เปิดตัว vivo Buds Ultra หูฟังไร้สายเรือธงรุ่นใหม่ มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Intelligent Noise Cancellation 2.0 ที่สามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 60dB โดดเด่นด้วยไดรเวอร์เสียง Hybrid ที่ร่วมพัฒนากับ Knowles พร้อมชิป Hi-Fi DAC รองรับ LDAC สำหรับการฟังเพลงความละเอียดสูง และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 50 ชม.

ดีไซน์เรียบหรู ใส่สบาย

vivo Buds Ultra มาในดีไซน์หูฟังแบบ In-Ear พร้อมจุกซิลิโคนที่ออกแบบให้เข้ากับช่องหู ช่วยให้สวมใส่ได้กระชับและลดแรงกดบริเวณหู เหมาะสำหรับการฟังเพลงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเดินทาง ทำงาน หรือออกกำลังกาย พร้อมมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP54

ตัวหูฟังมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว Glacier White และสีดำ Cosmic Black

ไดรเวอร์ Hybrid พร้อมชิป Hi-Fi

ด้านเสียง vivo Buds Ultra ใช้ระบบไดรเวอร์แบบ Hybrid ที่ผสานไดรเวอร์ Balanced Armature ซึ่งร่วมพัฒนากับ Knowles เข้ากับ Dual-Folded-Diaphragm Dynamic Driver ที่ vivo พัฒนาขึ้นเอง

มาพร้อมชิป Hi-Fi DAC แบบแยกอิสระ มี Dynamic Range 113dB และรองรับ Codec LDAC สำหรับส่งสัญญาณเสียงไร้สายที่ Bitrate สูงสุด 990kbps

ANC ตัดเสียงสูงสุด 60dB พร้อมโหมด Adaptive ปรับตามสภาพแวดล้อม

vivo Buds Ultra มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Intelligent Noise Cancellation 2.0 สามารถตัดเสียงรบกวนได้ลึกสูงสุด 60dB โดยใช้ไมโครโฟนทั้งหมด 4 ตัว แบ่งเป็นไมโครโฟนดิจิทัล 2 ตัว และไมโครโฟน Analog 2 ตัว และมีโหมด Adaptive ที่ช่วยปรับสมดุลระหว่างการตัดเสียงรบกวนกับการรับเสียงภายนอกโดยอัตโนมัติ รวมถึงโหมดเฉพาะสำหรับการเดินทาง เช่น เครื่องบิน รถไฟใต้ดิน และรถโดยสาร

ด้านการสนทนามีไมโครโฟน 3 ตัว ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ตรวจจับเสียงผ่านการสั่นสะเทือนของกระดูก สามารถลดเสียงลมระหว่างสนทนาได้สูงสุด 99%

แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 50 ชม.

ด้านแบตเตอรี่ vivo Buds Ultra สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุด 11 ชม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเพิ่มเป็นสูงสุด 50 ชม. เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ และรองรับระบบชาร์จไว โดยชาร์จเพียง 5 นาที สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้สูงสุด 2 ชม.

สเปค vivo Buds Ultra

  • ไดร์เวอร์ : แบบ Hybrid Balanced Armature + Dual-Folded-Diaphragm Dynamic
  • โคเดค : รองรับ Hi-Fi, LDAC, AAC, SBC
  • ความถี่เสียง : 16Hz-60kHz
  • ระบบตัดเสียงรบกวน : สูงสุด 60dB
  • ไมโครโฟน : 3 ตัว
  • แบตเตอรี่:
    • ใช้งานสูงสุด: 11 ชม. รวมเคสทั้งหมด 50 ชม. (ปิด ANC)
  • ชาร์จไว : 5 นาที ใช้ฟังเพลงได้ 2 ชม.
  • การเชื่อมต่อ:
    • Bluetooth: Bluetooth 6.1
    • รองรับการเชื่อมต่อ: สูงสุด 3 อุปกรณ์
    • Android 13 ขึ้นไป
    • iOS 14 ขึ้นไป
  • ความทนทาน: IP54
  • ฟีเจอร์เสริม
    • รองรับเทคโนโลยี Spatial Audio
    • Equalizer แบบ 10 แบนด์

ราคาและการวางจำหน่าย

vivo Buds Ultra เปิดตัวในตลาดยุโรปด้วยราคา 199 ยูโร (ราว 7,500 บาท) โดยร้านค้าออนไลน์ทางการของ vivo ในประเทศสเปนและโปรตุเกสมีราคาโปรโมชันช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 169 ยูโร (6,300 บาท)

ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศราคาและกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ต้องรอติดตามกันเพิ่มเติม

ที่มา vivo, Gizmochina