Microsoft เตรียมขยายให้เครื่องที่ใช้การ์ดจอ GeForce RTX สามารถใช้ฟีเจอร์ Local AI บน Windows ได้เหมือนกับเครื่องที่ผ่านมาตรฐาน Copilot+ PC จากที่ก่อนหน้านี้จำกัดไว้ให้เฉพาะเครื่องที่มี NPU ความแรงถึงเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น
ความเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นทิศทางใหม่ของ Microsoft ในการผลักดัน AI บน Windows เพราะจากเดิมที่ฟีเจอร์ AI หลายอย่างถูกผูกกับแนวคิด Copilot+ PC ซึ่งต้องมี NPU ระดับ 40 TOPS ขึ้นไป ตอนนี้บริษัทเริ่มเปิดทางให้ GPU โดยเฉพาะ NVIDIA GeForce RTX เข้ามามีบทบาทในการประมวลผล AI บนเครื่องมากขึ้น

รายงานระบุว่า เครื่องที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 Series ขึ้นไป และมี VRAM อย่างน้อย 6GB จะสามารถใช้พลังของ GPU เพื่อรันงาน Local AI บางส่วนบน Windows ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมี NPU ตามสเปกของ Copilot+ PC เสมอไป
พูดง่าย ๆ คือ คนที่มีพีซีเกมมิ่ง เดสก์ท็อป หรือโน้ตบุ๊กสายครีเอเตอร์ที่ติดตั้งการ์ดจอ RTX อยู่แล้ว อาจมีโอกาสได้ใช้งานความสามารถ AI บน Windows มากขึ้นในอนาคต โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปซื้อเครื่อง Copilot+ PC รุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว
แต่เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าฟีเจอร์ Copilot+ PC ทั้งหมดจะถูกปลดล็อกให้เครื่อง RTX ใช้งานได้ทันที ฟีเจอร์ระดับระบบบางอย่าง เช่น Recall, Click to Do หรือ Windows Studio Effects บางส่วน ยังอาจต้องใช้เครื่องที่ผ่านเงื่อนไข Copilot+ PC อยู่ในตอนนี้
สิ่งที่ Microsoft เปิดกว้างขึ้นในตอนนี้คือฝั่ง Windows AI APIs และ Windows ML ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอป AI ที่รันบนเครื่องได้ โดยเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น CPU, GPU หรือ NPU แทนที่จะจำกัดไว้กับ NPU เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างงานที่อาจได้ประโยชน์จากการรันผ่าน GPU ได้แก่ การสรุปข้อความ การเขียนข้อความใหม่ การแปลภาษา การรันโมเดลภาษาในเครื่อง งานวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงฟีเจอร์ AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลหรือหน่วยความจำมากกว่า NPU ทั่วไป
สำหรับ NVIDIA การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นข่าวดี เพราะทำให้การ์ดจอ GeForce RTX ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นฮาร์ดแวร์สำหรับเล่นเกมและงานกราฟิกเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบ AI บน Windows มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ RTX GPU มี Tensor Cores และระบบนิเวศด้าน AI ที่แข็งแรงอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน NPU ก็ยังไม่ได้หมดความสำคัญ เพราะยังเหมาะกับงาน AI เบา ๆ ที่ต้องทำงานต่อเนื่องและประหยัดพลังงาน เช่น การปรับภาพกล้อง ลดเสียงรบกวน หรือฟีเจอร์เบื้องหลังต่าง ๆ ส่วน GPU จะเหมาะกับงาน AI ที่หนักกว่า เช่น โมเดลภาษา งานสร้างภาพ งานสรุปเอกสารจำนวนมาก หรือแอป AI ที่ต้องใช้ VRAM เยอะแทน
ที่มา : techspot

Comment