ในช่วงขวบปีที่ผ่านมา หลายคนที่ติดตามข่าวคอมพิวเตอร์น่าจะเห็นกันแล้วว่าราคา RAM และ SSD ปรับตัวสูงขึ้นมากขนาดไหน แน่นอนว่าราคาชิ้นส่วนที่แพงขึ้นย่อมทำให้หลายคนต้องคิดหนักว่าจะอัปเกรดคอมพิวเตอร์หรือซื้อเครื่องใหม่ดีหรือไม่ ซึ่งตัวเลขล่าสุดก็สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้กำลังส่งผลกระทบต่อตลาด PC ทั่วโลกอย่างชัดเจน

จากรายงานของ Omdia พบว่าในไตรมาส 3 ปี 2026 ยอดส่งมอบคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ทั้ง Desktop, Notebook และ Workstation ลดลงถึง 21.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือเพียง 58.1 ล้านเครื่อง ขณะที่ Counterpoint Research รายงานตัวเลขใกล้เคียงกันที่ประมาณ 57 ล้านเครื่อง หรือลดลงราว 21%

หนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากต้นทุน RAM และ SSD ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Omdia ระบุว่าเดิมทีชิ้นส่วนทั้งสองประเภทคิดเป็นประมาณ 15% ของต้นทุน PC ทั้งเครื่อง แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 40% แล้ว เนื่องจากผู้ผลิตหน่วยความจำหันไปให้ความสำคัญกับตลาด AI Server และ Data Center มากขึ้น ส่งผลให้ RAM และ SSD สำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไปมีราคาแพงตามไปด้วย

แม้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หลายรายจะพยายามปรับราคาขายขึ้นมาหลายรอบ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด โดยเฉพาะโน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดที่มีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ ทำให้ผู้ผลิตต้องควบคุมต้นทุนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดตัวเลือกสเปก ลดโปรโมชัน หรืออาจทำให้โน้ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นยังคงมาพร้อม RAM 8GB และ SSD 256GB เพื่อไม่ให้ราคาขายสูงเกินไป

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องสินค้าค้างสต็อกเข้ามาซ้ำเติม เพราะในช่วงครึ่งปีแรก ผู้ผลิตและร้านค้าหลายแห่งเร่งสั่งซื้อสินค้าเข้ามาเก็บไว้ก่อนที่ต้นทุนจะปรับเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 ความต้องการซื้อกลับชะลอตัวลง ทำให้มีสินค้าค้างอยู่ในตลาดจำนวนมาก ขณะที่ราคาขายก็สูงขึ้นจนผู้บริโภคหลายคนเลือกเลื่อนการซื้อออกไปก่อน

สำหรับยอดส่งมอบแยกตามแบรนด์ Lenovo ยังคงครองอันดับหนึ่งของโลกด้วยยอดประมาณ 14.9 ล้านเครื่อง ตามด้วย HP ที่ 10.3 ล้านเครื่อง และ Dell ที่ 7.6 ล้านเครื่อง โดย HP เป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ มียอดส่งมอบลดลงถึง 31% ขณะที่ Dell ลดลงประมาณ 25% ส่วน Apple และ ASUS ได้รับผลกระทบน้อยกว่า โดยลดลงประมาณ 11% และ 7% ตามลำดับ

ที่น่ากังวลคือสถานการณ์อาจยังไม่ดีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เพราะ TrendForce คาดการณ์ว่าราคา DRAM ในไตรมาส 4 ปี 2026 จะปรับเพิ่มขึ้นอีก 10-15% ส่วน NAND Flash ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่ใช้ผลิต SSD อาจเพิ่มขึ้นอีก 15-20% ทำให้ต้นทุนการผลิตคอมพิวเตอร์ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน Omdia ประเมินว่ายอดส่งมอบ PC ทั่วโลกในไตรมาส 4 อาจลดลงอีก 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน Counterpoint Research คาดว่าอาจลดลงถึง 27% และปัญหานี้อาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงปี 2027 หากราคาหน่วยความจำยังไม่คลี่คลาย

เรียกได้ว่าตลาดคอมพิวเตอร์ตอนนี้กำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาคอมพิวเตอร์ที่แพงตาม และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว ซึ่งไม่เพียงกระทบผู้ผลิตเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อคนที่กำลังวางแผนประกอบคอมหรือซื้อโน้ตบุ๊คเครื่องใหม่ด้วย

ที่มา : Omdia, Counterpoint Research, TrendForce