หลายๆ คนน่าจะกดจองพร้อมลงชื่อเตรียมจัด Galaxy Note 8 กันไปแล้ว บอกตามตรงว่าผมเองยังไม่ได้กด ฮ่าๆ สาเหตุนึงก็คือยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกสีไหน ดำ ทอง หรือ เทา เพราะตอนนี้ได้ลองจับเครื่องเฉพาะสีดำเท่านั้นเอง เลยไม่แน่ใจว่าสีอื่นๆ มันจะเป็นยังไง รวมถึงแอบสังเกตุจากเวบนอกที่เอาเครื่องมาเทียบกันแล้วสีมันไม่เหมือนกับ S8 ซะทีเดียว ถึงแม้จะใช้ชื่อเดียวกันก็เถอะ เลยตัดสินใจไม่ได้ซะที แล้วก็ว่าจะรอดูโปรโมชั่นในงาน Thailand Mobile Expo อีกรอบนึงด้วย (วันที่ 28 กันยายนนี้แล้ว) แต่โชคดีเมื่อวานได้เห็น Galaxy Note 8 อีกสองสีที่จะขายไทยตัวเป็นๆ แล้ว เออ สีมันต่างจาก S8 จริงๆ เลยถ่ายภาพมาให้ชมกันเผื่อใครที่ยังเลือกไม่ถูกเหมือนผม

ที่เห็นมาเป็นกล่องแบบนี้ไม่ใช่เครื่องไทยนะครับ แต่เป็นเครื่องที่วางจำหน่ายในฮ่องกง พอดีมีคนไปหิ้วมาแล้วผมไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เลยได้ลองสัมผัสตัวเป็นๆ ได้เห็นสีเต็มๆ แล้วก็รู้สึกว่าสีของ Galaxy Note 8 นั้นเป็นคนละเฉดกับ S8 / S8+ จริงๆ

หลังจากนั่ง ยืน นอน พิจารณาอยู่นานสองนาน ก็เห็นเลยว่าความเข้มของสีใน Note 8 นั้นลดลงไป พูดง่ายๆ ว่าสีดูอ่อนลงนั่นเอง

เช่นสีเทา Orchid Gray พอมันไม่เข้มมาก มันก็จะดูเป็นสีเทามากขึ้น ไม่ดูเข้มจนเป็นสีม่วงเหมือนใน S8

ส่วนสีทอง Maple Gold ก็อ่อนลงมา มีความทองเงาๆ ไม่จัดจนดูแดงหรือส้มแบบ S8

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องบ้านเราก็น่าจะมาคล้ายๆ แบบนี้ แต่หม้อแแปลง Adaptive Fast Charge น่าจะเป็นหัวปลั๊กไทย ไม่ได้เป็นหััวแบบในภาพ

หูฟัง AKG มีมาให้เหมือนเดิม ตัวเดียวกับที่แถมให้ Galaxy S8

หัวเปลีี่ยน S Pen มีมาให้ 5 หัว พร้อมเหล็กคีบสำหรับดึงปลาย S Pen

เห็นสีชัดๆ แบบนี้แล้ว ไม่รู้จะมีคนอยากเปลี่ยนสีที่จองเอาไว้ไหม หรือยังยืนยันสีเดิมกันอยู่ ส่วนตัวผมตอนนี้เริ่มเอียงๆ ไปที่สีทองนิดๆ ละ เพราะตอนสะท้อนแสงมันดูเป็นสีเงินสวยดี

 

ขอแถมอีกนิดนึง อันนี้เป็นเคส Protective Standing Cover ที่แถมมาให้สำหรับคนที่จองในรอบนี้ วันก่อนโน้นได้ไปลองของจริงมาแล้ว เลยขอแชร์ภาพมาให้ได้ชมไปพร้อมกัน

วัสดุนั้นจากที่ลองสัมผัสยังไม่แน่ใจว่าเป็นยางหรือไฟเบอร์ แต่มันหนาและแกร่งมาก หนาขนาดที่ไม่สารมารถชาร์จแบบไร้สายได้ ต้องแกะเอาเคสออกมาก่อน

พื้นที่การครอบคลุมและปกป้องตัวเครื่องถือว่าทำออกมาได้ดี ปิดมาถึงส่วนบนและล่างของตัวเครื่อง ป้องกันอันตรายจากการตกหล่นได้เลย แต่น้ำหนักที่เพิ่มเข้ามาก้ไม่ธรรมดาเหมือนกัน เพราะมันหนัก 56 กรัม

ลวดลายด้านหลังมีขาตั้งซ่อนอยู่ แงะออกมาก็สามารถตั้งมือถือดูหนัง ชม Live ได้เลย

ลองจับๆ ใช้ดูสักพัก ผมว่าคนที่ชอบเคสสไตล์อึดๆ ถึกๆ นี่คงไม่ต้องไปหาซื้อใหม่ เพราะคนที่จองกันไปจะได้เคสตัวนี้ไปเลย แถมยังการทดสอบมาแล้วระดับ MIL-STD-810G-516.7 ว่ามันอึดถึกทนจริง เพราะทั้งแน่น ยึดกับตัวเครื่องดีเยี่ยม (แกะออกยังยาก) แถมยังปกป้องมาถึงด้านหน้าจอ คือวางราบกับพื้นลงไปหน้าจอยังลอย แต่ยังไม่ได้ลอง drop test นะครับ ว่ามันทนแค่ไหน