ถ้ายังจำกันได้ Windows 11 เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคมปี 2021 ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมานานถึง 8 เดือน หลายคนน่าจะอยากรู้ว่าดีขึ้นกว่าเดิมขนาดไหน ล่าสุดทาง Puget Systems ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายพีซีแบบ Custom และเป็นเจ้าของ PugetBench ด้วย ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของ Windows 11 เวอร์ชันปัจจุบันเทียบกับ Windows 10 พบว่าตอนนี้คะแนนออกมาเท่ากันเกือบจะทุกด้านแล้ว

ก่อนหน้านี้ Puget Systems เคยทดสอบคะแนนของ Windows 11 ตอนเพิ่งออกมาใหม่ ๆ เก็บไว้ ตอนนั้นคะแนนยังด้อยกว่า Windows 10 ในหลายด้าน เนื่องจากตัวโปรแกรมและแอปต่าง ๆ ยังไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับ Windows 11 ได้สมบูรณ์

ปัจจุบันผ่านไป 8 เดือน Puget ได้ทดสอบ Windows 11 เวอร์ชันล่าสุดที่ผ่านการอัปเดตแก้บัคต่าง ๆ แล้วร่วมกับฮาร์ดแวร์ชุดเดิมอีกครั้ง ซึ่งประกอบไปด้วยซีพียู 4 รุ่น ได้แก่ Core i9-12900K, Ryzen 9 5950X, Threadripper Pro 5975W และ Threadripper Pro 5995W และแบ่งการทดสอบ PugetBench ออกเป็น 5 หมวด ได้แก่

  • การตัดต่อวิดีโอด้วย Premiere Pro, After Effects และ DaVinci Resolve Studio
  • การแต่งภาพด้วย Photoshop และ Lightroom Classic
  • การเรนเดอร์ 3D ด้วยซีพียูผ่าน Cinebench, V-Ray และ Blender
  • การเรนเดอร์ 3D ด้วยจีพียูผ่าน OctaneBench, V-Ray และ Blender
  • การพัฒนาเกมด้วย Unreal Engine 4

 

ผลออกพบมาว่า Windows 11 มีคะแนนหลายด้านโดยเฉลี่ยใกล้เคียงกับ Windows 10 มากขึ้น แม้จะมีบางการทดสอบได้น้อยกว่าอยู่ เช่น การตัดต่อวิดีโอ ฝั่ง Windows 10 ยังสูงกว่าเล็กน้อยเกือบทุกโปรแกรมบนทุกซีพียู (ยกเว้น After Effect บน Core i9) รวมถึงการพัฒนาเกมที่ Windows 10 ก็ยังดีกว่ามาก โดยเฉพาะ Unreal Engine บน Core i9 ที่ทิ้งห่าง 11 ไปเกือบ 3 เท่า แต่การใช้ Photoshop, Lightroom และการเรนเดอร์บนซีพียู / จีพียู ตอนนี้ถือว่าสูสีกันมากทั้งคู่ มีผลัดกันนำผลัดกันตามแล้ว

ทาง Puget Systems สรุปว่าตอนนี้ Windows 11 ดีเทียบเท่า Windows 10 แล้วในเรื่องการใช้งานทั่วไป การแต่งภาพ และการเรนเดอร์ผ่านซีพียูและจีพียูต่าง ๆ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ยังประสิทธิภาพด้อยกว่าแบบทิ้งห่างออกไปเกือบหมด

อย่างไรก็ตาม งานเฉพาะด้านอย่างเช่น การพัฒนาเกมบน Unreal Engine ยังถือว่าตามหลังค่อนข้างเยอะอยู่ แต่ก็เป็นแค่กับซีพียูบางโมเดลเท่านั้นไม่ใช่ทุกตัว เพราะต้องยอมรับว่าไม่ได้มีแค่ปัจจัยจากตัว Windows 11 อย่างเดียว แต่ตัวไดร์เวอร์ของซีพียูเองก็ต้องทำออกมารองรับไปพร้อม ๆ กันด้วย ดังนั้นรอให้มีการอัปเดตเพิ่มเติมด้านนี้โดยเฉพาะกันอีกหน่อย ก็น่าจะสมบูรณ์มากขึ้นครับ

 

 

ที่มา : Puget Systems