fbpx
Android Device Preview

เปรียบเทียบสเปค OnePlus 8 และ OnePlus 8 Pro ราคาห่างกัน 6,000 บาท มีอะไรต่างกันบ้าง?

อัดสเปคมาแบบจัดเต็มเช่นเคยสำหรับ OnePlus 8 และ 8 Pro โดยรอบนี้ รุ่น Pro จัดเต็มทั้งหน้าจอ Fluid AMOLED ที่มีความละเอียด QHD+ และค่ารีเฟรชเรทที่สูงถึง 120Hz, ชิปเซ็ต Snapdragon 865, หน่วยความจำแบบ UFS 3.0, RAM LPDDR5, กล้องหลัง 4 ตัว, ระบบชาร์จไว ฯลฯ ซึ่งต่างกับรุ่นปกติอยู่พอสมควร รวมถึงราคาที่ห่างกันอยู่ 6,000 บาท เลยทีเดียว…เราก็เลยขอมาเทียบกันให้เห็นๆ ไปเลยว่าทั้งคู่มีอะไรต่างกันบ้างครับ

สเปค OnePlus 8 / OnePlus 8 Pro

OnePlus 8OnePlus 8 Pro
หน้าจอFluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว, ความละเอียด FHD+, รีเฟรชเรท 90HzFluid AMOLED 6.78 นิ้ว, ความละเอียด QHD+, รีเฟรชเรท 120Hz
ชิปเซ็ตSnapdragon 865Snapdragon 865
RAM12GB (LPDDR4x)12GB (LPDDR5)
GPUAdreno 650Adreno 650
ความจุ256GB (UFS 3.0)256GB (UFS 3.0)
กล้องหลัง3 ตัว

Main : 48MP IMX586 f/1.75 OIS

Ultra Wide : 16MP f/2.2 มุมกว้าง 116 องศา

Macro : 2MP f/2.2

4 ตัว

Main : 48MP IMX689 f/1.7 OIS

Ultra Wide : 48MP IMX586 f/2.2 มุมกว้าง 120 องศา

Telephoto : 8MP f/2.44 OIS Optical 3x Digital 30x

Colour Filter Camera : 5MP f/2.4

กล้องหน้า16MP f/2.4516MP f/2.45
เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
ใต้หน้าจอใต้หน้าจอ
5Gรองรับรองรับ
ระบบเสียงลำโพงคู่สเตอริโอ, Dolby Atmosลำโพงคู่สเตอริโอ, Dolby Atmos
แบตเตอรี่4,300 mAh4,510 mAh
ระบบชาร์จไวWarp Charge 30T (30W)Warp Charge 30T (30W)
ระบบชาร์จไร้สายไม่รองรับWarp Wireless 30W
Reverse Wireless Charging
ไม่รองรับรองรับ
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นไม่มีIP68

 

หน้าจอ

มาเริ่มกันที่หน้าจอกันก่อน โดยทั้ง OnePlus 8 และ OnePlus 8 Pro ต่างมาพร้อมกับหน้าจอที่การันตีคุณภาพจากเว็บไซต์ทดสอบประสิทธิภาพชื่อดังอย่าง DisplayMate โดยทั้งคู่ไปกวาดรางวัล ทำลายสถิติมามากกว่า 10 ด้าน คว้าคะแนนระดับ A+ มาได้ ซึ่งถือเป็นคะแนนที่มากที่สุดของเว็บไซต์นั้นแล้ว

แต่ถ้าหากมาเทียบกันจริงๆ ตรงนี้ OnePlus 8 Pro จะมีความเหนือกว่าอยู่พอสมควร เนื่องจากมากับขนาดจอใหญ่กว่าที่ 6.78 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ และค่ารีเฟรชเรทที่สูงถึง 120Hz ขณะที่ OnePlus 8 มากับจอขนาดเล็กกว่าที่ 6.55 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ เท่านั้น และค่ารีเฟรชเรทที่ 90Hz โดยทั้ง 2 รุ่น มีรูกล้องเซลฟี่เล็กๆ ขนาดเพียงแค่ 3.8 มม. อยู่บริเวณมุมซ้ายบนของหน้าจอ

ทั้งคู่รองรับการแสดงผลแบบ HDR10/10+ และมีค่า JNCD หรือค่าความตรงของแสดงผลสีอยู่ที่ 0.4 (ยิ่งน้อยยิ่งดี) แต่ OnePlus 8 Pro จะมีความพิเศษกว่าตรงที่สามารถดันความสว่างของหน้าจอไปได้สูงสุดถึง 1,300 nits และรองรับเทคโนโลยี MEMC แบบเดียวกับที่ใช้ใน TV จะเข้ามาช่วยทำให้ภาพที่แสดงผลบนหน้าจอ มีความลื่นไหลมากกว่าเดิม

สเปคหน้าจอของ OnePlus 8 Pro

สเปคหน้าจอของ OnePlus 8 

ประสิทธิภาพการใช้งาน

ทั้งคู่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 865 ตัวท็อปสุดจาก Qualcomm ซึ่งการันตีความแรงได้เลยว่าลื่นไหลแบบสุดๆ จะใช้งานทั่วไป ตอบแชท เล่นโซเชียล หรือเล่นเกมปรับกราฟฟิกสูงๆ ก็ทำได้สบายๆ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังใช้หน่วยความจำแบบ UFS 3.0 ที่มีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูล และการเปิดแอปได้ไวสุดๆ แต่จะต่างกันตรงที่ OnePlus 8 Pro เหนือกว่าด้วย RAM ชนิด LPDDR5 ในขณะที่ OnePlus 8 ใช้ RAM แบบ LPDDR4x ซึ่งช้ากว่านั่นเอง

 

กล้องถ่ายภาพ

รอบนี้ OnePlus 8 Pro ถือว่าค่อนข้างจัดเต็มในเรื่องของการถ่ายภาพด้วยกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วยเซนเซอร์หลัก Sony IMX689 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 120 องศา เซนเซอร์ IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล Optical Zoom 3x / Digital Zoom 30x และกล้องตัวสุดท้าย Colour Filter Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ส่วน OnePlus 8 แม้สเปคกล้องจะจัดเต็มไม่เท่า แต่ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่จากตัว Pro สักเท่าไหร่ โดยมากับกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยเซนเซอร์หลัก Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 116 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ซึ่ง OnePlus 8 Pro จะได้เปรียบกว่าตรงที่มากับกล้อง Telephoto ที่สามารถซูมออพติคอลได้ 3x และซูมดิจิตอลได้ไกลสุดถึง 30x แถมยังมีกล้อง Ultra Wide ที่มีความละเอียดมากกว่าอีกด้วย

นอกจากนี้ OnePlus 8 Pro ยังมีฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอต่างๆ ที่เทพกว่า ไม่ว่าจะเป็นโหมด Video HDR เวลาถ่ายวิดีโอย้อนแสง แล้วหน้าไม่มืด ดีเทลรายละเอียดต่างๆ ยังมาเกือบครบ, ฟีเจอร์ Audio Zoom ที่จะใช้ไมค์ทั้ง 3 ตัว แบ่งหน้าที่ช่วยกันทำหน้าที่ดูดเสียง, ตัดเสียง และโฟกัสไปที่วัตถุที่เปล่งเสียงหรือขับเสียงออกมานั่นเอง

 

มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น

OnePlus 8 Pro มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 สามารถลงไปอยู่ในน้ำจืดลึก 1.5 เมตร เป็นเวลานาน 30 นาที ซึ่งถือว่าเป็นมือถือจาก OnePlus รุ่นแรกเลยที่มีมาตรฐานนี้ ส่วน OnePlus 8 ไม่มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นมาให้เลย

แบตเตอรี่

OnePlus 8 มีแบตเตอรี่ขนาด 4,300 มิลลิแอมป์ รองรับระบบชาร์จไว Warp Charge 30T ที่ความเร็ว 30 วัตต์ ส่วนรุ่นพี่ OnePlus 8 Pro นั้น ใส่แบตเตอรี่มาให้มากกว่านิดหน่อย 4,510 มิลลิแอมป์ และรองรับ Warp Charge 30T เช่นเดียวกัน แต่รอบนี้ทำเซอร์ไพรส์ กลายเป็นมือถือรุ่นแรกจาก OnePlus ที่รองรับระบบการชาร์จไวแบบไร้สาย (Wireless Charging) ที่ความเร็ว 30 วัตต์ ซึ่งไวกว่าระบบชาร์จไวแบบมีสายของมือถือบางรุ่นในตลาดเสียอีก

 

ราคา

สำหรับราคาของ OnePlus 8 Series จะมีดังนี้ครับ

  • OnePlus 8 : 12GB /128GB ราคา  28,990 บาท
  • OnePlus 8 Pro : 12GB /256GB ราคา  34,990 บาท

 

 

สรุป

แน่นอนล่ะว่าใครที่อยากได้มือถือสเปคแรงๆ แบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก ซื้อทีเดียวแล้วใช้ได้อีกยาวๆ ก็ต้องจัดรุ่น OnePlus 8 Pro ตัวท็อปไปเลย เพราะสเปคทุกด้านใส่มาให้แบบจัดเต็มจริงๆ ทั้งจอ Quad HD+, ค่ารีเฟรชเรท 120Hz มีเทคโนโลยี MEMC, กล้องหลังที่เทพกว่าอย่างเห็นได้ชัดทั้งการถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ, แบตเตอรี่ความจุมากกว่า แถมยังรองรับการชาร์จไร้สาย 30W และยังกันน้ำได้ถึงระดับ IP68 ซึ่งก็เรียกว่า OnePlus 8 Pro จัดมาให้เต็มที่ตามที่มือถือเรือธงระดับท็อปควรจะมีเลยล่ะ ซึ่งแน่นอนว่าราคาก็แรงตาม ไปอยู่ที่ 34,990 บาท เลยทีเดียว

แต่ถ้าใครไม่ได้ต้องการสเปคแบบท็อปสุดอะไรขนาดนั้น OnePlus 8 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ต้องการมือถือสเปคแรงหายห่วง และมีหน้าจออยู่ในระดับดีงาม แต่ไม่ได้แคร์ว่าจะต้องความละเอียดสูงระดับ QHD และไม่ได้เห็นความแตกต่างของรีเฟรชเรท 90Hz และ 120Hz เท่าไหร่ เรื่องการถ่ายรูปก็ไม่ได้เน้นว่าจะเอาไปซูมไกลๆ หรือถ่ายวิดีโอแบบเทพๆ ส่วนระบบชาร์จไร้สายก็ไม่ได้จำเป็นต้องใช้ขนาดนั้น (ต้องซื้อแท่นชาร์จเพิ่มอีก) และคิดว่ายังไงก็คงไม่ได้เอามือถือไปทำตกน้ำแน่นอน…ถ้าเป็นแบบนี้ก็หันมาซบ OnePlus 8 รุ่นปกติที่มีราคาถูกกว่า 6,000 บาท แล้วเอาเงินส่วนต่างไปทำอย่างอื่นดีกว่า

ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับว่าจะสอยรุ่นไหนดี จะเอาแค่ OnePlus 8 ธรรมดาดีไหม…หรือว่าไหนๆ ก็จะเสียเงินแล้วก็ทุ่มทุนจัด OnePlus 8 Pro ไปเลย เจ็บแต่จบ ตามคอนเซปท์ #ของมันต้องมี ฮ่าๆ

8 Comments

  1. Avatar

    themeee Post on April 15, 2020 at 10:56 am

    #1018940

    หมดกัน Flagship killer ในตำนาน ตัวเริ่มต้นราคาไม่ควรขึ้น หลัก 20000 สิ ถึงจะหน้าคบหาหน่อย

    • Avatar

      ExLove Post on April 15, 2020 at 11:29 am

      #1018942

      เขาผันตัวเป็น Flagship ตั้งแต่ OnePlus 7 Pro แล้ว ไม่รู้เหรอครับ

  2. Avatar

    Jaeda Elle Post on April 15, 2020 at 11:11 am

    #1018941

    ตอนนี้ใช้ 5t หน้าจอแตกร้าว เร็วเหมือนเดิมมือถือ a51 a71 ของแฟนยังสู้ไม่ได้จับเล่นทุกวันเลยรู้สึก ซื้อตอน 16,000 รู้สึกทำไมราคาตัวใหม่ๆมันสูงจังเลยพอติดตลาดก็เลยอัพราคารึป่าวที่แน่ๆคือมันดีจริง เอา oppo ตัวใหม่ 865 รองรับไวเรทชาร์จดีกว่า 16,000นิดๆ

    • Avatar

      lmv Post on April 15, 2020 at 1:18 pm

      #1018945

      "oppo ตัวใหม่ 865 รองรับไวเรทชาร์จดีกว่า 16,000นิดๆ" รุ่นไหนครับ อยากได้ 865 ราคาประมาณนี้ เท่าที่เห็นมีแต่ Find x2 ราคาโหดมาก

  3. Avatar

    alarmarm Post on April 15, 2020 at 12:02 pm

    #1018944

    Bye bye ราคานี้ 555

  4. Avatar

    boatheng Post on April 15, 2020 at 1:44 pm

    #1018947

    ราคาอเมริกาอย่าลืมบวกภาษีอีกประมาณ 10%

    ตัวถูกสุดผมว่าน่าจะเปิดที่ 24,900 บาท

  5. Avatar

    theerachai Post on April 15, 2020 at 2:04 pm

    #1018948

    Mi 10 pro ดูดีทันที

  6. Avatar

    Aon Ja Post on April 16, 2020 at 6:53 am

    #1018970

    เห็นราคาแล้วดูน่ากลัวทันที

Leave a Reply

To Top