Xiaomi รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2026 กำไรร่วงหนัก 42.6% เหตุต้นทุนชิปหน่วยความจำและชิ้นส่วนพุ่งสูง กระทบรายได้และกำไรธุรกิจสมาร์ทโฟน โดยมองว่าตลาดหลักอย่างสมาร์ทโฟนกำลังเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว
Xiaomi กำไรไตรมาส 2 ร่วง 42.6% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เยอะ

รายงานของ Reuters ระบุว่า Xiaomi ทำตัวเลขรายได้รวมประจำไตรมาส 2/2026 คิดเป็น 108,900 ล้านหยวน ลดลง 6.1% หากเทียบกับปีก่อน (ไตรมาส 2/2025) โดยรายได้หลัก ๆ มาจากธุรกิจ 2 กลุ่มหลัก
- รายได้ธุรกิจสมาร์ทโฟน : 42,118 ล้านหยวน
- รายได้ธุรกิจ IoT หรือสินค้าไลฟ์สไตล์ : 31,278 ล้านหยวน
ขณะที่กำไรไตรมาสล่าสุด 2/2026 อยู่ที่ 6,200 ล้านหยวน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ 6,600 ล้านหยวน ร่วงลงกว่า 42.6% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2025

ต้นทุน RAM ที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรธุรกิจสมาร์ทโฟนหดตัว
Xiaomi ระบุในรายงานว่าสาเหตุเป็นเพราะ “ต้นทุน RAM และชิ้นส่วนหน่วยความจำที่แพงขึ้น” ไปจนถึง “การแข่งขันที่ดุเดือด” คือแรงกดดันหลักให้บริษัทอย่างหนักโดยเฉพาะธุรกิจสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของธุรกิจสมาร์ทโฟนลดลงเหลือ 8.5% จากเดิมที่เคยสูงถึง 11.5% ทำให้รายได้จากธุรกิจนี้ลดลงกว่า 7.5% จากปีที่แล้ว

บริษัทวิจัยตลาด Omdia รายงานว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนของ Xiaomi ประจำไตรมาส 2/2026 อยู่ที่ 31.2 ล้านเครื่อง ลดลง 26.3% เพราะเลือกที่จะ “ลดการผลิตมือถือรุ่นเล็ก-กลาง” ซึ่งมีอัตรากำไรต่อเครื่องน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว (ยอดจัดส่งส่วนใหญ่เป็นสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์)
แต่ถึงอย่างนั้น Xiaomi ก็ยังคงเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนมากที่สุดอันดับ 3 ของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาดโลก 11.5%

ธุรกิจ EV มีบทบาทในโครงสร้างรายได้ของ Xiaomi เป็นหลักด้วย
Xiaomi มองว่าธุรกิจสมาร์ทโฟนเริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว จึงเลือกที่จะทุ่มเงินพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ภายใต้สินค้ากลุ่ม “รถยนต์ไฟฟ้า EV” และ “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” เพื่อผลักดันให้เป็นรายได้หลักของบริษัทในอนาคต
เฉพาะธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า EV ไตรมาสที่ 2/2026 รายได้เพิ่มขึ้น 15.9% คิดเป็น 23,900 ล้านหยวน พร้อมกับยอดจัดส่ง 104,199 คัน ซึ่งในอนาคตก็ตั้งเป้าที่จะไปบุกตลาดยุโรปภายในปี 2027

อย่างไรก็ดีเมื่อนำไปรวมกับผลประกอบการทั้งหมด ได้แก่ ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า EV, ธุรกิจ AI และโปรเจกต์ใหม่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง Xiaomi ยังขาดทุนจากการดำเนินงานส่วนนี้อยู่ 2,600 ล้านหยวน สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: Reuters

Comment