fbpx
Android Device Reviews

Samsung Galaxy A52 LTE vs OPPO Reno5 และ Samsung Galaxy A52 5G vs OPPO Reno5 5G ใครมีอะไรเด่นกว่าตรงไหนบ้าง

มือถือ 4G / 5G ราคาเริ่มต้นที่หมื่นบาทนิด ๆ และมีสเปคครอบคลุมให้ใช้งานไปได้อีกยาว ๆ แถมยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจอย่างกล้องสวย ๆ หน้าจองาม ๆ ในตอนนี้ก็เริ่มมีโผล่ออกมาหลายรุนแล้ว โดยเฉพาะแบรนด์ยอดฮิตในบ้านเราอย่าง Samsung และ OPPO ที่มีทั้ง Galaxy A52 LTE / 5G กับ Reno5 LTE / 5G เปิดตัวออกมาในราคาไล่เลี่ยกัน และสเปคต่าง ๆ ก็เรียกว่าสูสีคู่คี่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย…ซึ่งหากว่าใครที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อรุ่นไหนดี เราก็จะขอเทียบสเปค และฟีเจอร์ต่าง ๆ ของมือถือทั้ง 4 รุ่นนี้ให้ดูกัน ว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหนบ้าง

Samsung Galaxy A52 LTE VS OPPO Reno5 

เริ่มกันที่มือถือ 4G อย่าง Galaxy A52 LTE และ Reno5 LTE สำหรับคนที่ยังไม่รีบร้อนเปลี่ยนไปใช้ระบบ 5G เพราะเอาจริง ๆ ความเร็วระดับ 4G ก็แทบจะเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันสบาย ๆ ทั้งโซเชียล วิดีโอคอลล์ ดูหนังดูคลิปความละเอียดสูง เล่นเกมออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ ฯลฯ แถมมือถือแบบ 4G ยังมีราคาที่ถูกกว่ามือถือ 5G อีกต่างหาก

ดีไซน์ตัวเครื่อง

สำหรับ Galaxy A52 จะใช้ดีไซน์ตัวเครื่องแบบมินิมอลด้วยหน้าจอแบนราบที่เจาะรูสำหรับวางกล้องเซลฟี่เอาไว้ตรงกลางด้านบน ส่วนตัวเครื่องด้านหลังเป็นพื้นผิวแบบด้านที่ใช้สีโทนเดียวแบบเรียบ ๆ มีโมดูลกล้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่มุมซ้ายบนไว้วางกล้อง 4 ตัว โดยโมดูลดังกล่าวถูกออกแบบมาให้ดูเป็นชิ้นเดียวกับฝาหลัง แต่จะนูนขึ้นมาเล็กน้อย ไม่ได้เป็นโมดูลแบบกรอบสี่เหลี่ยมที่ดูแบ่งแยกกับฝาหลังเครื่องแบบชัดเจนเหมือนมือถือรุ่นอื่น ๆ 

ความหนาของตัวเครื่องกับน้ำหนักก็สามารถใช้งานมือเดียวได้ถนัดอยู่ ไม่เล็กไม่บางเกินไปจนกลัวว่าจะหลุดมือ (แต่ถ้าใส่เคสก็จะดูหนาขึ้นมาอีกนิดหน่อย)

ส่วน OPPO Reno5 มีดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูเพรียวบาง โค้งมน และน้ำหนักเบากว่านิดหน่อย ถ้าคนมือใหญ่นิดนึงจะพบว่ามันบางไปจนจับแล้วกลัวหลุดมือ แต่จะพอดีมือมากกว่าถ้าใส่เคสด้วย กล้องหลังของ Reno5 มีจำนวน 4 ตัว วางเอาไว้บนโมดูลมุมซ้ายบนที่นูนขึ้นมานิด ๆ เหมือนกัน ตัวเครื่องด้านหลังของ Reno5 ใช้พื้นผิวแบบด้าน และใช้สีแบบ Gradient ที่จะเปลี่ยนสีได้ตามมุมของแสงที่ตกกระทบซึ่งก็ดูว้อบแว้บสวยแปลกตาดี

 

มาตรฐาน กันน้ำ กันฝุ่น

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ Galaxy A52 และ A52 5G ยังคงได้เปรียบด้วยการออกแบบที่ปิดมิดชิดทำให้ได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 ซึ่งสามารถลงน้ำจืดลึก 1 เมตรได้เป็นเวลา 30 นาที ลดความเสี่ยงเวลาโดนฝน น้ำหกใส่ หรือทำตกแอ่งน้ำไปได้มากเลย…แต่ถึงยังไงก็ไม่แนะนำให้เอามือถือลงไปใช้งาน หรือถ่ายรูปเล่นใต้น้ำนะครับ เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจนน้ำเข้าเครื่องแล้ว ประกันไม่รองรับตรงส่วนนี้นะ

หน้าจอ

Galaxy A52 ใช้พาเนลหน้าจอแบบ sAMOLED ซึ่งเป็นหน้าจอที่มีความสว่างมากกว่า กินไฟน้อยกว่า และสะท้อนแสงแดดได้น้อยกว่าจอแบบ AMOLED ทั่วไป โดยหน้าจอของ Galaxy A52 มีขนาดอยู่ที่ 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ความสว่างสูงสุด 800 nits และมีรีเฟรชเรท 90Hz

Galaxy A52

ส่วน Reno5 จะเสียเปรียบนิดหน่อยตรงที่เป็นจอแบบ AMOLED ขนาดเล็กกว่านิดนึงที่ 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ความสว่างสูงสุด 600 nits และรีเฟรชเรทเท่ากันที่ 90Hz 

Reno5

ประสิทธิภาพเครื่อง

ทั้ง 2 รุ่น มีสเปคเครื่องที่แทบจะถอดแบบกันมา ด้วยชิป Snapdragon 720, RAM 8GB และความจุ 128GB ที่รองรับ microSD card ด้วย ทำให้การใช้งานทั่วไปทั้งเล่นเน็ต เล่นโซเชียล ดูหนังความละเอียดสูง หรือเล่นเกมกราฟิก 3D มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน โดยเฉพาะการเล่นเกมต่าง ๆ ถ้าหากปรับการตั้งค่าให้เข้ากับสเปคก็สามารถเล่นได้แบบลื่น ๆ ไม่มีปัญหา คือสเปคแบบนี้เรียกว่ายังใช้ได้อีก 2-3 ปี สบาย ๆ เลย

Galaxy A52 เล่นเกมลื่นไม่มีปัญหา

Reno5 ก็เล่นได้ลื่น ๆ เหมือนกัน

แต่สำหรับ Reno5 จะได้เปรียบกว่านิดหน่อยในเรื่อง microSD card ที่มีช่องเสียบให้โดยเฉพาะ ก็เลยใส่ได้ 2 ซิม + microSD ในขณะที่ Galaxy A52 เป็นถาดแบบ Hybrid ต้องเลือกเอาว่าจะใส่ซิมที่ 2 หรือจะใส่ microSD 

Galaxy A52 ถาดซิมแบบ Hybrid (ซ้าย) / Reno5 ถาดซิมแบบมีช่อง microSD แยก (ขวา)

กล้องหลัง

มาถึงจุดสำคัญอย่างกล้องหลัง ซึ่งส่วนนี้ต้องยอมให้กับ Galaxy A52 เลย เพราะเค้าใส่ระบบกันสั่น OIS มาให้ด้วย โดยฟีเจอร์นี้ส่วนมากจะเจออยู่ในมือถือระดับเรือธงทั้งนั้น ทำให้การถ่ายวิดีโอของมือถือรุ่นนี้มีความนิ่งและลื่นไหลมากกว่าระบบกันสั่น EIS ที่ใช้กับมือถือรุ่นอื่น ๆ แบบเห็นได้ชัด รวมถึงยังช่วยในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นอีก

 

Reno5 ก็ให้กล้องหลังมา 4 ตัว เช่นกัน ประกอบด้วย กล้องหลัก 64MP (f/1.7) + กล้อง Ultrawide 8MP (f/2.2) + กล้อง Macro 2MP (f/2.4) + กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4) ซึ่งดู ๆ แล้วสเปคก็เกือบจะใกล้เคียงกัน แต่จะเสียเปรียบตรงที่ไม่มีระบบกันสั่น OIS มาให้ และความละเอียดของกล้อง Ultrawide, กล้อง Macro และกล้องจับความลึกที่น้อยกว่า

 

กล้องหน้า

เรื่องกล้องหน้ายังคงต้องยกให้ทาง OPPO ที่หลาย ๆ คนยังติดใจในฟีเจอร์เซลฟี่หลากหลายแบบให้ได้เลือกตั้งค่าได้เพียบ โดย Reno5 มีกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 44MP พร้อมโหมดบิวตี้ที่มีให้เลือกปรับแต้งได้เยอะแยะทั้งความเนียน ปรับตาโต ปรับคาง ปรับสีผิว ฯลฯ ส่วน Galaxy A52 ก็ให้กล้องหน้าความละเอียดสูง 32MP ซึ่งก็ถือว่าให้มาเยอะ และถ่ายได้สวยอยู่ แต่จะเสียบเปรียบที่ไม่มีลูกเล่นมาให้ปรับแต่งเยอะเหมือนทาง OPPO เค้าเท่านั้นแหละ  

Samsung Galaxy A52

OPPO Reno5

 

ระบบเสียง

เรื่องระบบเสียง Galaxy A52 ได้เปรียบกว่า Reno5 อยู่มากเลย เพราะว่ามันใช้ลำโพงสเตอรีโอ ที่แน่นอนว่าให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า และได้มิติมากกว่ามือถือที่มีลำโพงแค่ตัวเดียว ทำให้เวลาฟังเพลง เล่นเกม หรือดูหนังดูคลิปจะได้อารมณ์มากกว่า เพราะเสียงจะแยกกันซ้าย-ขวา ทำให้แยกฝั่งได้แบบชัดเจน นอกจากนี้ A52 ยังมากับระบบเสียง Dolby Atmos เพิ่มความสมจริงให้กับคอนเทนต์ต่าง ๆ มากขึ้นไปอีก โดยระบบนี้ยังใช้ได้ทั้งกับลำโพงและหูฟังอีกต่างหาก

Galaxy A52 ใช้ลำโพงสเตอรีโอ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมแล้วจะมีมิติมากกว่า แบ่งเสียงซ้าย-ขวาชัดเจน

 

แบตเตอรี่ & ระบบชาร์จ

Galaxy A52 ให้แบตเตอรี่มาที่ 4500 mAh ส่วน Reno5 ให้มาที่ 4300 mAh โดยขนาดแบตของทั้งคู่ไม่ได้ต่างกันมากนัก สามารถใช้งานปกติได้แบบข้ามวัน ทดสอบคร่าว ๆ ด้วยการใส่ซิม เชื่อมต่อกับ WiFi ดูคลิปจาก YouTube เป็นเวลา 2 ชม. พบว่าแบตเตอรี่ของทั้งคู่ลดไปแค่ราว ๆ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

Galaxy A52 LTE / Reno5 LTE

แต่เรื่องระบบชาร์จไวอันนี้ Reno5 ชนะขาดเพราะรองรับสูงสุดถึง 50W แถมยังให้ที่ชาร์จ 65W มาในกล่องเลยด้วย ส่วน Galaxy A52 รองรับชาร์จไวสูงสุดที่ 25W และให้ที่ชาร์จแถมมาในกล่องแค่ 15W เท่านั้น

Galaxy A52 ยังเสียเปรียบกว่า Reno5 ที่ระบบชาร์จไว

ซอฟท์แวร์

สำหรับการใช้งาน UI ของมือถือแต่ละรุ่น อันนี้บอกเลยว่าอยู่ที่ความชอบส่วนตัวล้วน ๆ ซึ่ง UI ของแต่ละค่ายก็จะมีฟีเจอร์ยิบย่อยต่างกันออกไป อย่างเช่น One UI 3.1 ของ Galaxy A52 ที่มีโหมด Game tools ให้เลือกปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม, Gesture ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เช่น Life to wake เปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อยกเครื่อง, เคาะหน้าจอ 2 ครั้ง เพื่อปิด-เปิดหน้าจอ ฯลฯ

ส่วน ColorOS 11.1 ของฝั่ง OPPO ก็มีฟีเจอร์หลายอย่างที่น่าสนใจเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Gesture ใช้ 3 นิ้ว ลากจอเพื่อแคปภาพ, ลากจอเพื่อแคปภาพและเลือกแปลภาษาได้จาก Google Lens ทันที, ฟีเจอร์ OPPO Relax 2.0 เล่นเสียงธรรมชาติขับกล่อม ฯลฯ

นอกจากนี้มือถือจาก Samsung จะได้เปรียบกว่าเนื่องจากมีประกาศออกมาว่าจะมีการอัปเดตเวอร์ชั่น Android ให้ถึง 3 เวอร์ชั่น และจะอัปเดตความปลอดภัยแบบดูแลกันยาว ๆ ถึง 4 ปีเลยทีเดียว

ในขณะที่ OPPO ยังไม่มีการประกาศนโยบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอัปเดต Android และความปลอดภัยไปมากกว่าเดิม จะมีก็แค่มือถือระดับเรือธงซีรีส์ Find X3 เท่านั้น ที่จะได้รับการอัปเดตข้ามเวอร์ชั่น android 2 ปี และอัปเดตความปลอดภัยยาว 3 ปี ครับ

สเปค Samsung Galaxy A52 LTE VS OPPO Reno5

สเปคGalaxy A52 LTEOPPO Reno5
หน้าจอSuper AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว รีเฟรชเรท 90HzAMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.4 นิ้ว รีเฟรชเรท 90Hz
CPUSnapdragon 720GSnapdragon 720G
GPUAdreno 618Adreno 618
RAM8GB8GB
ความจุ128GB รองรับ microSD (hybrid)128GB รองรับ microSD (ช่องแยก)
กล้องหลัง
  • กล้องหลัก 64MP (f/1.8), กันสั่น OIS
  • กล้อง Ultra wide ความละเอียด 12MP (f/2.2
  • กล้องจับความลึก 5MP (f/2.4)
  • กล้องมาโคร 5MP (f/2.4)
  • กล้องหลัก 64MP (f/1.7)
  • กล้อง Ultrawide 8MP (f/2.2)
  • กล้อง Macro 2MP (f/2.4)
  • กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
กล้องหน้า32MP (f/2.2)44MP (f/2.4)
เซนเซอร์Fingerprint (ใต้จอ), Accelerometer, Gyro sensor, Geomagnetic sensor, Hall sensor, Light sensor, Virtual Proximity sensorFingerprint (ใต้จอ), Accelerometer, Geomagnetic, Proximity, Gravity, Gyroscope, Pedometer
การเชื่อมต่อWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.0, USB-CWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.1, USB-C
ระบบเสียงลำโพงสเตอรีโอคู่, Dolby Atmos, รูหูฟัง 3.5 มม.ลำโพงเดี่ยว, รูหูฟัง 3.5 มม.
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นIP67
แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จ4500 mAh / 25W4300 mAh / 50W
ระบบปฏิบัติการAndroid 11 ครอบด้วย One UI 3.1Android 11 ครอบด้วย ColorOS 11.1
ขนาด / น้ำหนัก5.1 x 159.9 x 8.4 มม. / 189 กรัม159.1 x 73.3 x 7.7 มม. / 171 กรัม
ราคา11,999 บาท10,990 บาท

 

Samsung Galaxy A52 5G VS OPPO Reno5 5G

ส่วนใครที่ต้องการความเร็วแบบเหนือชั้น ก็กัดฟันเพิ่มงบอีกซักหน่อย อัปเกรดขึ้นมาใช้มือถือ 5G เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต ทั้ง Galaxy A52 และ Reno5 ก็มีรุ่น 5G ให้เลือกเหมือนกัน

ดีไซน์ตัวเครื่อง

ตัวเครื่องของ Galaxy A52 5G และ Reno5 5G แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่น 4G เลย คือถ้าเครื่องสีเดียวกันเอามาวางเทียบกันก็ไม่มีทางมองออกเลยว่ารุ่นไหน 4G รุ่นไหน 5G 

 

หน้าจอ

หน้าจอของทั้งรุ่น 5G และ 4G ก็มีขนาดที่เท่ากันอีก แต่สำหรับ Galaxy A52 5G จะพิเศษกว่ารุ่นอื่นที่เอามาเทียบกัน เนื่องจากมันมีรีเฟรชเรทสูงกว่าที่ 120Hz ทำให้การเคลื่อนไหวต่าง ๆ บนหน้าจอมีความลื่นไหลกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการกินพลังงานที่มากขึ้นกว่าเล็กน้อยนั่นเองครับ

Galaxy A52 5G (ซ้าย) มีหน้าจอรีเฟรชเรทสูงกว่าที่ 120Hz

 

ประสิทธิภาพเครื่อง

Galaxy A52 5G ใช้ชิป Snapdragon 750G ที่เป็นรุ่นใหม่กว่าพึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2020 ส่วน Reno5 5G ใช้ชิป Snapdragon 765G ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2019 แต่เอาจริง ๆ ประสิทธิภาพในการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกม 3D ก็แทบไม่ต่างกันเลย สามารถใช้ได้ลื่น ๆ ได้อีกยาว ๆ ทั้งคู่

Galaxy A52 5G เล่น Genshin Impact ได้ไม่มีปัญหา

Reno5 5G ก็เล่น genshin Impact ได้เหมือนกัน

แต่สำหรับ Reno5 5G ไม่รู้ว่าทำไมถึงตัดการรองรับ microSD Card ออกไปซะนี่

Reno5 5G ตัดช่อง microSD ออกทำไมไม่รู้

 

กล้องหลัง – กล้องหน้า

เรื่องกล้องหน้าของ Galaxy A52 5G และ Reno5 5G ก็ยังคงใช้สเปคเดียวกันกับรุ่น 4G อีกเช่นกันครับ ซึ่ง Galaxy A52 5G ก็แน่นอนว่าได้เปรียบจากระบบกันสั่น OIS ที่นิ่งกว่าทำให้การถ่ายวิดีโอ รวมทั้งภาพนิ่ง ออกมาชัดเจนกว่ามือถือที่ใช้ระบบกันสั่นแบบ EIS

ตัวอย่างภาพ / วิดีโอจาก Samsung Galaxy A52 5G

ตัวอย่างภาพ / วิดีโอจาก OPPO Reno5 5G

ระบบเสียง

ระบบเสียงของรุ่น 5G ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกับรุ่น 4G อีกแล้ว โดย Galaxy A52 5G มากับลำโพงสเตอรีโอคู่พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos และรูหูฟัง 3.5 มม. ส่วน Reno5 5G มีลำโพงให้มาเพียงตัวเดียว

ลำโพงคู่ของ Galaxy A52 5G แยกเสียงเวลาเล่นเกมได้ชัดเจนว่าเสียงปืนยิงมาทางไหน

กันน้ำ กันฝุ่น

Galaxy A52 5G ได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 เหมือนรุ่นน้อง ลดความเสี่ยงจากการโดนฝน หรือน้ำหกใส่ได้ เพราะมาตรฐานดังกล่าวกันน้ำลึกได้ถึง 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที

แบตเตอรี่ & ระบบชาร์จ

ความจุแบตเตอรี่และระบบชาร์จของ Galaxy A52 4G และ 5G ก็ยังคงเท่ากันอยู่ แต่ Reno5 5G จะได้เปรียบกว่ารุ่นอื่น ๆ ด้วยระบบชาร์จไวถึง 65W แถมยังให้หัวชาร์จ 65W มาในกล่องด้วยเลย ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 100% ได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เรียกว่ารวดเร็วทันใจสุด ๆ ไปเลยจ้า

Galaxy A52 5G / Reno5 5G

สเปค Samsung Galaxy A52 5G VS OPPO Reno5 5G

สเปคGalaxy A52 5GOPPO Reno5 5G
หน้าจอSuper AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว รีเฟรชเรท 120HzAMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.4 นิ้ว รีเฟรชเรท 90Hz
CPUSnapdragon 750GSnapdragon 765G
GPUAdreno 619Adreno 620
RAM8GB8GB
ความจุ128GB รองรับ microSD (hybrid)128GB ไม่รองรับ microSD
กล้องหลัง
  • กล้องหลัก 64MP (f/1.8), กันสั่น OIS
  • กล้อง Ultra wide ความละเอียด 12MP (f/2.2
  • กล้องจับความลึก 5MP (f/2.4)
  • กล้องมาโคร 5MP (f/2.4)
  • กล้องหลัก 64MP (f/1.7)
  • กล้อง Ultrawide 8MP (f/2.2)
  • กล้อง Macro 2MP (f/2.4)
  • กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
กล้องหน้า32MP (f/2.2)44MP (f/2.4)
เซนเซอร์Fingerprint (ใต้จอ), Accelerometer, Gyro sensor, Geomagnetic sensor, Hall sensor, Light sensor, Virtual Proximity sensorFingerprint (ใต้จอ), Accelerometer, Geomagnetic, Proximity, Gravity, Gyroscope, Pedometer
การเชื่อมต่อWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.0, USB-CWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.1, USB-C
ระบบเสียงลำโพงสเตอรีโอคู่, Dolby Atmos, รูหูฟัง 3.5 มม.ลำโพงเดี่ยว, รูหูฟัง 3.5 มม.
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นIP67
แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จ4500 mAh / 25W4300 mAh / 65W
ระบบปฏิบัติการAndroid 11 ครอบด้วย One UI 3.1Android 11 ครอบด้วย ColorOS 11.1
ขนาด / น้ำหนัก5.1 x 159.9 x 8.4 มม. / 189 กรัม159.1 x 73.4 x 7.9 มม. / 172 กรัม
ราคา13,499 บาท13,990 บาท

 

สรุป

หากใครที่กำลังมองหามือถือรุ่นใหม่ที่มากับสเปคครบครัน แต่ยังไม่ได้ต้องการความเร็วของระบบ 5G ขนาดนั้น ก็บอกได้เลยว่า Galaxy A52 และ Reno5 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ซึ่งใครที่อยากได้มือถือสเปคจัดเต็มแบบไม่กั๊กทั้งกล้องดีมีกันสั่น OIS, สเปคใช้งานสบาย ๆ, กันน้ำ IP67, ลำโพงคู่ และหน้าจอ sAMOLED แต่มีราคาแค่หมื่นนิด ๆ Galaxy A52 นับว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มสุด ๆ ครับ

ส่วนใครที่ชอบมือถือกล้องหน้างาม ๆ สเปคแรงพอกัน พร้อมกับระบบชาร์จสุดไวถึง 50W และมีราคาที่ถูกกว่าอีก 1,000 บาท ก็ต้องหันมาทาง Reno5 เลยครับ

แต่สำหรับคนที่ต้องการความเร็วเน็ตแบบจัดหนักก็เพิ่มงบอีกหน่อยจัดรุ่น Galaxy A52 5G ที่นอกจากจะได้ความเร็วของระบบ 5G แล้ว ยังได้อัปเกรดหน้าจอให้ลื่นไหลขึ้นมาเป็น 120Hz อีกด้วย

และสำหรับรุ่น Reno5 5G นอกจากจะกล้องหน้าสวย ก็จะพิเศษกว่าใครด้วยระบบชาร์จสุดไวสุดแรงแบบ 65W เพิ่มเข้ามาอีก แต่ราคาก็จะแรงกว่า Galaxy A52 5G อยู่นิดหน่อยครับ

2 Comments

  1. FordRaptor

    FordRaptor Post on June 7, 2021 at 3:24 pm

    #1028134

    A52 กับ A52 5G กินขาดจริงๆ เกือบทุกด้านจริงๆ ยกเว้นความเร็วในการชาร์จ

  2. nutartworks

    nutartworks Post on June 7, 2021 at 5:12 pm

    #1028137

    รอ A7x เพราะอยากได้กล้องเทเลมากกว่ามาโคร หรือไม่ก็รอ S21FE อะไรดีอะไรมาก่อนค่อยว่ากัน

Leave a Reply

To Top