Advertorial

[รีวิว] OPPO N1 Mini มือถือกล้องฟรุ้งฟริ้ง บิดได้ 195 องศา

หลังจากที่เราได้ยลพรีวิวของ OPPO N1 mini กันไปพอเป็นน้ำจิ้มแล้ว วันนี้กวิสราจะมาขอจัดพรีวิวทายาทสมาร์ทโฟนกล้องฟรุ้งฟริ้งบิดได้ 195 องศากัน เดี๋ยวเราลองมาดูกันดีกว่าว่าน้องเล็กตัวนี้จะมีความเหมือนหรือต่างจากพี่ใหญ่ OPPO N1 ยังไงบ้าง สำหรับ OPPO N1 mini เป็นภาคต่อรุ่นเล็กของ N1 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งรูปร่างหน้าตาโดยรวมนั้นเหมือนกันราวกับเป็นแฝด จะแตกต่างกันแค่ที่ขนาดเท่านั้น โดย OPPO N1 mini จะมาพร้อมหน้าจอ HD ขนาด 5นิ้ว ที่เล็กลงกว่าเดิม ซึ่งผลก็คือทำให้จับได้กระชับถนัดมือขึ้นมากๆ ยิ่งเมื่อเทียบกับตอนจับ N1 แล้วถือว่าใช้งานได้คล่องมือกว่าเยอะเลยไม่ว่าจะเป็นการถือหรือการพิมพ์ ยิ่งสำหรับใครที่ชอบเอามือถือใส่กระเป๋าเสื้อกระเป๋ากางเกงด้วยแล้วเจ้าตัวนี้ก็น่าจะเหมาะกับการพกพามากขึ้นด้วย

หลังจากที่เราได้ยลพรีวิวของ OPPO N1 mini กันไปพอเป็นน้ำจิ้มแล้ว วันนี้กวิสราจะมาขอจัดพรีวิวทายาทสมาร์ทโฟนกล้องฟรุ้งฟริ้งบิดได้ 195 องศากัน เดี๋ยวเราลองมาดูกันดีกว่าว่าน้องเล็กตัวนี้จะมีความเหมือนหรือต่างจากพี่ใหญ่ OPPO N1 ยังไงบ้าง 

สำหรับ OPPO N1 mini เป็นภาคต่อรุ่นเล็กของ N1 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งรูปร่างหน้าตาโดยรวมนั้นเหมือนกันราวกับเป็นแฝด จะแตกต่างกันแค่ที่ขนาดเท่านั้น โดย OPPO N1 mini จะมาพร้อมหน้าจอ HD ขนาด 5นิ้ว ที่เล็กลงกว่าเดิม ซึ่งผลก็คือทำให้จับได้กระชับถนัดมือขึ้นมากๆ ยิ่งเมื่อเทียบกับตอนจับ N1 แล้วถือว่าใช้งานได้คล่องมือกว่าเยอะเลยไม่ว่าจะเป็นการถือหรือการพิมพ์ ยิ่งสำหรับใครที่ชอบเอามือถือใส่กระเป๋าเสื้อกระเป๋ากางเกงด้วยแล้วเจ้าตัวนี้ก็น่าจะเหมาะกับการพกพามากขึ้นด้วย

อีกหนึ่งความแตกต่างที่เห็นได้อยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่องค่ะ เพราะว่า OPPO N1 Mini นั้นจะไม่ได้มาพร้อม O-Touch Control แบบใน N1 แล้วเพราะเดิมที O-Touch Control นั้นถูกทำมาเพื่อแก้ปัญหาการใช้งานมือเดียวบน หน้าจอขนาด 6 นิ้วของ N1 ที่อาจจะลำบากไปสักหน่อย แต่เมื่อถูกลดขนาดตัวเครื่องลงมาให้พอดีมือแบบนี้เราก็สามารถใช้งาน ได้ถนัดมือโดยไม่ต้องใช้ตัวช่วยเสริมนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ยังมีการย้ายตำแหน่งของปุ่มเล็กน้อย โดยปุ่ม power จะย้ายไปอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่องแทนจากเดิมที่จะไปกองอยู่ฝั่งซ้ายพร้อมกับปุ่ม Volume เพื่อให้สะดวกใช้งานกับมือถือจอใหญ่อย่างใน N1

เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาเราก็จะพบกับหน้าตา UI ที่คุ้นเคยอย่าง ColorOS และแน่นอนว่าจะมาพร้อมฟีเจอร์การใช้งานที่คล้ายกับบน N1 ทั้ง Multi Finger Gesture ที่ให้เราสามารถสั่งงาน ต่างๆ ได้ด้วยการลากนิ้วมือเป็นรูปแบบต่างๆ เช่น ใช้ 3 นิ้วสไลด์ลงจากด้านบนหน้าจอเพื่อเป็นการ capture ภาพหน้าจอ หรือการใช้ 2 นิ้ว ขึ้น-ลงเพื่อเพิ่มหรือลดเสียงได้เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมี Black Screen Gesture ที่ให้เราใช้งานเครื่องได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลากนิ้วเป็นรูปต่างๆ ตามที่เรากำหนดเพื่อ เปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นได้ไวขึ้นแม้หน้าจอจะดับอยู่ก็ตาม นอกจากนี้ยังมี Gesture ที่ให้เราสามารถเคาะ 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าจอที่ปิดอยู่หรือเคาะที่ปุ่ม Home 2 ครั้งเพื่อปิดหน้าจอด้วย ซึ่ง Gesture ต่างๆ เหล่านี้เราเข้าไปเลือกเปิดการใช้งานได้ที่ Setting > Gesture & Motion ค่ะ

ส่วนจุดเด่นอย่างกล้อง 13 ล้านพิกเซล ใน N1 ที่สามารถหมุนได้ กล้องเดียวบิดเป็นได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังนั้นก็ยังมีอยู่ใน OPPO N1 Mini โดยจะสามารถหมุดได้แบบ 195 องศาเพื่อให้คอ selfie ได้ถ่ายภาพตัวเองที่ความละเอียดที่สูงกว่าการใช้กล้องหน้าทั่วไปด้วย นอกจากนี้ข้อดีของการบิดกล้องได้คือเรายังสามารถเลือกมุม จัดองศาให้ตรงตามความต้องการได้เลย งานนี้จะกดกล้องกี่องศาให้ได้หน้าเรียว-หน้าเป๊ะก็จัดไปค่ะ

ด้านตัวกล้องนั้นจะมาพร้อมเซนเซอร์ CMOS จากโซนี่ขนาด 1/3.2 ที่มีรูรับแสงกว้าง F2.0 และมี LED แฟลชมาให้ 1 ดวง ซึ่งต่างจากรุ่นพี่ N1 ที่มีไฟแฟลชมาให้ 2 ดวง พร้อมกันนี้ยังรองรับการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด Full HD 1080P ด้วย


อีกหนึ่งสิ่งที่จะมาช่วยให้เราสามารถถ่ายภาพตัวเองได้สวยขึ้นก็คือฟีเจอร์ Beautify ที่จะมาปรับให้หน้าเนียนใสขึ้น เรียวขึ้น ตาโตขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอ งานนี้ถ่ายปุ๊บก็สามารถอัพรูปออกสื่อโซเชียลได้ปั๊บแบบไม่ต้องใช้แอพแต่งเพิ่ม

 

นอกจากนี้ยังได้รับถ่ายทอดฟังชั่นถ่ายภาพ Ultra HD จากรุ่นพี่ OPPO Find 7 ที่เพิ่งเปิดตัวไปซึ่งฟีเจอร์นี้จะทำให้เราสามารถใช้กล้อง 13 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพที่ความละเอียด 24 ล้านพิกเซลได้โดยอาศัยการถ่ายภาพต่อเนื่อง 6 ภาพ แล้วนำภาพที่ดีที่สุดมารวมกัน จนได้ความละเอียดที่สูงขึ้นนั่นเองค่ะ

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจใน N1 Mini ก็จะมี Slow Shutter ที่สามารถเปิดหน้ากล้องนานสูงสุด 32 วินาทีให้เอาไปถ่ายไฟเล่นกันตอนกลางคืน อย่างเช่นการเอาไปถ่ายรถที่วิ่งตามท้องถนนซึ่งภาพที่ได้ก็จะคล้ายๆ กับภาพด้านบนนี้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบไฟล์ .GIF ได้อีกด้วยนะ

สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นพัฒนาการของกล้อง OPPO N1 Mini จากรุ่นพี่นั่นคือการถ่ายภาพในเวลากลางคืน เพราะว่า noise ไม่ได้กระจุยกระจายเหมือนตอนเทส N1 แล้ว เย้! 

ดูเรื่องหน้าตาและฟีเจอร์เด่นๆ กันไปแล้วงานนี้เราลองมาดูส่วนของประสิทธิภาพของ N1 Mini กันบ้าง โดยสเปคของเจ้าตัวนี้มาพร้อมหน่วยประมวลผลนั้นจะมีการปรับลดจากรุ่นพี่ N1 มาเป็น Qualcomm Snapdragon 400 Quad Core CPU 1.6 GHz , GPU Adreno 305 ส่วนแรมนั้นให้มาเท่าเดิมที่ 2GB ส่วนผล Benchmark จาก Quadrant , Antutu และ 3DMark ของ OPPO N1 Mini ได้ออกมาดังนี้ค่ะ

 
ผลสำหรับผลจาก Antutu ได้ไป 21,559 คะแนน, Quadrant ได้ไป 10,873 คะแนน ส่วน 3DMark ได้ไป 5,717 คะแนนค่ะ

 
โดยรวมแล้วเจ้าตัวนี้ถือว่าทำมาเอาใจคอ selfie โดยแท้จริงถ่ายยังไงก็ออกมาดูดีกว่าความเป็นจริงแน่นอน! สมควรแก่การอัพเป็นรูป profile! ส่วนประสบการณ์การใช้งานโดยนวมนั้นถือว่าลื่นดีทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วๆไป รวมถึงการเล่นเกม

แต่ว่าข้อเสียหลักๆ เลยอยู่ที่เรื่องของแบตเตอรี่ความจุ 2140 mAh ที่ให้มานั้นไม่สามารถใช้รวดเดียวจนจบวันได้ พอตกช่วงบ่ายๆ ก็จะต้องหาที่เสียบชาร์จกันแล้ว ดังนั้นถ้าจะเล่นเกมหรือใช้งานต่อเนื่องอาจจะต้องพก power bank ติดไปด้วยนะ กับอีกเรื่องที่ยังเป็นปัญหาค้างคากันมาก็คือเรื่องหน้าจอที่ยังมีจอเหลืองเป็นแถบบางๆ ที่ตรงขอบด้านล่างอยู่ค่ะ 

สำหรับใครที่สนใจ OPPO N1 Mini จะมีมาให้เลือกกัน 2 สี ทั้งสีขาวและสีฟ้าพาสเทลที่สนนราคาค่าตัว 12,990 บาท ค่ะ 

  

อ้อ! ส่วนใครที่ถามถึงตัว O-Click ปุ่มชัตเตอร์ไร้สายตัวจิ๋วเอาใจคอ selfie ที่จะช่วยให้สามารถหามุมมองแหวกๆ สร้าง
แอคใหม่ๆ ในการถ่ายภาพตัวเองแบบไม่ซ้ำใครนั้นจะไม่มีแถมมากับตัวเครื่องนะคะ! แต่ก็สามารถไปซื้อแยกได้ที่สนนราคา 990 บาท จ้าา

11 Comments

  1. ekbee

    ekbee Post on August 5, 2014 at 3:51 am

    #860833

    รีวิวดีครับ 🙂 ขอบคุณน้องเก่ง

  2. bosswin02 Post on August 5, 2014 at 4:40 am

    #860841

    Normal กับ Beauty shot ไม่เห็นจะแตกต่างเลย 🙂

  3. kantapong

    kantapong Post on August 5, 2014 at 1:41 pm

    #860871

    แล้วความสามรถในการนิ้วรูดหลังเครื่องเพื่อเลื่อนพวกภาพ ยังมีอยุ่ป่าวครับ หรือมีแค่ในn1

    • kengkawiz

      kengkawiz Post on August 5, 2014 at 6:59 pm

      #860956

      ไม่มีแย้วคร่า

  4. mazzazo Post on August 5, 2014 at 5:54 pm

    #860935

    คนอะไรนี่ ถ่ายโหมดธรรมดากับโหมดบิ้วตี้ไม่ต่างกันเลย

    สงสัยโปรแกรมจะงงไม่รู้จะปรับให้สวยเพิ่มขึ้นยังไง

  5. mazzazo Post on August 5, 2014 at 6:01 pm

    #860936

    แล้วกล้องหมุนๆ นี่มันจะเสียง่ายเหรอเปล่า

    • kantapong

      kantapong Post on August 6, 2014 at 2:01 am

      #861047

      หมุนวันละ8ครั้ง ได้หลายปีเลยครับ ซึ่งคงไม่ได้ใช้ถึงพังหรอกครับ เคยอ่านคร่าวๆมา

  6. Kraizis

    Kraizis Post on August 5, 2014 at 7:08 pm

    #860962

    ผมว่าใช้นางแบบผิดคนครับ
    ถ่ายธรรมดากับ Beauty แทบแยกไม่ออก สงสัยกล้องมันไม่รู้จะให้สวยขึ้นยังไง

  7. destiny2jt Post on August 5, 2014 at 9:40 pm

    #860999

    ultra HD เหมือนจะน้อยกว่า Find7 นะ ติดเรื่องแบตอย่างเดียว
    ไม่รู้อันนี้มีชาร์จเร็วรึเปล่า

  8. natz

    natz Post on August 5, 2014 at 10:01 pm

    #861003

    ติดแค่แบตจริงๆ ที่เหลือโอเคสุดเลย
    เก่งฟันธงได้เลยหรือเปล่าครับว่าตัวนี้กล้องดีที่สุดแล้ว ในบรรดา เลนส์ Sony IMX214 เหมือนกัน

  9. darkeasy Post on August 6, 2014 at 3:26 am

    #861059

    รู้สึกกล้องไม่ดีนะครับ
    Beauty Mode เสีย
    ภาพ Beauty Mode ไม่ต่างกับ Normal Mode เลยครับ
    เป๊ะเลยไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยครับ

Leave a Reply

To Top