เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Google โดนยื่นฟ้องร้องแบบกลุ่มต่อศาลรัฐบาลกลางแซนโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นจำนวนเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยกว่า 1.58 แสนล้านบาท ฐานละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้กว่าล้านรายในกรณีแอบติดตามข้อมูลผู้ใช้บนเว็บเบราว์เซอร์แม้ว่าผู้ใช้จะอยู่ในโหมดไม่ระบุตัวตน (incognito) ก็ตาม

บริษัทกฎหมาย Boies Schiller & Flexner เป็นตัวแทนของโจทก์ทั้ง 3 ราย ได้แก่ Chasom Brown, Maria Nguyen และ William Byatt ในการยื่นคำฟ้องดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อศาลรัฐบาลกลางแซนโฮเซ ซึ่งจากรายงานของ Reuters เมื่อวานนี้ (3 มิถุนายน 2020) กล่าวว่า Google ได้เก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้ผ่านทาง Google Analytics, Google Ad Manager, แอปพลิเคชันอื่น ๆ และรวมไปถึงส่วนขยายของเว็บไซต์ โดยไม่คำนึงว่าผู้ใช้จะคลิกเข้าชมโฆษณาที่สนับสนุน Google หรือไม่ก็ตาม

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ Google เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ เพื่อน งานอดิเรก อาหารโปรด และพฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้ใช้งาน ไม่เว้นแม้กระทั่งสิ่งที่เป็นส่วนตัวและอาจน่าอาย ซึ่งพวกเขาค้นหาทางออนไลน์นั่นเอง

ในคำฟ้องร้องยังระบุอีกว่า Google ไม่สามารถมีส่วนร่วมในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นความลับ และไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้งานชาวอเมริกันแทบทุกคนด้วยคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์และผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้จาก Google อาจมีจำนวนมากถึงกว่าล้านคน ที่มีการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2016 โดยใช้ “โหมดไม่ระบุตัวตน” ของ Google โดยโจทก์ทั้ง 3 รายได้เรียกร้องค่าเสียหายต่อ Google เป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์สำหรับผู้ใช้งานแต่ละรายที่ถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ตามกฎหมายการดักฟังโทรศัพท์ของรัฐบาลกลางและกฎหมายสิทธิส่วนบุคคลของรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

ในขณะที่ Jose Castaneda โฆษกของ Google ปฏิเสธข้อกล่าวหาในคำฟ้องร้องดังกล่าว โดยเขาบอกว่า “เราได้แจ้งอย่างชัดเจนในทุกครั้งที่คุณเปิดแท็บไม่ระบุตัวตนแท็บใหม่ขึ้นมาว่า เว็บไซต์จะยังสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการท่องเว็บเบราว์เซอร์ของคุณได้” อย่างไรแล้ว ก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่าคดีการฟ้องร้องครั้งนี้จะลงเอยเช่นไร

 

ที่มา : 9to5Google จาก Reuters