fbpx
News

บริการสตรีมเกม Google Stadia เตรียมเปิดให้บริการ พ.ย. นี้ ในอเมริกาและยุโรป ค่าบริการเดือนละราวๆ 300 บาท

หลังจากที่ Google ได้เปิดตัวบริการสตรีมเกม Stadia (สเตเดีย) ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็ทำเอาคอเกมหลายๆ คนเกิดความสนใจขึ้นมาทันที เพราะมันเป็นบริการที่จะทำให้เราสามารถเล่นเกมระดับ AAA ได้โดยไม่ต้องซื้อคอมแรงๆ หรือเครื่องเกมมาใช้เองเลย แค่มีคอมหรือมือถือเชื่อมต่อกับเน็ตความเร็ว 10 – 30 Mbps ก็สามารถเล่นได้ลื่นแล้ว ส่วนรายละเอียดอื่นๆ รวมถึงค่าบริการจะเป็นยังไงบ้าง.. มาดูกันเลย

Google Stadia คืออะไร?

สำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจว่า Google Stadia คือบริการรูปแบบไหน และน่าใช้ยังไง.. ถ้าจะพูดง่ายๆ Stadia ก็จะคล้ายๆ กับเราไปเช่าคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมคอนโซลสุดแรงจาก Google แบบรายเดือนเพื่อเล่นเกมนั่นแหละ แต่เครื่องเกมดังกล่าวจะไม่ได้มาเป็นตัวเครื่องให้เราเสียบไฟ+ต่อเข้าจอหรอกนะ แต่มันจะใช้การสตรีม หรือถ่ายทอดสดภาพเกมแบบ Real-time มาที่หน้าจอของคอมพิวเตอร์, มือถือ, แทบเล็ต หรือ TV ที่เชื่อมกับ Chromecast ของเราเอง และเราก็จะสามารถเล่นเกมดังกล่าวได้แบบลื่นๆ แม้ว่าคอม หรือมือถือเราจะสเปคต่ำต้อยแค่ไหนก็ตาม (เพราะการเล่นเกมผ่าน Stadia ไม่ได้ใช้ฮาร์ดแวร์จากเครื่องของเราเอง)

มีเครื่องอะไรก็เล่นได้

ต้องใช้เน็ตความเร็วเท่าไหร่ถึงจะเล่นได้ลื่นๆ

Stadia รองรับการแสดงผลสูงสุดได้ที่ระดับ 4K 60fps รวมถึงระบบเสียงก็ยังได้ตั้งแต่สเตอรีโอไปจนถึง 5.1 Surround เลยทีเดียว โดยความเร็วเน็ตที่ Google แนะนำเอาไว้ขั้นต่ำอยู่ที่ 10 Mbps จะเล่นเกมได้ที่ 720p 60fps ส่วนสูงสุดแนะนำไว้ที่ 30 – 35 Mbps เพื่อให้ได้ภาพระดับ 4K HDR 60fps พร้อมระบบเสียง 5.1

เน็ตแค่ 10 Mbps ก็เล่นเกมได้ลื่นๆ ในระดับ HD

ค่าบริการของ Stadia

ในตอนนี้เท่าที่ Google ประกาศแพ็คเกจออกมาก็จะมี Stadia Pro มีค่าบริการรายเดือนในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 312 บาท) ในแพ็คเกจจะมีเกมเก่าๆ ทั้งเกม PC และคอนโซลให้เลือกเล่นได้แบบฟรีๆ แถมยังรองรับการแสดงผลสูงสุดได้ในระดับ 4K 60fps แบบลื่นๆ ส่วนเกมใหม่ๆ ถ้าอยากเล่นก็ต้องเสียเงินซื้อเพิ่มกันเอง ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเกมที่ซื้อผ่าน Stadia จะมีราคาเท่ากันหรือถูกกว่าร้านเกมออนไลน์อย่าง Steam รึเปล่า

ส่วนแพ็คเกจอีกแบบก็คือ Stadia Founder’s Edition ราคา 129 ดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 4,040 บาท) ในแพ็คเกจจะรวมค่าบริการ Stadia Pro เป็นเวลา 3 เดือน, Chromecast Ultra, คอนโทรลเลอร์ Goole Stadia สี Night Blue (Limited Edition), เกม Destiny 2, Buddy Passcode หรือรหัสสำหรับเข้าเล่น Stadia Pro เป็นเวลา 3 เดือน อีก 1 บัญชี และยังได้สิทธิ์ในการตั้งชื่อบัญชีตัวเองก่อนผู้ใช้งานแบบปกติอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีรายงานออกมาด้วยว่าในปี 2020 จะมี Stadia แบบเล่นฟรีตามมา โดยจะล็อคการแสดงผลเอาไว้ที่ 1080p 30fps และให้ซื้อเกมเล่นเอาเอง ซึ่งยังไม่รู้ว่าการเล่นฟรีแบบนี้ตัวเกมที่เราต้องซื้อจะมีราคาที่แพงกว่าแบบเสียรายเดือนรึเปล่า หรืออาจจะใช้การโฆษณาเข้ามาแทนค่าบริการรายเดือนก็ได้

 

Stadia จะเริ่มเปิดให้บริการเมื่อไหร่ และประเทศอะไรบ้าง?

Google จะเริ่มเปิดให้บริการ Stadia ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2019 นี้ ส่วนกลุ่มประเทศแรกที่จะได้ใช้บริการกันก่อนก็คือ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อังกฤษ, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, ฟินแลนด์, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, สเปน, สวีเดน, เยอรมนี, ไอร์แลนด์ และเดนมาร์ก (ส่วนบ้านเราถ้ามีข้อมูลแล้วจะรีบมาบอกทันทีเลย เพราะว่าสนใจมากๆ เหมือน 555)

รายชื่อเกมใหม่ที่พร้อมให้เล่นตั้งแต่เปิดบริการ

รายชื่อเกมใหม่ๆ ที่มารอต่อคิวเตรียมให้ซื้อเล่นได้เลย เมื่อเปิดบริการในเดือนพฤศจิกายน 2019

  • Assassin’s Creed Odyssey
  • Baldur’s Gate 3
  • Borderlands 3
  • The Crew 2
  • Darksiders Genesis
  • Destiny 2
  • Dragon Ball Xenoverse 2
  • Doom 2016
  • Doom Eternal
  • The Elder Scrolls Online
  • Farming Simulator 19
  • Final Fantasy XV
  • Football Manager
  • Get Packed (by developer Coatsink)
  • GRID
  • Gylt (by developer Tequila Works)
  • Just Dance
  • Metro Exodus
  • Mortal Kombat 11
  • NBA 2K
  • Power Rangers: Battle for the Grid
  • Rage 2
  • Samurai Shodown
  • Tom Clancy’s The Division 2
  • Tom Clancy’s Ghost Recon Breakpoint
  • Tomb Raider Definitive Edition
  • Trials Rising
  • Rise of the Tomb Raider
  • Shadow of the Tomb Raider
  • Wolfenstein: Youngblood

คิดว่าถ้า Google Stadia ใช้งานได้ดีจริงๆ คาดว่าในอนาคตอุปกรณ์จำพวก Gaming Notebook หรือ Gaming PC ที่มีราคาแพงๆ อาจจะเริ่มหมดความนิยมลงไปเลยล่ะ เพราะบริการแบบ Stadia ไม่จำเป็นต้องอัพเกรดฮาร์ดแวร์เลย จ่ายรายเดือนแค่ 300 กว่าบาท ตกปีนึงก็แค่ 3,000 – 4,000 บาทเท่านั้น เทียบกับการซื้อ Gaming Notebook เครื่องแรงๆ หรือประกอบคอมมาในราคาหลายหมื่นหรือเหยียบแสน แต่ใช้ได้แค่ 3 – 4 ปี ก็ตกรุ่นต้องอัพเกรดหรือซื้อใหม่

ที่เหลือก็ต้องรอดูกันว่า Google Stadia จะสามารถรองรับการใช้งานจากเหล่าลูกค้าหลายๆ คนได้ดีแค่ไหน เพราะตอนเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการเปิดให้สื่อได้ลองเล่นก็พบว่ามันเล่นได้ลื่นจริงๆ แต่ยังเป็นแค่การให้ทดลองเล่นด้วยผู้เล่นแค่ไม่กี่คนเท่านั้น.. ถ้าเปิดให้เริ่มใช้งานจริงแล้วมีผู้เล่นเป็นแสนเป็นล้านคนใช้งานพร้อมๆ กันในครั้งเดียวกันขึ้นมาจะยังลื่นอยู่รึเปล่า? อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป

 

ที่มา : Androidauthority, MSPoweruser

4 Comments

  1. Avatar

    devilshop Post on June 7, 2019 at 2:24 pm

    #1008652

    ยาวไปครับ 🙂 🙂

  2. Pegasus7th

    Pegasus7th Post on June 7, 2019 at 7:43 pm

    #1008656

    รู้สึกไม่ค่อยชอบแนวคิด Stream เกมเลยครับ รู้สึกเปลืองพลังงานหลายต่อ
    ผมชอบแนวร้านเกมแบบสมัยก่อนมากกว่านะ ดูมีสังคมดี

    • Xyanyde

      Xyanyde Post on June 7, 2019 at 8:41 pm

      #1008658

      ถ้าพูดเรื่องสังคมนี่ผมคิดถึงเกมสมัยก่อนที่ได้นั่งเล่นกะเพื่อนบน tv เครื่องเดียวกัน เดี๋ยวนี้หายากมาก…มีแต่เกมคอนโซลแบบออนไลน์ต้องนั่งเล่นบ้านใครบ้านมัน

    • iristoh

      iristoh Post on June 7, 2019 at 10:20 pm

      #1008659

      ในแง่ความสะดวก  ข้อดีคือเอาเกม AAA ติดตัวไปเล่นที่ไหนก็ได้ในโลก
      ขอแค่มีเน็ตที่แรงพอ  ไม่ต้องอุ้มคอนโซลไปด้วย

      แต่ในแง่การมีปฏิสัมพันธกับคนจริงๆ ก็มีน้อยลงๆ ตามยุคสมัย
      สมัยก่อนต่อให้มีเครื่องเกมที่บ้าน นี่ยิ่งกลายเป็นตัวดูดเพื่อนมาบ้านเลย
      สมัยนี้ลูกๆเพื่อน พี่น้องไม่คุยกัน มีเวลาว่างปุ๊บก็แยกกันคนละมุมเล่นมือถือทั้งวัน

      อีกจุดคือความตื่นเต้นเวลาแกะตลับเกมที่เพิ่งซื้อมา ได้จับต้องเครื่องคอนโซล 
      หรือความสนุกในการเก็บเงินแมตชิ่งชิ้นส่วน ประกอบคอมพิวเตอร์
      มันหายไปหมด

Leave a Reply

To Top