เชื่อว่าหลายคนที่เคยติดต่อไปยังผู้ให้บริการเพื่อ ยกเลิกเน็ตบ้าน หรือกล่อง IPTV คงเคยเจอลูกเล่นสารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับให้เดินทางไปยกเลิกที่สำนักงานหลักเท่านั้น การอ้างเงื่อนไขสัญญาขั้นต่ำ 1 ปี หรือการขู่เรียกเก็บ ค่าปรับมหาโหด หลักหลายพันบาท หากใช้งานไม่ครบกำหนด รวมถึงกรณีที่อุปกรณ์ชำรุดหรือสูญหาย
แต่รู้หรือไม่? ในความเป็นจริงแล้ว ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเน็ตบ้านตอนไหนก็ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าปรับยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด วันนี้เราจะพาไปดูข้อกฎหมายตามประกาศ คทช. (กสทช.) เพื่อให้รู้เท่าทันและไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกต่อไป
กฎหมาย คทช. มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม
อ้างอิงตาม ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2545 (ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา) มีข้อกำหนดทางเทคนิคและกฎหมายที่คุ้มครองเราไว้ดังนี้
1. สิทธิในการยกเลิกสัญญา (ข้อ 32)
ระบุไว้ว่า “ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลิกสัญญาในเวลาใดก็ได้ด้วยการบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทำการ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะต้องชำระค่าบริการครบถ้วนแล้วจนถึงวันที่การยกเลิกสัญญามีผลบังคับ”
นั่นหมายความว่า เงื่อนไขที่พนักงานชอบอ้างว่า “ต้องใช้งานให้ครบ 12 เดือน หรือ 24 เดือน มิฉะนั้นจะยกเลิกไม่ได้” ถือว่าขัดต่อประกาศฉบับนี้ ผู้ใช้งานมีสิทธิเดินไปยื่นหนังสือขอยกเลิกได้ทันที ขอเพียงแค่เคลียร์ยอดค้างชำระจนถึงวันยกเลิกให้เรียบร้อย
2. ห้ามเก็บค่าปรับจากการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด (ข้อ 15 วรรคหนึ่ง)
ค่ายเน็ตส่วนใหญ่มักใช้กลยุทธ์ “ติดตั้งฟรี / ให้ยืมเราท์เตอร์ฟรี / แถมกล่อง IPTV ฟรี” แล้วนำสิ่งเหล่านี้มาผูกมัดเป็นสัญญาว่าห้ามยกเลิกก่อนกำหนด แต่กฎหมายข้อ 15 ระบุไว้ชัดเจนว่า
“ผู้ให้บริการจะประสงค์เอาเหตุที่ส่งมอบเครื่องอุปกรณ์ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดในราคาต่ำกว่าตลาด มารวมเป็นเงื่อนไขก่อภาระ หรือ เรียกเก็บค่าปรับหรือค่าเสียหายจากการที่ผู้ใช้บริการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดมิได้“
3. หน้าที่และการรับผิดชอบเรื่อง “อุปกรณ์” (ข้อ 15 วรรคสอง และสาม)
เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องส่งคืนอุปกรณ์ให้กับผู้ให้บริการ แต่หากเกิดกรณีอุปกรณ์สูญหาย หรือชำรุดเสียหาย
- ผู้ให้บริการมีสิทธิเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายได้ ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ต้องไม่เกินราคาตลาดของอุปกรณ์นั้นๆ ในขณะนั้น (ราคามือสอง)
- ห้ามผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าปรับในราคาสินค้ามือหนึ่งแกะกล่องที่แพงเกินจริง
- อัตราค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่เรียกเก็บ ต้องไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการ (กสทช.) ประกาศกำหนด
ตารางเปรียบเทียบ สิ่งที่ค่ายเน็ตมักอ้าง VS ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
| สิ่งที่ผู้ให้บริการแจ้ง | ข้อเท็จจริงตามประกาศ คทช. พ.ศ. 2545 |
| ต้องอยู่ใช้งานให้ครบสัญญา 1 ปี ไม่งั้นโดนปรับ | ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ แค่แจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้า 5 วันทำการ |
| เรียกเก็บค่าปรับค่ายกเลิกสัญญาก่อนกำหนด | ห้ามเก็บค่าปรับ จากการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดโดยเด็ดขาด |
| ไม่มีกล่อง/อุปกรณ์มาคืน คิดค่าปรับราคาของใหม่ | คิดได้ตามจริง ไม่เกินราคาตลาดมือสอง ณ เวลานั้น |
| ต้องเดินทางไปยกเลิกที่สำนักงานใหญ่เท่านั้น | สามารถทำหนังสือบอกกล่าวส่งไปได้ (และควรทำออนไลน์ได้) |
ข้อควรรู้ก่อนยกเลิกเน็ตบ้าน ต้องทำอย่างไร?
- ทำหนังสือบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร : ให้ทำจดหมายแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกบริการล่วงหน้า 5 วันทำการ และยื่นส่งให้มีหลักฐานการรับเรื่องชัดเจน (เก็บสำเนาไว้กับตัว)
- ขอระงับสัญญาณชั่วคราว (ข้อ 25) : หากยังไม่สะดวกไปคืนอุปกรณ์ หรือต้องการเวลาค้นหาอุปกรณ์ในบ้าน ผู้ใช้บริการมีสิทธิขอระงับการใช้บริการชั่วคราวได้ โดยแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน ซึ่งในระหว่างที่ระงับสัญญาณนี้ ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ได้ ช่วยให้สัญญาหยุดเดินและไม่เกิดยอดหนี้สะสม
- ตรวจสอบประวัติอุปกรณ์ : บ่อยครั้งที่ช่างเทคนิคเข้ามาเปลี่ยนเราท์เตอร์ตัวใหม่ให้แต่ไม่เก็บตัวเก่ากลับไป หรือกรณีของแถมอย่างกล่อง IPTV ที่เราไม่ได้อยากได้แต่แรก ให้ตรวจสอบให้ดีว่าในระบบหลังบ้านระบุอุปกรณ์ชิ้นไหนไว้บ้าง
- เก็บหลักฐานทุกอย่าง : เมื่อชำระค่าบริการงวดสุดท้ายเสร็จสิ้น ต้องขอหลักฐานเป็นหนังสือหรือใบเสร็จรับเงินไว้เสมอ เพื่อป้องกันกรณีที่อาจมีการเรียกเก็บหนี้ย้อนหลัง หลังจากเลิกสัญญาไปแล้ว
ถูกเรียกเก็บค่าปรับ ทำอย่างไรดี?
หากทำเรื่องขอยกเลิกเน็ตบ้านแล้ว แต่ทางค่ายยังยืนยันจะเรียกเก็บค่าปรับค่ายกเลิกสัญญาก่อนกำหนด หรือคิดค่าอุปกรณ์แพงเกินจริง อย่าเพิ่งยอมจ่ายเงิน ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ทันที
- โทรแจ้งและร้องเรียนที่ กสทช. Call Center 1200 (โทรฟรี)
- ร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ของสำนักงาน กสทช. ที่อีเมล 1200@nbtc.go.th
- ประสานงานส่งเรื่องไปที่ กลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อให้ช่วยคุ้มครองสิทธิและปฏิเสธหนี้ที่ไม่เป็นธรรมนั้น
ที่มา : ประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

Comment