Accessories

รีวิว : Line Wooparoo Saga เกมที่ต้องใช้ความคิดมากกว่าการเติมเงิน

หลังจากที่ประโคมข่าวเปิดตัวกันอย่างดุดัน สำหรับเกม LINE Wooparoo Saga และในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก็ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเกมที่เล่นง่าย และภาพน่ารักให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในเทพนิยาย และมีหลายๆ อย่างคล้ายกับ Line Rangers เราไปดูกันดีกว่าว่าเกมที่ชื่อภาษาไทยแบบแปลกๆ เกมนี้จะสนุกมากน้อยแค่ไหน เราไปดูกันเลย

หลังจากที่ประโคมข่าวเปิดตัวกันอย่างดุดัน สำหรับเกม LINE Wooparoo Saga และในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก็ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเกมที่เล่นง่าย และภาพน่ารักให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในเทพนิยาย และมีหลายๆ อย่างคล้ายกับ Line Rangers เราไปดูกันดีกว่าว่าเกมที่ชื่อภาษาไทยแบบแปลกๆ เกมนี้จะสนุกมากน้อยแค่ไหน เราไปดูกันเลย

ข่าวเปิดตัวแรง แต่กระแสมาแบบเงียบๆ

เกมนี้เปิดตัวแรงมาก เพื่อนๆ ผมหลายคนแชร์กันรัวๆ แต่พอเปิดให้บริการเต็มตัวกลับมาแบบเงียบๆ เรื่อยๆ ซึ่งคล้ายกับเกมรุ่นพี่อย่าง Line Rangers ที่ตอนแรกมาเรื่อยๆ ไม่แรง พอผ่านไป 6-7 เดือนกลับพุ่งขึ้นมาติด TOP เกมมือถือในบ้านเราซะอย่างนั้น ซึ่งผมมองว่าเกม วูปารู เกมนี้น่าจะเดินตามรอยเท้ารุ่นพี่ในค่ายเดียวกัน (ตอนนี้หลังจาก 2 อาทิตย์กว่ายอดโหลดใน Google Play มากกว่า 50,000 โหลด) ถ้าติดลมบนเมื่อไหร่ รับรองได้เลยกว่ามันส์กว่า Line Rangers แน่นอน ฮ่าๆ

 

เนื้อเรื่องไม่ใช่ประเด็นหลัก จุดสำคัญอยู่ที่การใช้ความคิด

จริงๆ แล้วเกมแนวนี้ก็ไม่ค่อยเน้นเนื้อเรื่องกันเท่าไหร่ จะมีไว้เพียงเพื่อให้เพื่อนๆ ทำเควสช่วงๆ แรกเท่านั้นเอง ซึ่งเกมนี้ก็เช่นกันเนื้อเรื่องมีไว้ให้ทำเกาะเดินตามเควสไปเรื่อยๆ เท่านั้น แต่จุดสำคัญมันอยู่ที่การเลือกแผนและลำดับการปล่อยยูนิตออกไปสู้รบ เพราะเกมนี้ยูนิตแต่ละตัวจะมีค่า Speed ที่แตกต่างกันออกไป บางทีการเลือกปล่อยตัวแท็งค์ออกเดินก่อนใช้ว่าจะเดินไปถึงก่อนเสมอ แต่กลับกันถ้าเราปล่อยตัวที่มีค่า Speed เยอะออกไปก่อนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกตัวบางๆ ปล่อยออกไปก็เท่ากับตาย ทำให้เราต้องมานั่งคิดอีกว่าจะต้องปล่อยตัวไหนก่อน ปล่อยไปแล้วกี่วินาทีถึงจะปล่อยอีกตัว หรือต้องปล่อยตัวนี้ก่อน แล้วตัวนี้ตามเป็นต้น ซึ่งปัญหาตรงนี้แรกๆ จะยังไม่ส่งผลเท่าไหร่ แต่ถ้าเล่นไปนานๆ แล้วส่งผลมากๆ เพราะยิ่งเราเล่นสูงเท่าไหร่ ระดับความยากก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

ตบบอสมันเลยลูกพ่อ

แต่ใช่ว่าปัญหานี้จะมีแต่ข้อเสียทีเดียว ปัญหานี้มีข้อดีของมันก็คือถ้าเราวางแผนดีๆ เลือกตัวสอดคล้องกัน และกะเวลาปล่อยได้ถูกจังหวะเราสามรถล้มฝ่ายตรงข้ามที่เติมเงินได้ แต่ต้องในระดับที่ไม่ห่างกันเกินไปนัก ซึ่งผมมองว่าจุดนี้ถือเป็นข้อดีของเกมนี้เลยละ ส่วนการเรียกตัวละครนั้นก็มีอยู่ 2 แบบคือ แบบที่จำกัดค่าคอส และ จำกัดจำนวนยูนิต ตัวอย่าง จำกัดจำนวนยูนิต ตัวเกมจะจำกัดการเรียกของเราทำให้เราต้องคิดลึกๆ เลยว่ารอบนี้จะต้องลงตัวอะไรบ้าง ลงกี่ตัว พอจะล้มบอสไหม บลาๆ 

ค่อยๆ ไล่ไปทีละเสต็ปอย่าข้ามขั้น ไม่อย่างงั้นจะได้เริ่มเล่นใหม่

 

ประเภทของตัวละคร

เกมนี้มีอยู่ 2 แบบคือ ทั่วไป ธรรมดาบ้านๆ กับ ฮีโร่ ซึ่งแน่นอน ฮีโร่ย่อมเก่งกว่า ทั่วไปอยู่แล้ว แต่การได้ฮีโร่มานั้นค่อนข้างยาก แนะนำว่าในช่วงแรกๆ หาตัวทั่วไปที่เก่งกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาหน่อยมาปั้นสักระยะนึงเพื่อให้เราสามารถลุยเควสยากๆ ได้ จากนั้นค่อยหาตัวฮีโร่มาเสริมทีมก็ยังไม่สายนะ เกมนี้สามารถอัพเกรดได้ 3 ระดับ และมีตัวละครให้เราเลือกมากกกว่า 500 แบบ เลือกกันให้จุใจไปเลย 

 

จำนวนด่านที่มากมายมหาศาล

จำนวนด่านในเกมนี้มากกว่า 600 ด่าน เล่นกันให้ตายกันไปข้างนึงเลย ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตมีมากกว่านี้แน่นอน โหมดการเล่นก็แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ การต่อสู้ผ่านด่านไปเรื่อย กับ PVP ที่สามารถเลือกได้ว่าจะสู้แบบ Auto หรือกดเอง 

 

จุดเด่น

– มีความซับซ้อนของระบบเกมที่สูงระดับนึง ถึงมันจะเล่นง่ายก็ตาม

– เน้นการใช้ความคิดมากกว่าการเติมเงินหนักๆ 

– มีความหลากหลายของตัวละคร ทำห้ในช่วงกลางๆ การเล่นแต่ละคนจะค่อนข้างแตกต่าง

จุดด้อย

– ค่อนข้างแตกต่างจากเกมแนวคล้ายๆ กันอยู่บ้างทำให้คนที่ชอบเล่นแบบเดิม อาจจะขอผ่าน

– ถ้าจับจุดตัวละครและความหลากหลายไม่ได้ จะเล่นยากขึ้นมาทันที

สรุป 8.5 เต็ม 10 คะแนน

สรุปแล้วเป็นเกมที่เหมือนดาบ 2 คม ถ้าสามารถผ่านไปได้มันจะเล่นได้เร็วมากๆ แต่ถ้าไม่สามารถผ่านไปได้ก็อาจถึงขึ้นลบเกมเลยละ เพราะตัวเกมค่อนข้างซับซ้อนอย่างที่ผมบอกไป ตอนที่ผมเล่นก็เล่นใหม่ไปหลายรอบอยู่กว่าจะรู้สึกตัวได้ว่ามันมี ความซับซ้อนระดับนึงเลยละ ถ้าใครอยากลองของ หรืออยากหาเกมแปลกใหม่สามารถโหลดมาเล่นกันได้นะครับ 

 

โหลดด้านล่างนี้เลยครับผม

 

 

 

Leave a Reply

To Top