siam AI ต่อรายงานข่าวของ Bloomberg News ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2569
บริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (“Siam AI”) รับทราบถึงรายงานข่าวที่มีการเผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่มีความพยายามเชื่อมโยงบริษัทฯ เข้ากับพฤติกรรมการขนส่งสินค้าบางประการอันเป็นมูลเหตุแห่งการฟ้องร้องในคดีอาญาของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแขวงตอนใต้ของนครนิวยอร์ก (Southern District of New York) โดยมีบุคคลหลายรายที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท Super Micro Computer Inc. (SMC) เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว
ทางบริษัท ฯ ขอชี้แจงว่า Siam AI ไม่เคยดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก AI Server ไปยังประเทศจีนแต่อย่างใด และมิได้ถูกระบุชื่อเป็นจำเลยในคำฟ้องทางอาญาของทางการสหรัฐอเมริกา โดยทาง Siam AI ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสืบสวนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งออกและการส่งออกต่อ (Re-export) ทุกประการอย่างเคร่งครัด
โครงการหลักของ Siam AI ได้แก่ การพัฒนา Siam GPT ซึ่งเป็น Large Language Model (LLM) เฉพาะถิ่นที่ออกแบบมาเพื่อให้มีความเข้าใจภาษาไทย บริบทด้านกฎหมาย วัฒนธรรม และความละเอียดอ่อนของสังคมได้อย่างแม่นยำกว่าโมเดลทั่วไปในระดับโลก นอกจากนี้ Siam AI ยังทำหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในรูปแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ (B2B) และธุรกิจสู่ภาครัฐ (B2G) เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศไทย โดย Siam AI ได้ทำการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ และขีดความสามารถด้านเทคนิคเพื่อการสนับสนุนด้านการศึกษา การวิจัยทางการแพทย์ และนวัตกรรมภาครัฐในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

สถานะปัจจุบัน
อัยการสหรัฐฯ กำลังดำเนินคดีกับอดีตผู้บริหาร Super Micro และอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ที่มา : bloomberg

Comment