Motorola ได้จดสิทธิบัตรชิ้นใหม่ ที่นำสมาร์ทวอทช์และมือถือมารวมกัน เป็นการนำจุดเด่นมาลบจุดด้อย ด้วย Smartwatch สะดวกในการพกพาติดตัว แต่หน้าจอกลับเล็กเกินไปที่จะอ่านรายงานสุขภาพ แผนที่ หรือพิมพ์ข้อความยาวๆ แต่ถ้าขยายขนาดหน้าปัดให้ใหญ่ขึ้น ตัวเรือนก็คงจะเทอะทะและดูไม่น่าสวมใส่ จึงกลายมาเป็น Smartwatch ไฮบริด ที่สามารถกางสายรัดข้อมือออกเพื่อเปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฟน
โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ ถูกค้นพบและเผยแพร่โดย Burnplate และผู้ปล่อยข่าวลือ @xleaks7
กลไกการทำงานและดีไซน์
อุปกรณ์ชิ้นนี้ออกแบบมาเพื่อทลายขีดจำกัดของหน้าจอขนาดเล็ก โดยใช้พื้นที่ของสายรัดข้อมือทั้งหมดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
1. โหมดนาฬิกาข้อมือ

- เมื่อสวมใส่ อุปกรณ์จะโค้งมนเป็นวงกลมล้อมรอบข้อมือ
- ตัวเรือนหลักรูปทรงสี่เหลี่ยมจะอยู่ด้านบน และมีหน้าจอแสดงผลยืดหยุ่น (Flexible Display) พาดยาวไปตามสายด้านนอก
2. โหมดกางออกและพับเป็นสมาร์ทโฟน

- เมื่อถอดออกจากข้อมือและคลี่ออก อุปกรณ์จะกลายเป็นหน้าจอยาวแบนชิ้นเดียว
- กลไกการพับ : สิทธิบัตรระบุว่ามีกลไกยึดตรงกลางระหว่างหน้าจอสองฝั่ง ทำให้สามารถ “หมุนปรับทิศทาง” ให้หน้าจอทั้งสองส่วนมาวางชิดข้างกันได้
- ระบบแม่เหล็กและล็อก : ทำหน้าที่ยึดหน้าจอสองฝั่งให้แนบสนิทและจัดตำแหน่งได้อย่างเที่ยงตรง
- ส่วนประกอบภายใน : แบตเตอรี่, หน่วยประมวลผล และโมดูลการเชื่อมต่อไร้สาย จะถูกฝังไว้อย่างชาญฉลาดบริเวณปลายทั้งสองด้านของสาย

3. เซนเซอร์และการซิงค์ซอฟต์แวร์
- Smart Sensors : มีระบบเซนเซอร์ตรวจจับสถานะของอุปกรณ์ ว่ากำลังถูก “โค้งรัดข้อมือ (Wrapped)”, “กางออก (Flat)” หรือ “พับทบ (Folded)”
- Responsive Software : ระบบปฏิบัติการจะปรับขนาด ปรับสเกล และแบ่งเนื้อหาบนหน้าจอให้อัตโนมัติ เพื่อให้หน้าจอสองส่วนทำงานต่อเนื่องกันเป็นหน้าจอเดียวเหมือนหน้าจอสมาร์ทโฟน
การติดตามสุขภาพแบบใหม่
โดยปกติ Smartwatch ทั่วไปทำได้เพียงแสดงข้อมูลเบื้องต้น เช่น จำนวนก้าว หัวใจเต้นกี่ครั้ง หรือตัวเลขแคลอรีสั้นๆ หากต้องการดูรายงานโดยละเอียด ผู้ใช้จำเป็นต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู แต่เทคโนโลยีสายพับได้ของ Motorola จะช่วยแก้ปัญหานี้โดยสิ้นเชิง ถอด กาง พับ และดูข้อมูลครบจบในอุปกรณ์เครื่องเดียว ต้องมารอลุ้นว่า Motorola จะพัฒนาจนถึงขั้นออกมาขายจริงหรือเปล่า?

Comment