Zepp Health ผู้พัฒนาแบรนด์สมาร์ทวอทช์ Amazfit (อเมซฟิต) ประกาศเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ในไทยพร้อมกัน 3 รุ่นรวด ได้แก่ Amazfit Cheetah 2 Pro, Amazfit Cheetah 2 Ultra และ Amazfit Bip Max ชูจุดเด่นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ตั้งแต่นักวิ่งมาราธอน นักวิ่งอัลตราเทรล ไปจนถึงสายสุขภาพและการฝึกซ้อมแบบไฮบริด (Hybrid Training)

พร้อมกันนี้ Amazfit ยังประกาศต่อสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์ระดับโลก (Global Wearable Device Partner) กับทัวร์นาเมนต์ฟิตเนสชื่อดังอย่าง HYROX ต่อเนื่องอีก 3 ปี ทำให้สมาร์ทวอทช์ซีรีส์ใหม่นี้มาพร้อมฟังก์ชันตรวจจับและวัดผลการแข่งขันในแต่ละสเตชันของ HYROX ได้อย่างละเอียดและแม่นยำ

1. Amazfit Cheetah 2 Pro : นิยามใหม่ของความเร็ว สำหรับสายวิ่งถนนและมาราธอน

สมาร์ทวอทช์ระดับโปรที่ออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์ “Refined Performance” เพื่อนักวิ่งที่ต้องการทำลายสถิติเดิมหรือการทำ New PB (Personal Best) ของตัวเองบนทางเรียบ

ฟีเจอร์และสเปคเด่น

  • ดีไซน์และวัสดุระดับพรีเมียม : ตัวเรือนผลิตจาก ไทเทเนียมเกรด 5 ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ แข็งแกร่งสูงแต่มีน้ำหนักเบาเพียง 45.6 กรัม (ไม่รวมสาย) หน้าจอใช้กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทนรอยขีดข่วน พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Physical 4 ปุ่ม สั่งการแม่นยำแม้เหงื่อออกเต็มมือ
  • หน้าจอ AMOLED 3,000 Nits : หน้าจอขนาด 1.32 นิ้ว ให้ความสว่างสูงสุดถึง 3,000 nits สู้แดดเมืองไทยได้สบาย มองเห็นค่า Pace และแผนที่นำทางได้ชัดเจนทุกสภาพแสง
  • แบตเตอรี่อึดสะใจ : ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้นานสูงสุด 20 วัน และหากเปิดโหมด GPS แม่นยำสูง เพื่อวิ่งมาราธอนหรืออัลตรา สามารถเปิดต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 31 ชั่วโมง
  • ระบบวิเคราะห์การวิ่ง Advanced Running Intelligence : วัดค่าเชิงลึกระดับโปร เช่น Running Posture วิเคราะห์ท่าทางการวิ่ง, Vertical Oscillation (การเด้งตัวขณะวิ่ง) และ Ground Contact Time (ระยะเวลาที่เท้าสัมผัสพื้น) เพื่อช่วยปรับฟอร์มลดการสูญเสียพลังงาน พร้อมรายงานค่า Lactate Threshold, VO2 Max และ Running Power แบบเรียลไทม์
  • AI โค้ชส่วนตัว : มีระบบ Zepp Coach™ ช่วยวางแผนการซ้อมเฉพาะบุคคล และรองรับการดึงแผนการซ้อมจากแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง TrainingPeaks หรือ Intervals.icu ได้ทันที
  • ความปลอดภัย : ติดตั้งไฟฉายสองสีในตัว ปรับแสงขาว-แดงได้ พร้อมโหมด Safety และ SOS สำหรับสายวิ่งกลางคืน
  • ฟีเจอร์อัจฉริยะ : ใช้เซนเซอร์ BioTracker™ 6.0 วัดค่าสุขภาพและอัตราการแปรปรวนของหัวใจ (HRV) รองรับการโทรผ่าน Bluetooth และระบบสั่งการด้วยเสียง Zepp Flow™
  • ราคาเปิดตัว: 16,900 บาท (เริ่มวางจำหน่าย 25 พฤษภาคม 2569)

2. Amazfit Cheetah 2 Ultra : พันธุ์อึดขั้นสุด เพื่อสายวิ่งเทรลและผจญภัยระยะไกล

รุ่นท็อปที่สุดในซีรีส์ ออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์ “Endurance & Navigation” เพื่อนักวิ่งสาย Ultra Marathon และ Trail Running ที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้บนภูเขา

ฟีเจอร์และสเปคเด่น

  • โครงสร้างพันธุ์อึด มาตรฐานทหาร : ตัวเรือนและขอบหน้าปัดทำจาก ไทเทเนียมเกรด 5 ผ่านการทดสอบความทนทานมาตรฐานทางทหาร หน้าจอกระจก Sapphire Glass พร้อมลุยทางฝุ่นและโขดหิน
  • หน้าจอใหญ่เต็มตา 1.5 นิ้ว : หน้าจอ AMOLED ขยายใหญ่ขึ้นเป็น 1.5 นิ้ว ช่วยให้เช็กความชันและดูแผนที่ออฟไลน์ได้รวดเร็วในขณะที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
  • ความจุสะใจ 64GB และแผนที่ออฟไลน์สี : อัปเกรดพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่องมากถึง 64GB เพื่อรองรับการดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์แบบสีเต็มรูปแบบ ประกอบด้วยแผนที่ภูมิประเทศ แผนที่เส้นชั้นความสูง และแผนที่สกีรีสอร์ททั่วโลก
  • ระบบนำทาง GPS 6 ดาวเทียม : ทำงานร่วมกับระบบ GPS แบบ Dual-band จับสัญญาณจาก 6 ดาวเทียมหลัก พร้อมเสาอากาศรับสัญญาณโพลาไรซ์แบบวงกลม ช่วยให้นำทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยวได้แม่นยำ แม้ในป่าทึบหรือหุบเขาลึก
  • แบตเตอรี่ดับเบิ้ลความอึด 2 เท่า : รองรับการวิ่งระยะไกลแบบข้ามวันข้ามคืน ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 30 วัน และเปิดโหมด GPS แม่นยำสูง ต่อเนื่องได้ยาวนานเกินกว่า 60 ชั่วโมง
  • ไฟฉาย LED ในตัว : มีไฟฉาย LED ส่องสว่าง ปรับระดับได้ มีโหมดแสงขาว แสงแดง โหมด SOS และ Safety Light เพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องวิ่งผ่านช่วงเวลากลางคืน

3. Amazfit Bip Max : สมาร์ทวอทช์จอใหญ่ ฟังก์ชันจัดเต็ม คุ้มค่าที่สุดสำหรับสายไฮบริด

สมาร์ทวอทช์รุ่นท็อปสุด ของตระกูล Bip ที่รอบนี้มาพร้อมนิยามแห่งความเหนือระดับแบบ MAX ในราคาสุดคุ้ม ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วไป สายสุขภาพ และคนที่ชอบออกกำลังกายแบบไฮบริดฟิตเนส

ฟีเจอร์และสเปคเด่น

  • MAX Display หน้าจอใหญ่ 2.07 นิ้ว : หน้าจอ AMOLED ที่ใหญ่และชัดที่สุดรุ่นหนึ่งในระดับเดียวกัน ความสว่างสูงสุด 3,000 nits สู้แดดจัดได้ดีเยี่ยม พิเศษด้วยระบบปรับขนาดตัวอักษรได้ถึง 6 ระดับ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกช่วงวัยรวมถึงผู้สูงอายุ
  • MAX Endurance แบตเตอรี่ 550 mAh : ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานถึง 20 วัน หากใช้งานหนักอยู่ได้นาน 10 วัน และเปิดใช้งาน GPS ต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 40 ชั่วโมง เหมาะกับกิจกรรมเดินป่าหลายวัน
  • MAX Storage ความจุ 4GB และแผนที่ออฟไลน์ : เป็นครั้งแรกของซีรีส์ Bip ที่ใส่ความจุมาให้ 4GB ทำให้สามารถโหลดแผนที่ออฟไลน์ ทั้งแผนที่ภูมิประเทศและเส้นชั้นความสูงได้ รวมถึงเก็บเพลงออฟไลน์ไว้ฟังผ่านหูฟัง Bluetooth โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ และลงมินิแอปเสริมได้มากกว่า 100 รายการ
  • MAX Accuracy เซนเซอร์ระดับโปร : ใช้เซนเซอร์ BioTracker™ 6.0 PPG (5PD + 2LED) วัดอัตราการเต้นของหัวใจแม่นยำระดับวินาทีต่อวินาที พร้อมฟีเจอร์ BioCharge วิเคราะห์พลังงานร่างกายทั้งกายและใจตลอด 24 ชั่วโมง โดยประมวลผลจากความเครียด การนอน และกิจกรรม
  • ฟังก์ชันเพื่อการฝึกซ้อมระบบสากล : รองรับโหมดกีฬากว่า 150 ชนิด มี Zepp Coach™ ช่วยออกแบบแผนการซ้อม และยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมระดับโปรอย่าง Stryd (Running Power Meter) ได้ มีระบบแจ้งเตือนอายุการใช้งานอุปกรณ์ เช่น เตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนรองเท้าวิ่งหรือโซ่จักรยาน
  • เฉดสี : มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Silver (เงิน), Dark Blue (น้ำเงินเข้ม) และ Carbon Gray (เทาคาร์บอน)

ราคาและการวางจำหน่าย

Amazfit Cheetah 2 Pro

มาในสี Titanium สุดหรู

  • ราคา 16,900 บาท

Amazfit Cheetah 2 Ultra

  • ราคา 21,900 บาท

Amazfit Bip Max

มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Silver (เงิน), Dark Blue (น้ำเงินเข้ม) และ Carbon Gray (เทาคาร์บอน)

  • ราคา 3,690 บาท

สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Amazfit บนแพลตฟอร์มชั้นนำ Shopee, Lazada, TikTok Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองทั่วประเทศ