หลังจากที่ Windows 10 หมดซัพพอร์ตอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้จำนวนมากจำใจต้องมองหาเครื่องใหม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลายคนเลือกไม่ไปต่อกับ Windows 11 และหันไปใช้ macOS แทน ส่งผลให้ยอดส่งมอบ Mac พุ่งขึ้นทันทีในช่วงเวลาเดียวกัน จากข้อมูลของ Counterpoint Research และ Statcounter ระบุว่าในไตรมาส 3 ปี 2025 ยอดจัดส่ง Mac โตขึ้นถึง 14.9% แบบปีต่อปี ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับช่วงเปลี่ยนผ่านหลัง Windows 10 สิ้นสุดอายุการใช้งาน

เหตุผลสำคัญที่ผลักผู้ใช้ให้ย้ายค่ายคือเงื่อนไขฮาร์ดแวร์ของ Windows 11 โดยเฉพาะ TPM 2.0 ที่เครื่องเก่าหลายรุ่นไม่มี ทั้งที่ยังใช้งานได้ดี ทำให้ติดตั้งไม่ได้และต้องซื้อใหม่ หลายคนเลยคิดว่าในเมื่อต้องเปลี่ยนเครื่องอยู่แล้ว ก็ข้ามไป Mac ซะเลยเพราะขึ้นชื่อเรื่องเสถียร ใช้งานลื่น อายุการใช้งานยาว และระบบฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ของ Apple ถูกออกแบบมาให้ทำงานเข้ากันแบบไม่ต้องลุ้นไดรเวอร์หรือปัญหาจุกจิก

ไม่ใช่แค่ผู้ใช้ทั่วไปเท่านั้น แต่ในองค์กรเองก็กำลังเห็นแนวโน้มแบบเดียวกัน พนักงานหลายคนเลือกใช้ MacBook Pro เป็นเครื่องหลักเพราะให้ประสิทธิภาพดี แบตอึด และมีปัญหาน้อยกว่าพีซี Windows ที่ต้องดูแลมากกว่า หลายบริษัทจึงเริ่มปรับระบบให้รองรับการทำงานแบบผสม รวมทั้งมีพนักงานกลุ่มหนึ่งที่เคยใช้ Windows มาตลอดแต่กลับรู้สึกว่า macOS น่าเชื่อถือกว่าในระยะหลัง

ขณะที่ Microsoft เดินหน้าผลักดัน Windows 11 และ Copilot+ PC อย่างเต็มที่ ความจริงที่เกิดขึ้นคือผู้ใช้ Windows 10 จำนวนมากไม่ได้รู้สึกพร้อมจะย้ายไป Windows 11 ทั้งเพราะเงื่อนไขฮาร์ดแวร์และความกังวลเรื่องความเสถียร ทำให้หลายคนเลือกทางที่มั่นคงกว่าอย่าง macOS แทน ผลลัพธ์คือยอดขาย Mac พุ่งขึ้นชัดเจนในช่วงที่ Windows 10 ปิดฉาก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผลกระทบที่เกินคาดของการยุติระบบปฏิบัติการที่เคยได้รับความนิยมที่สุดของ Microsoft
ที่มา : techradar

Update security patch ไปเรื่อยๆ จนกว่าคนใช้งานน้อยลง ผลกระทบจะน้อยกว่านี้ และที่สำคัญ window 11 ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ ไม่ใช่ update มาพร้อม bug ตลอด