ในยุคที่บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่อาศัย Apple ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้งด้วยการประกาศเปิดตัว Apple Home Collection ไลน์อัปอุปกรณ์เสริมสำหรับบ้านอัจฉริยะชุดใหม่ล่าสุด ที่ผนึกกำลังร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง LG Electronics และ Schneider Electric มุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายดาย เชื่อถือได้ และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานสูงสุดผ่าน Ecosystem ของ Apple Home และ iPhone

Apple Home Collection คืออะไร?
Apple Home Collection คือกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฮมซีรีส์ใหม่ ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่าง Apple กับแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำอย่าง LG และ Schneider Electric โดยถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อต่อยอดจากอุปกรณ์เสริมหลายพันชิ้นที่รองรับ Apple Home และมาตรฐานสากลอย่าง Matter
ไลน์อัปนี้ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักที่ครอบคลุมความปลอดภัยและความสะดวกสบายภายในบ้าน ได้แก่
- กล้องอัจฉริยะสำหรับติดตั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงรุ่นที่มีไฟส่องสว่าง
- วิดีโอประตูหน้าบ้าน และ แป้นกดกริ่งประตู
- ระบบล็อกประตูดิจิทัลอัจฉริยะ
- ตัวควบคุมอุณหภูมิ และ เซนเซอร์วัดอุณหภูมิภายในบ้าน
ไลน์อัปอุปกรณ์ Apple Home Collection
โดยสามารถแยกรายชื่อรุ่นอุปกรณ์ทั้งหมดใน Apple Home Collection โดยแยกแบรนด์ผู้ผลิตที่เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมพัฒนากับ Apple อย่างเป็นทางการ ได้ดังนี้
กลุ่มอุปกรณ์ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ LG (LG Electronics)
เน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยภายในบ้าน กล้องวงจรปิด และระบบล็อกอัจฉริยะ
1. LG Video Doorbell (กริ่งประตูอัจฉริยะพร้อมวิดีโอ)

กริ่งประตูหน้าบ้านนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาความปลอดภัยและจัดการพัสดุหน้าบ้านอย่างตรงจุด
- กล้องคู่ : แยกการบันทึกภาพผู้มาติดต่อและพัสดุออกจากกัน สามารถสลับดูมุมมองกล้องด้านหน้าและกล้องด้านล่างได้อย่างลงตัว
- ความละเอียดคมชัดสูง
- กล้องด้านหน้า : ความละเอียดสูงระดับ 2.5K สำหรับจับภาพใบหน้าและผู้มาเยือนอย่างชัดเจน
- กล้องด้านล่าง : ความละเอียด Full HD (1080p) สำหรับส่องพัสดุที่วางอยู่บนพื้นหน้าประตู
- ไฟสปอตไลท์ในตัว : ช่วยเพิ่มความสว่างในจุดมืดหรือยามค่ำคืน
- เสียงกริ่งเชื่อมโยงอัจฉริยะ : เสียงกริ่งจะดังผ่าน HomeView, HomePod และ HomePod mini ทั่วทั้งบ้าน เมื่อมีผู้มาเยือนกดกริ่ง พร้อมส่งการแจ้งเตือนไปยัง iPhone หรือ iPad ของผู้ใช้

2.LG Floodlight Cam (กล้องวงจรปิดภายนอกพร้อมไฟสปอตไลท์)

กล้องรักษาความปลอดภัยภายนอกอาคารที่ทรงพลังที่สุดในซีรีส์ มุ่งเน้นการตรวจตราพื้นที่รอบนอกและสอดส่องผู้บุกรุก
- ไฟสปอตไลท์คู่แบบปรับได้ : ส่องสว่างอัตโนมัติทันทีเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว
- ถ่ายภาพกลางคืนแบบสี : มีฟีเจอร์ถ่ายภาพกลางคืนแบบสีแม้ในภาวะแสงน้อยมาก ช่วยให้มองเห็นรายละเอียดภายนอกบ้านได้อย่างชัดเจนและแม่นยำยิ่งขึ้น
3. LG Outdoor Cam (กล้องวงจรปิดภายนอกอาคาร)

กล้องวงจรปิดภายนอกที่เน้นความยืดหยุ่นในการติดตั้งและความทนทาน
- ถ่ายภาพกลางคืนแบบสี : มอบภาพสีที่ชัดเจนแม้ในที่มืดสนิทในภาวะแสงน้อย
- ปรับมุมมองได้อย่างอิสระ : สามารถปรับทิศทางและองศาของกล้องได้อย่างยืดหยุ่น ครอบคลุมพื้นที่ภายนอกบ้านได้ตามต้องการ
- ติดตั้งง่าย : ออกแบบให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้ด้วยตนเอง
4. LG Indoor Cam (กล้องวงจรปิดภายในอาคาร)

กล้องเฝ้าระวังภายในบ้าน ที่ปกป้องความเป็นส่วนตัว ด้วยกลไกฮาร์ดแวร์จริง
- กลไกปรับมุมมองความเป็นส่วนตัวอัตโนมัติ
- กล้องจะเอียงขึ้น-ลงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เปิดดูสถานการณ์ภายในบ้าน
- เอียงกล้องกลับลงเพื่อหยุดการทำงานทันที เมื่อมีสมาชิกในบ้านคนแรกกลับมาถึงบ้าน เพื่อความเป็นส่วนตัว
- การควบคุม : ผู้ใช้สามารถสั่งเอียงปรับมุมกล้องได้เองด้วยมือ หรือปรับผ่านแอปบ้าน (Apple Home) ได้ตลอดเวลา เพื่อสำรวจมุมห้องได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ กล้อง ที่ติดมาในอุปกรณ์ Apple Home Collection ตั้งแต่ข้อ 1 ถึง 4 จะรองรับฟีเจอร์ร่วมกัน ดังนี้
- รองรับ iCloud+ (ดูย้อนหลัง 10 วัน) : แผน iCloud+ ที่รองรับ Apple Intelligence จะเพิ่มคำอธิบายวิดีโออัตโนมัติที่สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิป และค้นหาภาพคลิปย้อนหลังด้วยการพิมพ์บรรยายด้วยภาษาธรรมชาติ
- บันทึกต่อเนื่องแม้ Wi-Fi หลุด : มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัว ป้องกันการพลาดช่วงเวลาสำคัญเมื่อเครือข่ายขัดข้อง
- ดูภาพสดและสแนปช็อตด่วน : เปิดดูภาพสดและกิจกรรมของกล้องได้ตลอดเวลาได้ทันทีจากแอปบ้าน บน iPhone, iPad, Mac, Apple TV 4K หรือ HomeView โดยไม่ต้องเปิดสตรีมสดเต็มจอ
5.LG Smart Deadbolt Lock (ระบบล็อกประตูดิจิทัลอัจฉริยะ)


ยกระดับประสบการณ์การเข้า-ออกบ้านให้ลื่นไหล มั่นใจ และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีระดับพรีเมียม
- ปลดล็อกอัตโนมัติแบบแฮนด์ฟรี
- ทำงานด้วยเทคโนโลยี Ultra Wideband (UWB) แม่นยำสูง สามารถตรวจจับระยะห่างและทิศทางได้ทันทีว่าผู้ใช้อยู่ใกล้แค่ไหน และกำลังจะเดินเข้าประตูเมื่อไหร่ เพียงแค่เดินเข้าใกล้ประตูพร้อม iPhone หรือ Apple Watch ที่รองรับ Home Key ประตูก็จะปลดล็อกให้อัตโนมัติทันที โดยไม่ต้องแตะหรือยกอุปกรณ์ขึ้นมา
- ทางเลือกในการปลดล็อกที่ยืดหยุ่น
- Tap-to-Unlock : แตะ iPhone หรือ Apple Watch เพื่อปลดล็อกผ่าน Home Key
- Pin Code : กดรหัสผ่านบนแป้นตัวเลขที่ประตู
- Physical Key : ใช้กุญแจไขสำรองผ่านช่องเสียบกุญแจที่ถูกออกแบบให้ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
- ระบบตรวจจับสถานะประตูอัจฉริยะ
- ตรวจจับได้แม่นยำว่าประตูเปิดอยู่, ปิดสนิท หรือกำลังถูกงัดแงะ
- มีระบบ แจ้งเตือนอัจฉริยะ หากประตูเปิดอ้าอยู่แม้ว่าตัวกลอนจะถูกสั่งล็อกแล้วก็ตาม
- แชร์สิทธิ์การเข้าบ้านได้ง่ายดาย
- สามารถมอบสิทธิ์กุญแจดิจิทัลให้ผู้มาเยือน คนพาสุนัขเดินเล่น ผู้ดูแลบ้าน หรือญาติที่มาเยี่ยม ผ่านแอปบ้าน (Apple Home) ได้ทันที
- ทำงานแบบไม่พึ่งอินเทอร์เน็ต
- รองรับมาตรฐานอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่าง Matter และ Aliro ทำให้ประมวลผลคำสั่งภายในตัวเครื่อง ช่วยให้ฟังก์ชันการเข้า-ออกบ้านหลักๆ ยังคงทำงานได้ตามปกติอย่างราบรื่น แม้สัญญาณอินเทอร์เน็ตจะขัดข้อง
6.LG Smart Thermostat & LG Temperature Sensor


- LG Smart Thermostat (ตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ) : อุปกรณ์ควบคุมระบบปรับอากาศและอุณหภูมิภายในบ้าน
- LG Temperature Sensor (เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ) : เซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นเพื่อนำไปใช้ตั้งค่าระบบอัตโนมัติในบ้าน
กลุ่มอุปกรณ์ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ Schneider Electric
จากแบรนด์ Schneider Electric จะเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบควบคุมสภาพอากาศและพลังงานภายในบ้านอัจฉริยะ


- Schneider Home Smart Thermostat (ตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ) : เครื่องควบคุมระบบปรับอากาศและทำความร้อนที่ออกแบบมาเพื่อการจัดการพลังงานภายในบ้าน
- Schneider Home Smart Thermostat Room Sensor / Schneider Home Room Sensor (เซนเซอร์วัดอุณหภูมิห้อง) : เซนเซอร์เสริมสำหรับตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้าน มีจุดเด่นด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
บ้านที่เป็นหนึ่งเดียว ทำงานประสานกันอย่างลงตัว

ประสบการณ์การใช้งานบ้านอัจฉริยะมักมาพร้อมกับความยุ่งยากในการติดตั้งและตั้งค่าแยกชิ้น แต่วิสัยทัศน์ของ Apple Home Collection คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้ทุกอุปกรณ์เชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อในทุกมิติ
- ตั้งค่าได้ง่ายและรวดเร็ว : เพียงแตะครั้งเดียวด้วย iPhone ก็สามารถเพิ่มอุปกรณ์เสริมเข้าสู่ แอปบ้าน (Apple Home) ได้ทันที คล้ายกับการตั้งค่า HomePod โดยผู้ใช้ ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติมหรือสร้างบัญชีแยกต่างหาก ให้วุ่นวาย
- เชื่อมต่อมั่นคงด้วยเทคโนโลยี Thread : อุปกรณ์ทุกชิ้นรองรับโปรโตคอล Thread ช่วยรักษาการเชื่อมต่อและการทำงานของระบบอัตโนมัติได้อย่างต่อเนื่อง แม้สัญญาณ Wi-Fi หลักภายในบ้านจะขาดหาย
- อัปเดตเครือข่าย Wi-Fi อัตโนมัติ : ตัดปัญหาความยุ่งยากเดิมๆ เมื่อมีการเปลี่ยนรหัสผ่านหรือเปลี่ยนเครือข่าย Wi-Fi ที่บ้าน อุปกรณ์ทั้งหมดจะสามารถอัปเดตข้อมูลการเชื่อมต่อใหม่ได้โดยอัตโนมัติทันที
การสั่งการและระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ
อุปกรณ์เสริมทั้งหมดไม่ได้ทำงานแค่เพียงลำพัง แต่ถูกออกแบบมาให้ประสานการทำงานร่วมกันผ่านคำสั่งเสียงหรือระบบอัตโนมัติที่รู้ใจ
- ควบคุมหลายอุปกรณ์ได้ด้วยคำสั่งเดียวผ่าน Siri : ผู้ใช้สามารถสั่งการอุปกรณ์ทุกชิ้นพร้อมกันได้ทันที เช่น เมื่อพูดว่า “อรุณสวัสดิ์” ระบบสามารถสั่งปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม, สั่งกล้อง Indoor Cam ก้มลง เพื่อความเป็นส่วนตัวขณะกำลังเตรียมตัวในตอนเช้า และเริ่มเล่นเพลงโปรดบน HomePod ไปพร้อมๆ กันได้อย่างลงตัว
- ระบบอัตโนมัติที่จดจำช่วงเวลาสำคัญตลอดวัน : ด้วยการประมวลผลอัจฉริยะบนอุปกรณ์จาก iPhone หรือ Apple Watch ทำให้แอปบ้านจดจำและปรับการทำงานตามพฤติกรรมการอยู่อาศัยได้เอง
- เมื่อสมาชิกคนสุดท้ายออกจากบ้านไปทำงาน : ตัวควบคุมอุณหภูมิจะปรับเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน, ประตูบ้านจะถูกล็อกอัตโนมัติ และกล้องวงจรปิดจะเริ่มเปิดโหมดบันทึกและตรวจตราความปลอดภัยอีกครั้ง
- ก่อนสมาชิกเดินทางกลับถึงบ้าน : ตัวควบคุมอุณหภูมิจะเริ่มทำงานล่วงหน้าเพื่อให้บ้านเย็นสบาย และ ปลดล็อกประตูหน้าบ้านให้อัตโนมัติทันที เมื่อผู้ใช้เดินเข้าใกล้
ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด
Apple ยังคงยึดมั่นในปรัชญา “ความเป็นส่วนตัวคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน” ข้อมูลทั้งหมดจากอุปกรณ์ใน Apple Home Collection จะได้รับการ เข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (End-to-End Encryption) ภายใน Apple Home ทั้ง LG Electronics, Schneider Electric หรือ Apple จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ ภาพจากกล้องจะได้รับการประมวลผลบนอุปกรณ์อย่างปลอดภัยภายในศูนย์กลางอุปกรณ์บ้านของลูกค้าเอง หรือผ่าน Private Cloud Compute
และสำหรับผู้ใช้ที่มีบริการ iCloud+ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บแบบเข้ารหัสไว้บน iCloud นาน 10 วัน ไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เข้ารหัสนี้ได้ แม้กระทั่ง Apple
ซึ่งหมายความว่า มีเพียงตัวผู้ใช้งานและบุคคลที่ผู้ใช้ให้สิทธิ์เท่านั้น ที่จะสามารถเข้าถึงภาพจากกล้อง วิดีโอ หรือข้อมูลความปลอดภัยภายในบ้านได้ ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวได้อย่างมั่นใจ
ราคาและการวางจำหน่าย
โดยผลิตภัณฑ์เสริมใน Apple Home Collection ส่วนใหญ่จะเริ่มวางจำหน่ายใน เดือนธันวาคม 2026 และจะมีอุปกรณ์เสริมบางรายการทยอยวางจำหน่ายเพิ่มเติมในช่วง ต้นปี 2027
ส่วนประเทศที่วางจำหน่าย ที่ประกาศออกมาจะมี สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และสหราชอาณาจักร ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึงไทย อาจจะต้องรอดูประกาศอีกที
ราคา Apple Home Collection
- LG Floodlight Cam
- ราคา: $399.95 (ประมาณ 14,000 บาท)
- LG Outdoor Cam
- ราคา: $299.95 (ประมาณ 10,500 บาท)
- LG Video Doorbell
- ราคา: $249.95 (ประมาณ 8,750 บาท)
- LG Indoor Cam
- ราคา: $199.95 (ประมาณ 7,000 บาท)
- LG Smart Deadbolt Lock
- ราคา: $349.95 (ประมาณ 12,250 บาท)
- LG Smart Thermostat
- ราคา: $199.95 (ประมาณ 7,000 บาท)
- LG Temperature Sensor
- ราคา: $39.95 (ประมาณ 1,400 บาท)
- Schneider Home Smart Thermostat
- ราคา: $199.95 (ประมาณ 7,000 บาท)
- Schneider Home Room Sensor
- ราคา: $39.95 (ประมาณ 1,400 บาท)
อุปกรณ์เสริมสำหรับการติดตั้ง
- LG Thermostat C-Wire Adapter (อะแดปเตอร์แปลงไฟ C-Wire สำหรับ Thermostat ของ LG)
- ราคา: $24.95 (ประมาณ 870 บาท)
- Schneider Home Smart Thermostat C-Wire Adapter (อะแดปเตอร์แปลงไฟสำหรับ Schneider)
- ราคา: $24.95 (ประมาณ 870 บาท)
- Schneider Home Smart Thermostat Trim Plate (แผ่นกรอบติดตั้งสำหรับ Schneider Thermostat)
- ราคา: $14.95 (ประมาณ 520 บาท

Comment