fbpx
Tips

Tips | Nearby Share ฟีเจอร์แชร์ไฟล์ระยะใกล้ระหว่าง Android ส่งไฟล์ 5GB ใช้เวลาเพียง 2.30 นาที

ฟีเจอร์รับส่งไฟล์สุดเทพจาก Google ที่มีชื่อว่า Nearby Share ได้เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ผู้ใช้งาน Android ก็น่าจะได้อัปเดตกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่ามีฟีเจอร์ดังกล่าวอยู่ในเครื่อง หรืออาจจะยังไม่รู้ว่ามันเจ๋งยังไง ทำอะไรได้บ้าง ผมก็เลยจะมารีวิวความสามารถของ Nearby Share ให้อ่านกันในบทความนี้ครับ

ที่ผ่านมา Android แชร์ไฟล์หากันในระยะใกล้ไม่สะดวกเลย

เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา Google ได้ทำการตัดฟีเจอร์แชร์ไฟล์ระหว่างเครื่องบนแพลตฟอร์ม Android ด้วยกันเองที่มีใช้กันมานานนมตั้งแต่ปี 2011 อย่าง Android Beam ออกไปจาก Android 10 จนทำให้การแชร์ไฟล์ระหว่างเครื่องในระยะใกล้เป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องหันไปพึ่งพาแอปที่เป็นตัวกลางจาก thirt party อย่างเช่น LINE และ Messenger แทน ซึ่งถึงแม้จะสะดวกในระดับหนึ่งก็จริง แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องเป็นผู้ติดต่อของกันและกันในแอปนั้น ๆ เสียก่อนจึงจะทำการแชร์ไฟล์ได้ อีกทั้งชนิดของไฟล์ที่แชร์ได้ก็ยังถูกจำกัดไว้อีกต่างหาก หรือครั้นจะไปแชร์ผ่านแอปจำพวกคลาวด์สตอเรจ (cloud storage) เช่น Drive และ OneDrive ที่รองรับชนิดของไฟล์ได้หลากหลายกว่าก็ไม่ค่อยสะดวกเสียอีก

และถ้าว่ากันตามตรง ในช่วงหลายปีก่อนที่ Android Beam จะถูกตัดทิ้งไปจากระบบปฏิบัติการ ผู้ใช้งาน Android ส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่มีใครใช้งานมันอยู่แล้ว เพราะคอนเทนต์ทั้งหลายต่างก็มีขนาดไฟล์ที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและเทคโนโลยีที่พัฒนาไป จนทำให้การรับส่งไฟล์ด้วย Bluetooth ของ Android Beam มันเชื่องช้าอย่างกับเต่าคลาน กว่าจะส่งไฟล์ขนาดใหญ่หรือไฟล์จำนวนมากเสร็จแต่ละครั้งนี่รอกันจนเปื่อยเลยทีเดียว

เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา Nearby Share เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ

ในที่สุดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Google ก็ได้ปล่อยฟีเจอร์แชร์ไฟล์ตัวใหม่ออกมา ซึ่งก็คือ Nearby Share นี่เอง การมาถึงของมันได้ทำลายข้อจำกัดของการแชร์ไฟล์ทั้งหลายที่กล่าวไว้ข้างต้นทิ้งไปจนหมด เพราะมันสามารถรับส่งไฟล์ได้เร็วสุดขีด มีระยะทำการที่ไกลและมีการเชื่อมต่อที่เสถียรกว่า Android Beam เป็นอย่างมาก รวมถึงรองรับไฟล์แทบทุกประเภทอีกด้วย

ทำงานคล้ายกับ AirDrop ของ iOS

การทำงานของ Nearby Share นั้นจะคล้ายคลึงกับฟีเจอร์ AirDrop ของทางฝั่ง iOS ซึ่งจะเป็นการรับส่งไฟล์ผ่านเทคโนโลยี Bluetooth, Bluetooth Low Energy, WebRTC หรือ Wi-Fi แบบ peer-to-peer โดยตัวระบบจะทำการเลือกโปรโตคอลที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้นให้เราเองโดยอัตโนมัติ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้งาน Wi-Fi ได้ Nearby Share ก็ยังคงทำงานแบบออฟไลน์ได้โดยผ่าน Bluetooth

ทดสอบการใช้งานจริง รับส่งไฟล์เร็วมาก แต่ขึ้นอยู่กับสเปคอุปกรณ์ด้วย

ผมทดสอบความเร็วในการทำงานของ Nearby Share โดยการส่งไฟล์ขนาด 5.00 GB จาก Pixel 4 XL ไปยัง Galaxy Note20 ผลลัพธ์คือ มันใช้เวลาทั้งสิ้นเพียงแค่ 2.30 นาที เร็วสุด ๆ ไปเลย ทดสอบซ้ำหลายครั้งด้วยไฟล์ชุดเดิม มีการคลาดเคลื่อนของระยะเวลาบ้างเล็กน้อย เนื่องด้วยเป็นการรับส่งแบบไร้สายจึงมีตัวแปรภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะโดยรวมยังไงก็เร็วมากอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม พอลองเปลี่ยนฝ่ายผู้รับเป็น Pixel XL ซึ่งเป็นมือถือเก่าตั้งแต่ปี 2016 ดูก็พบว่า ระยะเวลาในการรับส่งไฟล์เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จาก 2.30 นาที เป็น 12 นาที ดูเหมือนว่า คุณปู่แกจะไม่กระฉับกระเฉงเหมือนมือถือรุ่นใหม่ ๆ สักเท่าไหร่ นั่นก็เป็นเพราะ Pixel XL มีเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ด้อยกว่ามือถือรุ่นใหม่ ๆ นั่นเอง ซึ่งก็เป็นปัจจัยเรื่องความเร็วในการรับส่งไฟล์ของ Nearby Share

วิธีใช้งาน Nearby Share

ปรกติแล้วฟีเจอร์ Nearby Share จะปรากฏขึ้นมาเองในตอนที่เรากดแชร์อะไรสักอย่าง เมื่อเลือกไปแล้วหลังจากนั้นก็เพียงแค่รอให้อีกฝ่ายกดยอมรับการแชร์ไฟล์ เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย ง่าย ๆ แค่นี้เลย และในระหว่างที่กำลังรับส่งไฟล์อยู่นั้น เราสามารถออกจากหน้าจอการแชร์ไปทำอย่างอื่นตามปรกติได้นะ เพราะ Nearby Share จะเป็นการทำงานในพื้นหลัง โดยสามารถดูสถานะการทำงานได้จากแถบการแจ้งเตือน

หา Nearby Share ไม่เจอ มันไปซ่อนอยู่ตรงไหน ?

สำหรับใครที่หาฟีเจอร์ Nearby Share ไม่เจอ ให้ลองเลื่อนดูที่เมนู Quick Settings โดยการลากแถบแจ้งเตือนลงมา จากนั้นเลื่อนหน้าจอไปทางขวาก็จะเจอกับเมนู Nearby Share แต่หากมันไม่โผล่ขึ้นมาก็ให้ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • Settings
  • Google
  • Device connections
  • Nearby Share

ซึ่งในหน้าจอนี้จะเป็นหน้าจอการตั้งค่าของ Nearby Share ด้วย แต่ถ้ายังไม่โผล่ขึ้นมาอีกก็ให้ลองทำการ factory reset ดู (ผมลองแล้วได้ผล)

เมนูการตั้งค่า Nearby Share

  • เปิดหรือปิดการใช้งาน
  • บัญชี Google ที่ใช้งาน
  • ชื่ออุปกรณ์ – เป็นชื่อที่จะแสดงให้อีกฝ่ายเห็นอุปกรณ์ของเราตอนใช้งาน Nearby Share
  • การเข้าถึงอุปกรณ์ – เปรียบเสมือนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว โดยเราสามารถเลือกได้ระหว่าง ผู้ติดต่อทั้งหมด ผู้ติดต่อที่กำหนด หรือซ่อนไม่ให้ใครเห็น
  • การใช้อินเทอร์เน็ต – ถ้าไม่ได้มีความจำเป็นพิเศษอะไรก็ปล่อยทิ้งไว้ตามเดิมที่ตัวเลือกแรกจะเป็นการดีที่สุด

Nearby Share รับส่งไฟล์อะไรได้บ้าง ?

ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า ข้อดีของ Nearby Share คือ มันรองรับการรับส่งไฟล์หลากหลายชนิด ถ้าให้ตอบแบบรวบรัดก็ประมาณว่า อะไรก็ตามที่มีปุ่มแชร์ให้กดก็สามารถรับส่งผ่าน Nearby Share ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ ลิงก์ต่าง ๆ ไฟล์ทั่วไปแทบทุกประเภท เช่น รูปภาพ เพลง วิดีโอ เอกสาร  หรือแม้แต่ส่งแอปให้กันในรูปแบบ APK ก็สามารถทำได้เช่นกัน

แม้แต่ Android รุ่นเก่าก็ใช้งาน Nearby Share ได้

ทาง Google ได้ปล่อยอัปเดต Nearby Share มากับ Google Services ดังนั้น มือถือรุ่นเก่า ๆ ก็จะใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ด้วย ขั้นต่ำคือ Android 6.0 Marshmallow ขึ้นไป

ใช้งานข้ามระบบได้หลากหลาย ไม่จำกัดแค่ Android

ความเจ๋งอีกอย่างของมันก็คือ ความสามารถในการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม ดังนี้

  • Android
  • Mac
  • Windows
  • Linux
  • Chrome OS

แม้ในตอนนี้จะยังมีเพียงแค่ Android เท่านั้นที่มีฟีเจอร์ Nearby Share ให้ใช้งาน แต่ Google ก็ได้เผยออกมาแล้วว่า แพลตฟอร์มถัดไปที่กำลังจะตามมาก็คือ Chrome OS ส่วนแพลตฟอร์มที่เหลืออื่น ๆ คงจะทยอยตามมาหลังจากนั้นอีกที

อย่างไรแล้วก็หวังว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ทุกคนนะ หากมีข้อสงสัยหรืออยากให้ทดสอบอะไรเพิ่มเติมก็คอมเมนต์สอบถามกันเข้ามาได้ครับ สวัสดี

 

อ้างอิง : Wikipedia

4 Comments

  1. Avatar

    tkb_phymed Post on September 21, 2020 at 1:06 pm

    #1023243

    ดีก็ดีอยู่ แต่สำคัญคือมันยังจำกัดให้ใข้ได้กับ Pixel และ Samsung บางรุ่นเท่านั้นอะสิ Android ยี่ห้ออื่นยังใช้ไม่ได้

  2. Avatar

    Thanapoom Post on September 21, 2020 at 4:49 pm

    #1023250

    ตอนนี้เปิดให้ใช้งานทุกยี่ห้อแล้วครับ มันผูกกับ Play Services อีปเดตผ่าน Google Play ได้เลย

  3. Avatar

    loquitur Post on September 22, 2020 at 8:18 am

    #1023269

    เมื่อก่อนมีทั้ง android beam, wifi direct แต่ไม่ทำให้มันใช้งานง่าย จนอีกค่ายเอาไปพัฒนาจนดีกว่า ตอนนี้ต้องมาไล่ตามจนคนคิดว่าไปลอกมาอีก

  4. nutdiablo

    nutdiablo Post on September 22, 2020 at 11:36 am

    #1023280

    ผม OnePlus 7T กับ Nokia 8.1 มีแล้วนะครับ

Leave a Reply

To Top