ทำเอางง เมื่อมหากาพย์การฟ้องร้องอันยาวนานระหว่าง Google และ Epic Games (ผู้สร้างเกม Fortnite) จบลงด้วย ดีลลับ มูลค่ามหาศาลกว่า 800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากคู่แค้นในชั้นศาล กลายมาเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วคนจ่ายเงินดันเป็นโจทก์ที่เคยยื่นฟ้องอีก ไปดูกันจะมีที่มาที่ไปยังไง

จุดเริ่มต้น: จากคดีผูกขาดสู่การจับมือกัน

ย้อนกลับไปหลายปี Epic Games ได้ฟ้อง Google ในข้อหาผูกขาดทางการค้าบน Play Store จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายประกาศ “ยอมความ” กันได้สำเร็จ แต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้คือ “เงื่อนไข” เบื้องหลัง จนกระทั่งผู้พิพากษา James Donato ได้เปิดเผยรายละเอียดบางส่วนในศาลเมื่อไม่นานมานี้

รายละเอียดดีลลับมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์

ข้อมูลจากสำนักข่าว The Verge ระบุว่า ข้อตกลงนี้ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินค่าเสียหายธรรมดา แต่เป็น “ความร่วมมือทางธุรกิจระยะยาว 6 ปี” โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  • Epic จ่ายให้ Google : แม้ Epic จะเป็นคนฟ้อง แต่ในดีลนี้ Epic ตกลงที่จะจ่ายเงินให้ Google รวม 800 ล้านดอลลาร์ตลอด 6 ปี ข้างหน้า เพื่อซื้อ “บริการบางอย่าง” จาก Google ซึ่งยังไม่เปิดเผยแน่ชัด
  • แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี (Unreal Engine) : Google จะเข้าถึงและใช้เทคโนโลยี Unreal Engine ของ Epic อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Google เอง (อาจรวมถึง AI และเทคโนโลยีภาพ)
  • การตลาดร่วมกัน : Epic จะเข้ามาช่วย Google ในการทำการตลาดให้กับระบบปฏิบัติการ Android และ Google ก็จะใช้เทคโนโลยีของ Epic เป็นแกนหลักในบางโปรเจกต์
  • เป้าหมายคือ Metaverse : Tim Sweeney (CEO ของ Epic) แย้มว่าดีลนี้เกี่ยวข้องกับการสร้าง “Metaverse” ซึ่งทั้งสองบริษัทจะแยกกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตน แต่จะมีการเชื่อมโยงและทำงานร่วมกัน
  • ในข้อตกลงนี้ Google ยอมลดค่าธรรมเนียมมาตรฐาน (Commission) ในการทำธุรกรรมบนสโตร์ลงเหลือ 20% หรือ 9% (จากเดิมที่สูงถึง 30%) ขึ้นอยู่กับประเภทของรายการ ซึ่งถือเป็นการถอยก้าวสำคัญของ Google แต่ผู้พิพากษามองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจยังไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์เรื่องการผูกขาดในระดับโครงสร้าง

ทำไม Google และ Epic ถึงยอมจับมือกัน?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ทำไม?” เพราะด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวตลอดมาของ Epic ที่ยืนฝั่งต้านการผูกขาด ไม่น่าจะจบลงง่ายๆ เช่นนี้

สำหรับ Google การได้ Unreal Engine มาครองจะช่วยให้ Google แข็งแกร่งขึ้นในสมรภูมิเกมและกราฟิก 3D รวมถึงการฝึกฝน AI ที่ต้องการสภาพแวดล้อมจำลองที่สมจริง

สำหรับ Epic แม้จะต้องจ่ายเงิน แต่ Epic จะได้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงระบบ Android ในระดับที่ลึกขึ้น ซึ่งช่วยให้ Fortnite และ Store ของตัวเองเติบโตได้ง่ายกว่าเดิมบนแพลตฟอร์มนี้ แต่ Tim Sweeney ยืนยันว่า Epic Games Store จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษ ใดๆ เหนือคู่แข่งในระบบ Android ซึ่งคำกล่าวนี้สร้างความสงสัยให้กับเหล่านักวิเคราะห์ว่า ถ้าไม่มีสิทธิพิเศษ แล้ว Epic จะยอมจ่ายเงินมหาศาลขนาดนี้ไปเพื่ออะไร?

ดีลนี้ “ฮั้ว” กันหรือไม่?

ผู้พิพากษา James Donato แสดงความกังวลว่า ข้อตกลงลับนี้อาจทำให้ Epic ลดระดับความรุนแรงในการเรียกร้องเพื่อผู้บริโภคลง เพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัว ทั้งที่ Epic เคยต่อต้านการผูกขาด กลับเลือกที่จะเซ็นสัญญาธุรกิจกับคู่กรณีเสียเอง

ถึงกับเอ่ยปากในศาลว่า “ศัตรูคู่อาฆาตที่ฟาดฟันกันอย่างหนักในห้องพิจารณาคดีมานานหลายปี จู่ๆ ก็กลายมาเป็นเพื่อนรักกันซะอย่างนั้น”

อย่างไรก็ตาม ทาง Epic ยืนยันว่านี่คือ ธุรกิจใหม่ ที่จะส่งผลดีต่อวงการเทคโนโลยีในระยะยาว ต้องติดตามกันต่อไปว่า ผลิตภัณฑ์แรกที่เกิดจากความร่วมมือนี้จะเป็นอะไร

ที่มา : theverge