ยุคของ Physical AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ลงมือทำจริงในโลกกายภาพได้เริ่มขึ้นแล้ว ล่าสุด Pollen Robotics ผู้สร้างสรรค์หุ่นยนต์สาย Open-source (พัฒนาร่วมกับ Hugging Face) ได้เปิดตัว Microduck หุ่นยนต์สองขาขนาดกะทัดรัดสุดน่ารัก ที่สามารถแกะกล่องเล่นได้ทันที หรือจะเขียนโค้ดฝึกฝนการเคลื่อนไหวผ่าน Reinforcement Learning (RL) ได้ หรือจะโหลดที่คนอื่นเขียนมาเล่นก็ได้

จุดเด่นและดีไซน์ Microduck

การออกแบบของ Microduck ไม่ได้เน้นแค่ความสวยงาม แต่สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านสถานที่และงบประมาณในการวิจัยระบบหุ่นยนต์ด้วย
- สเกลขนาดจิ๋ว : ตัวหุ่นยนต์สูงเพียง 25 เซนติเมตร และมีน้ำหนักเบากว่า 800 กรัม ทำให้วางทดลองบนโต๊ะทำงานข้างแล็ปท็อปได้สบาย
- ดีไซน์เป็ดเอกลักษณ์ 4 สีสัน : มาพร้อมตัวเลือก 4 สี ได้แก่ Cream, Graphite, Lavender และ Sky ปรับลุคหุ่นยนต์วิจัยให้ดูเข้าถึงง่าย
- ส่วนปากขยับได้ : ออกแบบปากเป็ดให้เปิด-ปิด เพื่อใช้ยึดจับและหนีบถือวัตถุเคลื่อนที่ไปกับหุ่นยนต์ได้
- ระบบเสียงส่วนบุคคล : ส่งเสียงสื่อสารสไตล์สิ่งมีชีวิต โดยเครื่องจะสุ่มสร้างระบบเสียงเฉพาะตัวตั้งแต่เปิดใช้งานครั้งแรก
สเปคภายในและระบบเซนเซอร์

แม้ Microduck จะถูกออกแบบมาในขนาดกะทัดรัดเป็นของเล่นบนโต๊ะทำงาน แต่โครงสร้างฮาร์ดแวร์ภายในกลับอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีระดับห้องวิจัย เพื่อรองรับการทำงานด้าน Physical AI อย่างเต็มรูปแบบ
หัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหวอยู่ที่การติดตั้ง มอเตอร์ขับเคลื่อนมากถึง 15 ตัว กระจายอยู่ตามข้อต่อทั่วตัว ช่วยให้ Microduck มีอิสระในการทรงตัวและเคลื่อนที่ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง การย่อตัว การเล่นสเก็ต ไปจนถึงการยันตัวกลับมายืนเองได้หลังจากหกล้ม
ด้านระบบประสาทสัมผัสและการประมวลผลสภาพแวดล้อม Microduck ติดตั้ง กล้องประมวลผล ทำงานร่วมกับ เซนเซอร์วัดระยะขนาดเล็ก ช่วยให้ตัวหุ่นยนต์สามารถมองเห็น ระบุตำแหน่งวัตถุ วิเคราะห์มิติพื้นที่รอบข้าง รวมถึงติดตามจุดเลเซอร์ได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ เพื่อให้การทรงตัวของหุ่นยนต์สองขาเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความเสถียร ตัวเครื่องยังได้ติดตั้ง เซนเซอร์ IMU (Inertial Measurement Unit) ถึง 2 ชุด สำหรับวัดความเอียง อัตราเร่ง และทิศทางการเคลื่อนที่แบบ Real-time ช่วยส่งข้อมูลป้อนกลับเข้าสู่ระบบประมวลผล เพื่อปรับการทำงานของมอเตอร์ให้หุ่นยนต์ทรงตัวอยู่ได้ในทุกสภาพพื้นผิว
ระบบการสั่งการและซอฟต์แวร์ Microduck ทำงานอย่างไร?



หลายคนอาจสงสัยว่าหุ่นยนต์สองขาตัวนี้รับคำสั่งอย่างไร และทำงานผ่านระบบอะไร คำตอบคือ Microduck ถูกออกแบบมาให้ควบคุมได้ตั้งแต่ระดับง่ายสุดไปจนถึงการเขียนโค้ดวิจัยขั้นสูง โดยแบ่งระบบการสั่งการออกเป็น 3 รูปแบบหลัก

1.การสั่งการแบบพร้อมใช้งานทันที (Direct Control & Gamepad)
สำหรับผู้เริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดตั้งแต่วันแรก Microduck มาพร้อมกับชุดคำสั่งการเคลื่อนไหวสำเร็จรูป (Pre-trained Behaviors) สามารถเชื่อมต่อและสั่งการได้หลายวิธี
- สั่งงานผ่าน Gamepad : บังคับเดิน ถอยหลัง เลี้ยว ทรงตัว หรือสั่งย่อตัวได้ทันทีด้วยจอยควบคุม
- ตอบสนองอัตโนมัติ : ตั้งค่าให้หุ่นยนต์ตรวจจับและเดินตามจุดเลเซอร์ (Laser Tracking) หรือตอบสนองต่อวัตถุรอบข้างผ่านกล้องและเซนเซอร์ในตัว
2.การควบคุมผ่านชุดเครื่องมือพัฒนา Python (Microduck SDK)
เมื่อต้องการเขียนโปรแกรมสั่งการเอง นักพัฒนาสามารถใช้ Software Development Kit (SDK) ภาษา Python ที่ Pollen Robotics แจกฟรีแบบ Open-Source
- การส่งคำสั่ง : สั่งการผ่าน API เพื่อควบคุมมุมของมอเตอร์แต่ละตัว, อ่านค่าภาพจากกล้อง, ดึงข้อมูลจากเซนเซอร์ IMU หรือสั่งงานระบบเสียง
- ระบบประมวลผล : สามารถรันสคริปต์สั่งการได้จากคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปภายนอก แล้วส่งคำสั่งควบคุมมายังหุ่นยนต์ผ่านการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Real-time
3.ระบบฝึกปัญญาประดิษฐ์เชิงลึก (Microduck RL & Sim-to-Real)
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดสำหรับสายงาน AI โดยการสร้างพฤติกรรมใหม่ๆ ให้หุ่นยนต์จะไม่ได้ใช้การเขียนโค้ดกำหนดท่าทางทีละก้าว แต่ใช้กระบวนการ Reinforcement Learning (RL)
- Train ใน Simulation : นักพัฒนาจะใช้ซอฟต์แวร์ Microduck RL เพื่อสร้างโลกจำลอง (Physics Simulator) บนคอมพิวเตอร์ แล้วปล่อยให้ AI ฝึกเดิน ลองผิดลองถูกนับล้านครั้งในโปรแกรมโดยที่หุ่นยนต์จริงไม่เสียหาย
- โอนย้ายสู่หุ่นยนต์จริง (Sim-to-Real) : เมื่อโมเดล AI ในคอมพิวเตอร์เรียนรู้การเดินหรือทรงตัวจนแม่นยำแล้ว จะทำการ Export โมเดลนั้นลงมายังหุ่นยนต์ Microduck เครื่องจริง เพื่อทดสอบการเคลื่อนไหวในโลกกายภาพทันที
- ทำงานร่วมกับ Hugging Face : สามารถดาวน์โหลดโมเดลพฤติกรรมที่นักพัฒนาทั่วโลกเทรนไว้แล้วมาโหลดใส่หุ่นยนต์ หรืออัปโหลดโมเดลของตัวเองแบ่งปันให้คนอื่นนำไปใช้งานต่อได้ทันที
ราคา การสั่งซื้อ และการนำไปใช้งานจริง
Microduck เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีครีม สีเทากราไฟต์ สีลาเวนเดอร์ และสีฟ้า
- ราคา 399 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 14,000 บาท) ไม่รวมภาษีและค่าจัดส่ง
โดยการจัดส่งล็อตแรกคาดว่าจะเริ่มก่อนคริสต์มาส ปี 2026 ในโซนอเมริกาเหนือ ยุโรป และสหราชอาณาจักร

ที่มา : pollen-robotics

Comment