fbpx
News

Box Offices แตก.. ธุรกิจเกมส์กวาดรายได้ปี 2018 เกิน 4 หมื่นล้านเหรียญฯ ประเมินรายได้แซงธุรกิจภาพยนตร์ไปเรียบร้อยแล้ว

จากการประเมินรายได้ปี 2018 ของอุตสาหกรรม Video Games โดย The Entertainment Software Association ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าธุรกิจเกมส์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 18% เมื่อเทียบกับรายได้ของปี 2017 ถึงขนาดถูกคาดการณ์ไว้ว่ากำลังจะแซงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ประเมินจากการขายตั๋วผ่าน Box Offices ทั่วโลกเลยทีเดียว

จากรายงานของเว็บไซต์ Deadline Hollywood รายได้ที่ถูกประเมินเอาไว้เบื้องต้นสำหรับยอดขายตั๋วหนังจาก Box Offices ทั่วโลกของสิ้นปี 2018 น่าจะอยู่ที่ราวๆ $41.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.32 ล้านล้านบาทไทย) ในขณะที่รายได้จากธุรกิจเกมส์นั้นแซงไปอยู่ที่ระดับ $43.3 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 1.39 ล้านล้านบาท) เป็นที่เรียบร้อยโดยมีอัตราการเติบโตแบบสุดก้าวกระโดดอยู่ที่ 18% เมื่อเทียบกับปี 2017 นับเป็นข้อยืนยันชั้นดีว่า “เกมส์ได้กลายเป็นความบันเทิงกระแสหลักสำหรับคนทุกเพศทุกวัยในยุคนี้อย่างแท้จริง”

รายได้ของธุรกิจเกมส์

นอกจากนั้นแล้วหากเทียบกับอีกธุรกิจที่กำลังมาแรงอย่างบริการมัลติมีเดียแบบ OTT (over-the-top) หรือ Streaming อย่าง Netflix นั้นมีภาพรวมของรายได้อยู่ที่ $28.8 พันล้านเหรียญสำหรับปี 2018 โดยทาง CEO ของ Netflix กล่าวถึงอุตสาหกรรมของตนเองและเกมส์ไว้ได้อย่างน่าสนใจ

เราคิดว่าเรากำลังแข่งกับแบรนด์อย่าง Fortnite ซึ่งน่ากลัวมากกว่า Game of Thrones ของ HBO เสียอีก
– Reed Hastings | CEO ของ Netflix

ธุรกิจเกมส์

สำหรับรายได้ของธุรกิจวิดีโอเกมส์ข้างต้นนั้นมาจากหลายช่องทางสุดฮิตทั้งหลายเช่น Game Console, PC, Mobile Gaming มีส่วนแบ่งรายได้และอัตราการเติบโตนั้นมาจากทุกๆช่องทางรวมกัน อีกเหตุหนึ่งของการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจเกมส์นี้ คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีที่มาจากวิธีการสร้างรูปแบบของรายได้ที่หลากหลายขึ้นเช่นระบบโฆษณา หรือไม่ก็ Subscription (ชนิดที่ทุกวันนี้มานั่งโหลดบิต โหลดกูเกิ้ลแล้วตามแก้แคร็กยากขึ้นมากจริงๆ ต่อให้ทำได้ก็ไม่สามารถได้รับประสบการณ์การเล่นเช่นเดียวกับเพื่อนๆ เผลอๆจะเล่นกับเขาไม่ได้ออฟไลน์อย่างเดียวโลด 😆 ) บวกกับตัวเกมส์ในยุคปัจจุบันเองที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ผู้เล่นแทบจะหลุดเข้าไปอยู่ในตัวเกมส์ได้อยู่แล้วนั่นเอง ถือว่าน่าสนใจอย่างมากสำหรับเทรนด์ของธุรกิจเกมส์กับปี 2019 ว่าจะมีทิศทางอย่างไรต่อไป

 

ที่มา: TechCrunch

Leave a Reply

To Top