fbpx
Editorial

[Tips] เลือกซื้อเคสผ่าน ebay และ Aliexpress ราคาสุดคุ้มและแบบให้เลือกเพียบ พร้อมวิธีจ่ายเงินให้ประหยัดกว่าเดิม

เคยไหม ? ซื้อมือถือมาแล้วแต่ไม่รู้จะหา“เคสมือถือ” ที่ไหนดี ปัญหาเหล่านี้บอกเลยว่าเรื่องน่าปวดหัวมากสำหรับคนซื้อมือถือรุ่นไม่เป็นที่นิยมนัก โดยเฉพาะเครื่องหิ้วนี่แทบไม่ต้องพูดถึง เดินห้างจะหาซื้อก็ยาก แบบที่ต้องการก็ไม่มี ซื้อร้านออนไลน์ในประเทศก็มีรุ่นของเราอย่างจำกัดเหลือเกิน วันนี้เราเลยจะมาแนะนำวิธีการซื้อผ่าน ebay และAliexpress แหล่งซื้อขายขนาดใหญ่พร้อมวิธีจ่ายเงินแบบประหยัด ๆ กัน

ซื้อผ่าน ebay

ebay คือ เว็บไซต์ ซื้อ-ขาย-ประมูล สินค้าต่างๆ จากทั่วโลก จริงๆ แล้วมีสินค้าแทบทุกชนิด แบบไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ซึ่งถือเป็นเว็บขายของออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้

วิธีการซื้อของจาก ebay

  • ก่อนอื่นต้องสมัครสมาชิก ebay ก่อน แล้วล็อคอินเข้าไปตามปกติ
  • ในช่องค้นหาด้านบน พิมพ์ชื่อรุ่นมือที่เราต้องการ ต่อด้วยคำว่า Cover หรือ Case
  • เลือก Buy It Now เพื่อคัดกรองตัดพวกสินค้าประมูลออกไป ดูได้จากรูปด้านล่าง

  • ต่อมาเมื่อเราได้เคสที่ต้องการแล้วกดเข้าไป แล้วทำการ เลือกสี รุ่น จำนวน ในหน้านั้นให้ถูกต้องแล้วกด Buy It Now
  • เลือกช่องทางที่เราต้องการจ่าย
  • ในหน้า Ship to หรือที่อยู่จัดส่ง ต้องเป็นภาษาอังกฤษ
  • จากนั้นกด Confirm and Pay เป็นอันเสร็จและรอสินค้ามาส่งที่บ้านได้เลย

* จ่ายเงินแบบไหนคุ้มค่าที่สุดดูข้างล่าง

 

ซื้อผ่าน Aliexpress

Aliexpress คือ ร้านค้าขนาดใหญ่ของประเทศจีนเครือ Alibaba ของแจ็คหม่า ที่เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าในจีนนำสินค้ามาขายส่งออกทั่วโลก ซึ่งสินค้าแต่ละอย่างมีราคาถูกมาก พ่อค้าแม่ค้าที่ไทยบ้านเราก็ชอบซื้อของจากที่มีมาขายกันนี่แหละ (เคสมือถือด้วย)

วิธีการซื้อของจาก Aliexpress

  • สมัครสมาชิก Aliexpress ก่อนแล้วล็อคอินเข้าไป

  • หาเคสมือถือ + พิมพ์ชื่อรุ่น ที่เราต้องการต่อด้วยคำว่า Cover หรือ Case

**พยายามเลือกร้านที่ขายไปแล้วหลายชิ้นและมี 4 ดาวขึ้นไป 

  • เมื่อเจอเคสที่ถูกใจแล้ว ก็เลือกรุ่น สี จำนวนชิ้น ให้ตรงกับที่เราต้องการ จากนั้น กดซื้อทันที
  • พอไปหน้าชำระเงิน แนะนำให้จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิต ระบุเลขหน้าหลังให้ถูกต้อง
  • ทางด้านขวาถ้าหากมีคูปองอย่าลืมกดใช้ได้ จากนั้นก็กด สั่งซื้อสินค้า เป็นอันเสร็จรอของมาส่งครับ

อย่างไรก็ตามสำหรับเว็บไซต์ ebayและ Aliexpressจะใช้ได้กับคนที่มีบัตรเครดิต, เดบิต หรือบัตรเติมเงินเท่านั้น

สำหรับคนที่ชอบของแบบกระจุ๊กกระจิ๊ก หาเคสและอุปกรณ์เสริมน่ารักๆ ก็จะมีของ G market ประเทศเกาหลีอีกอย่างนะครับ ลองไปดูกันได้

วิธีจ่ายเงินแบบไม่ต้องใช้บัตรเครดิตหรือ PayPal แถมถูกลงด้วยบัตรเติมเงิน

มาถึงตอนนี้หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าถ้าเราไม่มีบัตรเครดิต หรือไม่มีบัญชี PayPal จะสามารถใช้งานทั้งสองเว็บนี้ได้อย่างไร หรือต่อให้มี ก็ไม่ค่อยอยากจะเสียเงินค่าความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน และค่าธรรมเนียมอีก รวมแล้วหลายเปอร์เซ็นต์อยู่พอสมควร

สำหรับคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้น่าจะพอได้เห็นข่าวบัตรสำหรับใช้จ่ายทั้งบัตรเติมเงิน หรือบัตรเดบิตที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการท่องเที่ยวกันมาบ้างแล้ว ซึ่งจะมีจุดเด่น จุดด้อยที่แตกต่าง หรือใกล้เคียงกัน ปัจจุบันมีหลากหลายธนาคารที่ให้บริการแบบนี้อยู่ ซึ่งทางเราก็ขอแนะนำของ SCB มาฝาก ซึ่งบัตรนี้จะมีชื่อว่า “Planet SCB” ซึ่งเป็นบัตรที่มีจุดเด่นคือใช้จ่ายด้วยสกุลเงินต่างประเทศได้เรทที่ถูกมากเทียบเท่าร้านแลกเงินเลย ไม่ชาร์จค่าความเสี่ยง 2.5% ทุกสกุลเงินทั่วโลกด้วย คือ คุ้มทั้งใช้ช้อปออนไลน์จากเว็บนอก และรูดใช้จ่ายที่ต่างประเทศ  แถมยังเป็นบัตร hybrid คือสามารถแลกเงินเก็บไว้ในบัตรก่อนได้ (หากวันไหนค่าเงินตกให้รีบแลกเก็บไว้ในบัตรก่อน) หรือสามารถใช้จ่ายรูดเลยโดยไม่ต้องแลกก็ได้  และดีงามมากเพราะใครๆก็สมัครได้ ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีด้วย สมัครได้แบบง่ายมากกกกกก ขอแค่มีบัญชีกับธนาคาร SCB อยู่ แค่กดผ่านแอปSCB EASY หรือคลิกที่นี่ https://link.scb/2kbvrLS ก็สามารถสมัครได้ แล้วบัตรก็จะส่งมาให้ถึงบ้านภายในไม่กี่วันทันทีเลย ไม่มีค่าจัดส่งใดๆ สามารถจับจ่ายใช้สอยได้โดยไม่ต้องมีค่าธรรมเนียมจุกจิกอะไรเพิ่มเติมเลย ซึ่งมันสามารถนำเอามาใช้ในการช้อปปิ้งออนไลน์นี้ได้เรทดีเว่อร์ด้วย!

ทำไมเราแนะนำใช้บัตร SCB

  • สมัครง่าย ไม่มีค่าธรรมเนียม ส่งบัตรให้ฟรีถึงบ้าน
  • มีกระเป๋าของบัตรแยกให้ ไม่ตัดเงินตรงจากบัญชี
  • เรทดี แลกเงินเก็บเอาไว้ในบัตรก่อนรอซื้อวันหลังได้
  • มีเงินให้เลือกหลายสกุลหลักยอดนิยมทั้ง Chinese Yuan, US Dollar, หรือ Korea Won
  • รูดจ่ายไม่ต้องเสียค่าความเสี่ยงฯ 5% หรืออื่นๆ เพิ่ม
  • ช้อปเสร็จก็สั่งปิดบัตรเพื่อความปลอดภัยได้เลย

เท่านี้ก็สามารถช้อปปิ้งออนไลน์ได้ประหยัดและปลอดภัยกว่าเดิม จากที่แต่ก่อนต้องจ่ายแพงกว่าปกติตั้งแต่ 2.5 – 6% เพราะบัตรเครดิตหรือ PayPal ทำเอาตอนแรกนึกว่าที่ซื้อมาราคาถูก แต่สุดท้ายกลับแพงไปทันตาเห็น และยิ่งกังวลเรื่องความปลอดภัยกลัวเงินจะโดนรูดเกิน ก็อาจทำให้เข็ดไม่อยากสั่งอีกเลยก็ได้

ทำไมไม่สั่งจากตลาดในประเทศ?

บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงไม่ซื้อกับ Lazada หรือ Shopee หรือร้านอื่นๆ ในประเทศเอา ก็อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าถ้าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ไม่ได้เป็นที่นิยมจะหาสินค้ายากหน่อย แต่บางรุ่นไม่ฮิตในเมืองไทย แต่ขายดีมากในต่างประเทศก็มี ซึ่งแน่นอนว่าเคสและอุปกรณ์เสริมที่ประเทศนั้นก็จะมีรองรับมากกว่า และจริงอยู่ว่าอาจจะมีร้านบางแห่งรับมาขายในไทยบ้าง แต่ก็จะมีราคาที่แพงกว่าและไม่หลากหลายเท่า จะมีข้อดีกว่าก็คือการจัดส่งรวดเร็วและเวลามีปัญหาเคลียร์ง่ายกว่าพวกเว็บนอกนั่นเอง

ไม่ใช่แค่ช้อปปิ้ง แต่ใช้จ่ายค่ารายเดือนบริการต่างๆก็ประหยัด

ในแต่ละเดือนเรามีสมัครบริการต่างๆเอาไว้ใช้งานกันมากน้อย แตกต่างกันไปในแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น Cloud Storage (Google Drive, OneDrive), Music Streaming (Spotify, Joox, Apple Music), Video Streaming (Netflix, iflix) ซึ่งต่างก็เป็นบริการต่างประเทศ บางคนอาจจะได้เรตเป็นเงินบาทเรียบร้อย แต่บางคนก็อาจจะได้เป็นเรตเงิน USD หรือสกุลอื่นๆต่างกันไป ซึ่งบัตรเดบิตเพื่อการท่องเที่ยว (Travel Card) อันนี้ก็สามารถใช้สำหรับสมัครบริการพวกนี้ได้เช่นเดียวกัน โดยช่วงนี้ที่ค่าเงินบาทแข็งโป๊ก เงินดอลล่าห์สหรัฐก็จะลงไปต่ำกว่า 30 บาท หรือเงินเยนจะต่ำกว่า 28 บาทอยู่วันนี้วันพรุ่ง การจ่ายเงินเป็นสกุลต่างประเทศก็อาจจะคุ้มค่าสำหรับชาวเรามากกว่าก็เป็นได้ครับ

ตัวอย่างราคาแพ็กเกจบริการออนไลน์เมื่อจ่ายเงินในสกุลที่ต่างกัน

ค่าเงิน USD = 30.3830 (ณ วันที่ 15 ต.ค. 2562)

ราคา USD / เดือน คิดเป็นเงินไทย ค่าบริการของไทย
Netflix Basic $8.99 273.14 280
Netflix Standard $12.99 394.66 350
Netflix Premium $15.99 485.82 420
OneDrive 100GB $1.99 60.46 70
OneDrive 200GB $2.99 90.85 99
OneDrive 2TB $9.99 303.53 350
Spotify Individual $9.99 303.53 129
Spotify Premium $14.99 455.44 199
Spotify Student $4.99 151.61

*บางบริการอาจจะมีค่าบริการในประเทศไทยที่ถูกกว่า ซึ่งนั่นเป็นเพราะบริการนั้นๆมีการปรับราคาให้เหมาะสมกับผู้ใช้ประเทศเรานั่นเอง

ส่วนตัวทีมงานก็ซื้อของทั้ง ebayและ Aliexpressเป็นประจำก็แฮปปี้ดี โดยเน้นเลือกร้านที่มีรีวิวดี ขายของมาแล้วหลายร้อยหลายพันชิ้น (ถ้าเจอร้านที่เปิดใหม่ไม่ค่อยมีรีวิว แต่อยากได้ของเค้าจริง ๆ ก็สั่งได้นะ แต่ทำใจไว้ครึ่งนึงด้วยละกัน) เคยประสบปัญหาเรื่องส่งของช้าและไม่ตรงปกอยู่บ้างบางครั้ง แต่โดยมากหากสินค้ามีปัญหาจริงๆ เราก็สามารถทำเรื่องขอเงินคืนได้โดยการเปิดเคสร้องเรียนผ่านเว็บเพื่อพิสูจน์ความผิดกันต่อไป และหากพิสูจน์แล้วทางร้านผิดจริง และร้านมีเครดิตดี โดยมากก็จะคืนเงินให้ผู้ซื้อแบบแทบจะไม่มีเงื่อนไขเลย และไม่ค่อยจะเอาสินค้าตัวที่มีปัญหาคืนด้วย เพราะหลายครั้งค่าส่งกลับมันแพงกว่าตัวสินค้าซะอีก จะให้เราออกให้เราก็ไม่มีทางยอม ส่วนตัวเค้าก็ไม่มีทางมาเอาคืนเองอยู่แล้ว ซึ่งก็เท่ากับว่าเราได้สินค้าที่มีปัญหานั้น มาใช้แบบฟรีๆ (หรือกลายเป็นขยะซุกอยู่สักที่นึงในห้องไปแทน)

ดังนั้นเวลาซื้อของแล้วมีปัญหาส่งผิด ไม่ตรงปก หรือไม่ได้รับของ ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศ “อย่าเพิกเฉย ต้องร้องเรียนทุกครั้ง” นะครับ

Leave a Reply

To Top