มีรายงานล่าสุดจาก Supply Chain ระบุว่า Samsung กำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญสำหรับว่าที่สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอนาคตอย่าง Samsung Galaxy S27 Series ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2027 โดยอาจหันไปพึ่งพาแผงหน้าจอ OLED จากผู้ผลิตสัญชาติจีนอย่าง BOE การขยับตัวในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ เพราะที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy S ระดับพรีเมียม มักจะเลือกใช้หน้าจอที่ผลิตโดยบริษัทลูกอย่าง Samsung Display เป็นหลักมาโดยตลอด

ทำไม Samsung ถึงยอมเปลี่ยนใจ?

ทำไมถึงยอมพิจารณาใช้หน้าจอจากซัพพลายเออร์รายอื่น? คำตอบสั้นๆ คือ เพื่อเซฟเงินในกระเป๋าของบริษัท

มีรายงานว่า BOE ได้ยื่นข้อเสนอราคาแผงหน้าจอ OLED ที่ถูกกว่า Samsung Display ถึงประมาณ 5 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือราวๆ 170 บาท) ต่อหนึ่งยูนิต ตัวเลข 5 ดอลลาร์ฯ อาจฟังดูเหมือนไม่เยอะสำหรับผู้บริโภคทั่วไป แต่หากลองคำนวณในมุมของยอดการผลิตและจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนระดับเรือธง ที่มียอดขายหลายล้านเครื่องทั่วโลกในแต่ละปี เม็ดเงินที่ Samsung จะสามารถประหยัดไปได้นั้นจะสูงถึงหลายล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรให้กับบริษัทได้อย่างมหาศาล

มรสุมราคาชิ้นส่วนพุ่งสูง ปัจจัยบีบเค้นที่เลี่ยงไม่ได้

จังหวะเวลาในการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ของ Samsung ถือว่ามีเหตุผลรองรับทางธุรกิจที่ชัดเจน เนื่องจากในปัจจุบัน ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความกดดันอย่างหนัก จากต้นทุนส่วนประกอบภายในที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาของหน่วยความจำอย่าง DRAM ที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น การมองหาช่องทางลดต้นทุนในส่วนอื่นๆ ที่ไม่กระทบต่อการใช้งานโดยรวมอย่างรุนแรง จึงเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลเพื่อให้ราคาวางจำหน่ายของ Galaxy S27 ยังคงสามารถแข่งขันในตลาดได้

ใครได้สิทธิ์ผลิตหน้าจอ Galaxy S27 บ้าง?

แม้ว่า BOE จะก้าวเข้ามามีบทบาท แต่แหล่งข่าวระบุว่าแผนการจัดซื้อในครั้งนี้ ยังคงมีการแบ่งสัดส่วนอย่างรัดกุม ดังนี้

  • Samsung Display ยังเป็นรายหลัก : ธุรกิจหน้าจอของ Samsung จะยังคงทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาแผงหน้าจอหลัก สำหรับ Galaxy S27 ซีรีส์ส่วนใหญ่
  • BOE เป็นตัวเสริม : ยักษ์ใหญ่จากจีนรายนี้จะเข้ามาในฐานะผู้จัดหารายรอง โดยคาดว่าจะนำมาใช้ใน Galaxy S27 รุ่นมาตรฐาน เท่านั้น
  • ลดสเปควัสดุในรุ่นเริ่มต้น : มีรายงานเพิ่มเติมว่า แผงหน้าจอที่จะนำมาใช้ใน Galaxy S27 รุ่นเริ่มต้น อาจเลือกใช้ชุดวัสดุ OLED เจเนอเรชันเก่า แทนที่จะเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดเวอร์ชันล่าสุดของ Samsung Display ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งในมาตรการรัดเข็มขัด

ก่อนหน้านี้ Samsung เองก็เคยเลือกใช้หน้าจอจากค่ายอื่นอย่าง TCL CSOT ในสมาร์ทโฟนระดับกลางตระกูล Galaxy A มาบ้างแล้ว แต่ทว่านี่จะเป็นครั้งแรกๆ ที่จอจากผู้ผลิตจีนจะขยับขึ้นมาอยู่บนหน้าจอของสมาร์ทโฟนระดับท็อปอย่างตระกูล Galaxy S

ผู้บริโภคต้องกังวลเรื่องคุณภาพหน้าจอหรือไม่?

หน้าจอแสดงผลถือเป็นจุดขายและเป็นหนึ่งในไอคอนิก ที่สร้างชื่อเสียงให้กับสมาร์ทโฟนเรือธงของ Samsung มาช้านาน (จนถึงขนาดที่คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Apple ยังต้องสั่งซื้อจอจาก Samsung Display ไปใช้กับ iPhone) จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวนี้อาจทำให้ผู้ใช้งานบางส่วนตั้งคำถามว่า “มาตรฐานของหน้าจอจะดรอปลงหรือไม่?” หรือ “จอของแต่ละเครื่องจะแสดงผลต่างกันไหม?”

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้บริโภคเราอาจไม่ต้องกังวลจนเกินไป เพราะ

  1. การควบคุมมาตรฐาน : ก่อนที่ชิ้นส่วนใดๆ จะถูกนำมาประกอบ Samsung ย่อมมีเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพ (Quality Control) ที่เข้มงวด
  2. การปรับเทียบสี (Calibration ): หากระบบซอฟต์แวร์และการปรับตั้งค่าสีทำออกมาได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้งานทั่วไปแทบจะไม่สามารถแยกออกได้เลยในการใช้งานชีวิตประจำวัน

สรุปไทม์ไลน์และการเปลี่ยนแปลง

เนื่องจาก Samsung Galaxy S27 Series มีกำหนดการเปิดตัวในช่วงต้นปี 2027 ทำให้ในตอนนี้ แผนการดังกล่าวจึงยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบและเจรจา ซึ่งแผนงานเบื้องหลังนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความเหมาะสมของห่วงโซ่อุปทาน

แต่สิ่งหนึ่งที่ข่าวนี้สะท้อนให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนคือ สงครามราคาและการควบคุมต้นทุนหลังบ้านของแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกนั้น ดุเดือดและเข้มข้นขึ้นทุกวัน แม้แต่แบรนด์ที่มีเทคโนโลยีในมือตัวเองอย่าง Samsung ก็ยังต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในตลาด

ที่มา : zdnet, gizmochina