ไม่รู้มายังไง แต่อยู่ดีๆ Galaxy C9 Pro ที่หลายๆ คนสนใจในสเปคที่ให้ RAM มามากมาย 6GB ก็เข้ามาวางขายในไทยซะอย่างนั้น ซึ่งนอกจากสเปคข้างต้นแล้ว ดีไซน์ตัวเครื่องที่บางแต่แข็งแกร่งด้วยวัสดุโลหะ กับหน้าจอขนาดใหญ่ 6 นิ้วและแบตแตอรี่ขนาด 4000 มิลลิแอมป์ นั้นน่าจะทำให้หลายๆ คนแอบหันมามองด้วยความสนใจ และความรู้สึกแว่บแรกที่ได้จับมันไม่เหมือน Samsung ที่คุ้นเคย ถึงแม้รูปโฉมด้านหน้าจะยังคงเอกลักษณ์ของปุ่มโฮมเอาไว้ก็ตาม นั่นก็เพราะความบางและผิวสัมผัสโลหะนั่นเอง

นับจากช่วงเวลาการเปิดตัวของ A9 Pro และการเข้ามาจำหน่ายในไทยตอนนี้ มีความเป็นไปได้ว่า Galaxy C9 Pro จะเป็นรุ่นตัวตายตัวแทนกันเลยก็ว่าได้ เพราะสเปคที่แทบจะถอดแบบกันมาเกือบ 100% และมีการอัพเกรดในบางส่วน

สเปค Galaxy C9 Pro

  • หน้าจอ 6 นิ้ว (1080 x 1920 pixels) Full HD พร้อมกระจกโค้ง 2.5D
  • CPU Octa-Core Snapdragon 653 Octa-core
  • GPU Adreno 510
  • RAM 6GB
  • ROM 64GB รองรับ microSD สูงสุด 256GB
  • Dual nano SIM
  • Android 6.0 Marshmallow พร้อม TouchWiz
  • กล้องหลัง 16MP f/1.9 aperture PDAF พร้อม Dual-LED Flash
  • กล้องหน้า 16MP f/1.9 aperture
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • สัดส่วน: 162.9 x 80.7 x 6.9 มม.
  • นำหนัก: 189g
  • 4G VoLTE, WiFi 802.11 a/b/g/n (dual-band), Bluetooth 4.2, GPS, NFC
  • แบตเตอรี่ 4000mAh
  • ลำโพงสเตอริโอ พร้อมชิปเสียง Hi-Fi จาก Cirrus
  • ราคาเปิดตัว 16,900 บาท

ที่มาที่ไปของ Galaxy C9 Pro นั้นมาจากการที่ทาง Samsung ต้องการที่จะผลิตขึ้นมาเพื่อตีตลาดจีนเป็นหลัก ซึ่งคนจีนนั้นนิยมือถือหน้าจอใหญ่ และตัวเครื่องโลหะกันมาก ทำให้ทาง Samsung เลือกที่จะผลิต C9 Pro ออกมาหน้าตาแตกต่างไปจากตระกูลอื่นๆ ที่เคยทำมาตลอด

 

ตัวเครื่อง


ด้านหน้าสีขาวจอ AMOLED Full HD ขนาด 6 นิ้ว นั้นถือว่าแสดงรายละเอียดได้สวยงาม คมชัด ขนาดของเม็ดพิกเซลเนียนตา เวลาจับถือนั้นเบาสบายง่ายกว่า A9 Pro พกก็สะดวกเพราะตัวเครื่องบางกว่า เสียบลงกระเป่ากางเกงก็ไม่ปูด


เนื่องจากตัวเครื่องใหญ่หน้าจอยาว ปุ่มโฮมด้านล่างเลยจะอยู่ในตำแหน่งที่อาจจะต้องเอื้อมลงไปกดนิดนึง ส่วนพอร์ทการเชื่อมต่อต่างๆ อยู่ข้างล่างหมดเลย ทั้ง 3.5 มม อ้อ รุ่นนี้ใช้เป็น USB Type C แล้วนะ ถัดไปหน่อยคือช่องไมโครโฟนและลำโพงด้านล่าง


ใน C9 Pro นั้นมีระบบเสียงสเตอริโอโดยการใช้ลำโพงสนทนาเป็นลำโพงตัวที่ 2 ข้างๆ กันก็มีกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ต่างๆ และไฟแจ้งเตือน LED ซ่อนอยู่ทางขวาสุด


ตัวเครื่องด้านขวาอาจจะเห็นรูเพียบ อันนี้คือส่วนของถาดซิมและถาด micro SD ครับ รุ่นนี้แยกกัน ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง อยากได้ซิมไม่อยากเสีย micro SD อีกต่อไป มีให้ใส่ใช้งานไปพร้อมกันแบบครบๆ ถัดขึ้นไปก็เป็นปุ่มพาวเวอร์ ส่วนปุ่มเพิ่มลดเสียงอยู่อีกข้างนึง

ด้านหลังตัวเครื่องอันนี้เป็นโลหะแบบ Unibody เพราะฉะนั้นเราก็จะได้เห็นลายสายสัญญาณพาดผ่าน 3 เส้นบางๆ ทั้งด้านบนและด้านล่าง กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลมาพร้อมกับ LED คู่ 2 สี

 

ประสิทธิภาพ

ส่วนนี้ถือว่า Galaxy C9 Pro นั้นจัดเต็มมาก ทั้งชิป Snapdragon 653 ชิปในกลุ่ม Midrange ถือยังถือว่าแรงที่สุดในกลุ่มนี้ มาพร้อมกับ RAM 6GB (เปิดมาเหลือ 4GB) ที่พร้อมให้คุณเปิดเกมเปิดแอปสลับไปมาได้เรื่อยๆ ไม่ต้องกลัวว่าแอปจะพักตัวเองหรือปิดไปเพราะ RAM ไม่พอส่วนผลการทดสอบผ่านแอปอย่าง Antutu ออกมาก็ได้คะแนนราวๆ 85k ครับ

ใครอยากรู้ความเร็วและชนิดของ ROM ก็จัดไป อันนี้เป็น eMMC ทำความเร็วในการอ่านได้ที่ 250MBps

ส่วนเซนเซอร์ต่างๆ ในตัวเครื่องก็จัดว่าครบ Accelerometer, Gyroscope, Step Counter และก็มี Magnetometer

ซึ่งหลายๆ รุ่นก็จะใช้เจ้าแม่เหล็กอันนี้แทนเข็มทิศหรือ Compass ครับ

การใช้งาน
ขนาดตัวเครื่องนั้นถือว่าออกแบบมาได้กำลังพอดีมือ (สำหรับคนที่ชอบจอใหญ่) เรียกว่าสะดวกที่จะถือมือเดียวในการไถอ่านฟีดข่าว หน้าไทม์ไลน์ ทั้ง Web Facebook Twitter แต่จะพิมพ์หรือใช้งานเต็มรูปแบบนั้นไม่สามารถจริงๆ ทางรอดเดียวคือต้องย่อหน้าจอลงมาครับ (กดปุ่มโฮม 3 ครั้ง) แต่ก็จะแอบหนักๆ มือหน่อยนึง และอาจจะเสียบาลานซ์ในการถือเครื่องในขณะพิมพ์ได้ ต้องระวัง
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ถนัดใช้แบบ 2 มือเป็นหลัก อันนี้ไม่ใช่ปัญหาแน่นอน แถมหน้าจอ AMLOLED ใหญ่เต็มตา อันนี้ดีงามเลย


หน้าจอ UI ของ TouchWiz นั้นน่าจะคุ้นกันอยู่แล้ว ถึงไม่คุ้นก็ใช้เวลาในการเรียนรู้ไม่นานครับ มี App Drawer ทางด้านขวา

ปัดซ้ายขวาหาแอพที่อยากใช้งาน แอปต่างๆ จะมี badge สีส้มแจ้งเตือนข้อความที่ยังไม่ได้เข้าไปอ่าน

รวมถึงการแจ้งเตือนต่างๆ อยู่ที่แถบด้านบนสามารถลากลงมาดูได้ พร้อมกับการเปิดปิดสวิชและปุ่มลัดต่างๆ อย่าง WiFi, Bluetooth, ไฟฉาย

 

ฟีเจอร์

ส่วนของฟีเจอร์เสริมต่างๆ นั้นเนื่องจาก Galaxy C9 Pro ยังเป็น Android Marshmallow 6.0 อยู่ทำให้การเรียกฟีเจอร์บางอย่างเช่น Multi Windows และ Pop-up view ยังต้องเรียกใช้งานแบบเดิม ไม่เหมือนรุ่นอื่นๆ ที่เป็น Nougat ครับ

Pop-up view ย่อหน้าต่างแอพลงมา ทำได้โดยการลากนิ้วจากมุมซ้ายหรือขวาบนลงมาเป็นหน้าจอเล็กๆ

 

Multi Windows แบ่งหน้าจอเป็นบนล่าง ทำได้ด้วยการกด Recent App ค้างเอาไว้ เลือกเปิดแอปแล้วปรับขนาดได้ตามใจ


Secure Folder เปิดเซฟลับเก็บทุกอย่างที่เป็นส่วนตัว ไม่ต้องล็อคหน้าจอให้น่าสงสัย แต่ถ้ามีอะไร ให้เอาไปเก็บไว้ในนี้แทน

ไม่ว่าจะเป็นแอป ภาพ หรือข้อมูลต่างๆ อันนี้คือสามารถตั้งรหัสล็อคแค่ secure folder ก็พอ ไม่ต้องล็อคเครื่องก็ได้


Screenshot การจับภาพหน้าจอ ใช้ปุ่มโฮมพร้อมกับปุ่มพาวเวอร์ กดแล้วจะทำการจับภาพหน้าจอทันที กรณีต้องการจะเลื่อนหน้าจอลงเก็บหน้าเว็บหรือแชทยาวๆ ก็ให้มาเลือกที่ด้านล่างตรงนี้ สามารถทำได้ทั้งการวาดหรือเขียนข้อความลงไป หรือจะตัดแค่บางส่วนแล้วกดแชร์ก็สะดวก

 

กล้องถ่ายภาพ

กล้องของ Galaxy C9 Pro จากที่ได้ไปลองถ่ายมามันมีความคล้ายกับกล้องของ A5/A7 2017 มากครับ จะบอกว่าแบบเดียวกันเลยก็คงได้ เพราะทั้งพิกเซลและรูรับแสงนั้นเท่ากันหมด    

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Galaxy C9 Pro (คลิกขยายภาพได้)

 

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ 16 ล้านพิกเซลนั้น ในโหมดบิวตี้เราสามารถปรับตั้งค่าได้มากกว่ากล้องหลัง

คือสามารถเลือกปรับโทนสี หน้าเนียน หน้าเรียว และตาโตได้ แน่นอนว่าปาล์มเซลฟี่หรือการแบมือเพื่อสั่งถ่ายภาพนั้นก็ยังมีให้ใช้งานง่ายๆ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า Galaxy C9 Pro  (คลิกขยายภาพได้)

 

 

แบตเตอรี่
ส่วนของแบตเตอรี่ รุ่นนี้อาจจะไม่ได้อึดเท่ากับ A9 Pro นะครับ จากที่ทดสอบมาแบต 4,000 mAh สามารถใช้งานได้ยาวๆ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่มแบตยังไม่หมด อันนี้คือถือใช้จริงจัง ทั้ง Facebook Twitter เล่น RoV 2-3 รอบ จนผมต้องไปเบิร์น 10% สุดท้ายได้ RoV มาอีก 2 เกม (เกมจบเร็ว) เฉลี่ยที่ลองใช้มา

สรุปคือ เวลาในการใช้งานน่าจะได้ราวๆ 15 ชั่วโมง คิดเป็น screen on time หรือการเปิดหน้าจอต่อเนื่อง 5-6 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นคนใช้น้อยๆ ก็ได้ 2 วันสบายครับ

ส่วนเรื่องการชาร์จแบต Galaxy C9 Pro รองรับ Adaptive FastCharge จาก 0% ยิงยาวไป 100% ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีโดนประมาณ โดยช่วงแรกจาก 0% ไปถึง 70% นี่ใช้เวลาไม่นาน แต่จำมาลดความเร็วในการชาร์จช่วง 30 นาทีสุดท้ายครับ

 

GPS และการนำทาง


ระบบ GPS การจับสัญญาณและนำทางถือว่าโอเคเลยครับ จากที่ลองในหรือนอกอาคาร ก็มองเห็นราวๆ 20-25 ดวง จับได้แม้แต่อยู่ในตึก 4 ชั้น (อยู่ชั้น 3) แต่ความแรงของสัญญาณอาจจะลดลงมาหน่อย

  

ซึ่งถ้าไปอยู่ในที่โล่งสัญญาณจะจับได้แรงกว่านี้ (ภาพซ้าย) สังเกตุว่าสัญาณ GPS จะหล่นลงหน่อยในอาคาร (ชั้น 3 จาก 4 ชั้น) ส่วนการนำทางนั้นก็ไม่มีปัญหาครับ

 

 

สรุปผลการใช้งาน

จุดเด่น

  • หน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว
  • RAM 6GB เปิดแอปได้รัวๆ
  • มีวิทยุ FM
  • แบตเตอรี่ 4000 แต่เครื่องบางเฉียบ

จุดด้อย

  • หาซื้อยาก เพราะขายแค่ Samsung Brand Shop
  • ไม่รองรับ Samsung Pay (เอ หรืออาจจะไม่ใช่จุดด้อย)
  • กล้องในที่แสงน้อยยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
  • ลำโพงสเตอริโอเสียงยังไม่ดังอลังการ

สำหรับใครที่ชอบและเล็งหามือถือหน้าจอใหญ่ๆ สวยๆ บอดี้แข็งแรงทนทาน Galaxy C9 Pro นี่ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ รุ่นนึงเลยครับ เพราะตอนนี้ในตลาดมือถือหน้าจอขนาด 6 นิ้ว มีตัวเลือกไม่เยอะมากนัก แถมด้วยสเปค Snapdragon 653 กับ RAM 6GB กับราคา 16,900 บาทนั้นเรียกได้ว่าเปิดมาชนกับค่ายอื่นๆ ในตลาดแบบเต็มๆ (แต่ถ้าไม่ได้ต้องการหน้าจอใหญ่และแบตอึดจริงๆ ผมว่าในราคานี้ไปมองหา Galaxy S7 / S7 edge ที่ตอนนี้ราคาหล่นลงมาเยอะแล้วน่าจะคุ้มและครบเครื่องกว่า)