มือถือที่เป็น Talk of the town มีการพูดถึงมากที่สุดรุ่นหนึ่งในช่วงนี้คือ Google Pixel 2 และ Pixel 2 XL เรือธงตัวล่าสุดที่มาพร้อมกล้องอันดับหนึ่งของโลก หลังจาก เปิดตัว และส่งเครื่องถึงมือผู้ใช้แล้ว ก็เริ่มมีรายงานปัญหาเรื่องหน้าจอของรุ่นใหญ่ Pixel 2 XL ทั้งเรื่องหน้าจออมฟ้าและหน้าจอเบิร์นหลังใช้งานไม่กี่อาทิตย์ ล่าสุด Google ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุและวิธีการแก้ปัญหาที่ทาง Google จะทำหลังจากนี้แล้วครับ

โหมดแสดงผลใหม่ที่ชื่อว่า “Saturated”

ปัญหาเรื่องแรกที่ Pixel 2 XL โดนผู้ใช้หลายคนล้งเล้งคือ หน้าจอสีค่อนข้างจืดชืดมาก แท้จริงแล้ว Google ได้ทำการจูนสีของหน้าจอหรือที่เรียกว่า Calibrate สีให้เป็นไปตามมาตรฐาน DCI-P3 ที่ต้องการให้มีการแสดงสีแม่นยำตรงกับสีของจริงมากที่สุด ในขณะที่หน้าจอมือถือส่วนใหญ่ในปัจจุบันเลือกจูนสีให้สดมากกว่าปกติเพื่อความสวยงามในการมองมากกว่า ตรงนี้ที่จริง Pixel 2 XL ก็มีโหมด “Vivid” มาให้เลือกปรับได้อยู่แล้ว ซึ่งในโหมดนี้สีหน้าจอจะสดขึ้นประมาณ 10% แต่สำหรับคนใช้แล้วรู้สึกว่า “มันต่างกันน้อยมาก” ประมาณว่าปรับไปใช้แล้วก็ยังสดไม่พอ

ดังนั้นในส่วนนี้ Google จะออกอัพเดตมาเพื่อเพิ่ม โหมด “Saturated” เป็นโหมดการแสดงผลใหม่สำหรับ Pixel 2 XL และ Pixel 2 ที่จะให้สีสันสดใสมากกว่าเดิมอีก แต่ Google ไม่ระบุชัดเจนว่าสดขึ้นกี่เปอร์เซ้นต์ บอกแต่เพียงว่า สีสันจะใกล้เคียงกับหน้าจอของ Pixel รุ่นแรก นั่นเองครับ

Pixel-2-21-800x600

พยายามที่จะลดปัญหาหน้าจอเบิร์น

ปัญหาใหญ่อีกเรื่องที่ผู้ใช้หลายคนเจอใน Pixel 2 XL คือ “หน้าจอเบิร์นเร็วมาก” โดยมีผู้ใช้หลายรายแจ้งปัญหานี้หลังใช้งานมือถือไปได้เพียง 2 อาทิตย์เท่านั้น ซึ่งทาง Google ก็ออกมารับทราบปัญหาไปแล้วและกำลังทำการหาสาเหตุอย่างหนักหน่วง แต่อย่างที่เรารู้กัน ปัญหานี้เป็นเรื่องของ hardware โดยตรง จึงไม่สามารถแก้ไขด้วยซอฟต์แวร์ได้ 100%

pixel-screen-burn-in

อาการจอเบิร์น (Screen หรือ Display Burn-in) คืออาการที่เกิดขึ้นบนหน้าจอที่มีมาตั้งแต่สมัยทีวีจอแก้วแบบที่ใช้หลอดภาพมาจนถึงจอ LCD, LED, AMOLED ฯลฯ ในปัจจุบัน โดยอาการ จอเบิร์น คือหน้าจอจะมีเงารางๆ ของภาพ หรือตัวอักษร ปรากฎอยู่บนจอและไม่ยอมหายไปไหน ไม่ว่าจะปิดแล้วเปิดใหม่ หรือแม้แต่รีเซ็ทเครื่องก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี

Google ออกมาชี้แจงส่วนนี้ว่า หน้าจอประเภท OLED ทั้งหมดจะเกิดอาการเบิร์นหรือมีเงาภาพติดค้างอยู่แล้วตามอายุการใช้งาน แต่คำถามคือมันเกินขึ้นเร็วแค่ไหน? และมันดูแย่แค่ไหน? ต่างหาก Google แถลงว่า

“จากการทดสอบหน้าจอ Pixel 2 XL นั้น เราพบว่ามันมีอัตราการเสื่อมไปจากการใช้งานเทียบเท่ากับมือถือรุ่นพรีเมียมอื่นๆที่ใช้หน้าจอ OLED เหมือนกัน ความแตกต่างเรื่องอายุการใช้งานของหน้าจอไม่ควรกระทบกับประสบการณ์ใช้งานผู้ใช้ เพราะมันไม่สามารถมองเห็นได้ในการใช้งานปกติ”

อย่างไรก็ตามตอนนี้ Google พยายามจะบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการปรับซอฟต์แวร์ ได้แก่

  • การซ่อนแถบ Navigation bar ด้านล่างหลังไม่ใช้งานสักพัก
  • การปรับลดความสว่างของหน้าจอลง 50nit ซึ่ง Google บอกว่าตาคนเราแยกไม่ออก
  • Google จะทำงานกับนักพัฒนา app ให้เลือกใช้งาน Navigation bar ที่เป็นสีขาวแทนสีดำ เพื่อลดอัตราการเบิร์นให้น้อยลง

ดูแล้วก็เห็นความพยายามของ Google ที่จะแก้ปัญหาในส่วนที่ตัวเองทำได้นะครับ ดีกว่าเงียบไม่ทำอะไร แล้วบอกว่าเป็นปัญหาจากผู้ใช้เอง

 

ปัญหาหน้าจออมฟ้า (Blue tint)

ปัญหาอีกอย่างคือเรื่อง หน้าจออมฟ้า (Blue tint) โดยจะเห็นสีฟ้าชัดเจนตอนที่มองจากด้านข้างหรือบางมุมของหน้าจอ Google ชี้แจงเรื่องนี้ว่า

“เราต้องการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง หน้าจออมฟ้า ที่ลูกค้าหลายคนแจ้งเข้ามา อาการอมฟ้าหน่อยๆนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของหน้าจอแสดงผลที่มองเห็นได้ถ้าเราเอียงหน้าจอมากๆ หน้าจอแสดงผลทุกตัวมีความอ่อนไหวต่อเรื่องสีเพี้ยนไปทางใดทางหนึ่งเมื่อมองจากมุมที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เนื่องมาจากการเว้นช่องไฟของ Pixel บนหน้าจอ เหมือนกับเราที่เลือกแสดงสีโทนเย็นแบบที่ผู้ใช้หลายๆคนชอบและเลือกออกแบบให้สีออกไปทางสีฟ้า”

Play video

 

ขยายเวลารับประกันเพื่อความสบายใจ

หลังจากได้รับเสียงวิจารณ์จากหลายส่วน Google จึงตัดสินใจขยายเวลารับประกันของ Pixel 2 และ Pixel 2 XL จากปกติ 1 ปีขยายออกเป็น 2 ปีเลย เพื่อความสบายใจของลูกค้าที่ซื้อมือถือทั้งสองรุ่นไปใช้งาน

 

และนี่คือทั้งหมดที่ Google ออกมาชี้แจงและเสนอทางแก้ไขในส่วนที่ตัวเองทำได้เกี่ยวกับเรื่องหน้าจอแสดงผลของ Pixel 2 XL มือถือที่มีคนพูดถึงมากที่สุดรุ่นหนึ่งในขณะนี้ สำหรับท่านผู้อ่านคิดเห็นว่าอย่างไร ลองมาแชร์กันได้ครับ สำหรับคนที่ต้องการอ่านต้นฉบับเต็มๆจาก Google ส่วนเข้าไป link ด้านล่างได้เลยครับ

ที่มา: Google ผ่าน Android Central