ลองใช้งานจริงจัง Samsung Galaxy Z Flip6 มือถือจอพับรุ่นล่าสุดของค่าย มาพร้อมลูกเล่นใหม่มากมาย จอนอกเล่นสนุก รอยพับที่จางลง และพับสนิทกว่าเดิม เพิ่มความละเอียดกล้องมาให้อยู่ที่ 50MP อัปเกรดใช้ชิปตัวแรง Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy และระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่ ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานดีขึ้น และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นกว่าเดิม

รีวิว Samsung Galaxy Z Flip6

อย่างที่เคยได้กล่าวไปตอนจับเครื่องครั้งแรกใน Hands-on ว่า Galaxy Z Flip6 มาพร้อมจอด้านนอก Cover Screen เป็นจอ Super AMOLED ในขนาดเท่าเดิมอยู่ที่ 3.4 นิ้ว รีเฟรชเรทลื่น 60Hz มาในรูปทรงโฟลเดอร์ จัดเรียงกล้องใหม่เป็นแนวนอน พร้อมโมดูลกล้องที่เป็นสีสันโดดเด่น

ที่เห็นได้ชัดอีกจุดเลยก็คือขอบของตัวเครื่องมีความเหลี่ยมขึ้นและเรียบเข้าไปกับตัวเครื่องเลย ฝาหลังพื้นผิวสัมผัสมาเป็นแบบด้าน ทำให้ไม่เป็นรอยง่าย อันนี้ค่อนข้างประทับใจ บวกกับสีสันใหม่ที่เข้มขึ้นกว่าเดิม ส่วนขอบเฟรมตัวเครื่องในรอบนี้ยังเป็นสีตามตัวเครื่องเหมือนเดิม และเมื่อกางจอออกมาพบว่ารอยพับที่จางลงกว่าเดิมจริง ๆ จับแล้วรู้สึกได้เลยว่าไม่เป็นรอยบุ๋มลึกชัด ๆ

จอนอก จอใน ใช้แล้วฟินเหมือนเดิม

Galaxy Z Flip6 มาพร้อมจอใน Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz ปรับอัตโนมัติได้ตั้งแต่ 1 ~ 120Hz ส่วนจอนอกเป็น Super AMOLED ขนาด 3.4 นิ้ว อัตรารีเฟรช 60Hz สีสันสดใส ตอนที่กางจอดูซีรีส์แบบแนวนอนก็ไม่ได้สะท้อนที่รอยพับให้เห็นชัดมากมาย รูดนิ้วเลื่อนผ่านกลางจอยังพอสัมผัสได้ถึงร่องของตัวจอบ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก หรือใครจะพับจอลงมาเป็นมุมฉาก 90 องศาใช้แทนขาตั้งก็สะดวกเหมือนเดิม แต่รอบนี้อัปเกรดความสว่างสูงสุดมาให้ 2,600 นิต ทำให้ใช้งานกลางแจ้งได้สะดวกยิ่งขึ้น และให้มาตรฐานกันน้ำอยู่ที่ IP48

ส่วนจอแสดงผลด้านนอก UI เป็น Flex Window จะปัดซ้ายปัดขวา หรือจีบนิ้วเพื่อเลือกใช้ Widgets ที่มีฟีเจอร์ลัดต่าง ๆ ได้เลย แถมยังสามารถโทรออกผ่านจอด้านนอกได้ แต่รอบนี้ที่โดดเด่นเลยคือ Interactive Wallpaper สามารถกดจิ้มไปที่ตัวละครที่อยู่ด้านหน้าจอแล้วเลื่อนไปมาได้ แถมยังปรับแต่งความละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ ได้ตามใจชอบด้วย

และการใช้งานจอนอกที่เป็นประโยชน์กว่านั้นคือเรื่องการแปลภาษาที่สามารถแปลได้แบบเรียลไทม์พร้อมกันจอนอกจอในเลย ไม่ต้องแบ่งครึ่งจอหรือดูประโยคคนละทีสองที

อัปเกรดกล้อง ความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 50MP

รอบนี้ Galaxy Z Flip6 ได้อัปเกรดกล้องเป็นความละเอียด 50MP จากเดิมกล้องหลักความละเอียดอยู่ที่ 12MP ภาพที่ได้นั้นก็จะคมและชัดกว่า ในการถ่ายภาพทั่วไปก็เก็บแสงเก็บสีได้ดี ส่วนในการถ่ายแบบซูมจะมีการดึงความสามารถของตัวเซนเซอร์และ AI จะซูม 2 เท่าหรือ 4 เท่า ก็คมชัดแน่นอน

ซึ่งหากลองเทียบกับรุ่นเก่าจะเห็นได้ชัดถึงความคมของภาพ รายละเอียด รวมถึงสีต่าง ๆ ที่มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น

สำหรับการเปิดโหมด Beauty แล้วถ่ายด้วยกล้องหลังนั้นถือว่าทำออกมาได้ดี ถึงแม้จะมีรอยสิวหลุดออกมาบ้าง ช่วงคิ้วและคาง แต่ต้องบอกว่ามีการช่วยเบลอได้เยอะมากจริง ๆ ตอนที่ถ่ายภาพออกมาคือไม่ได้แต่งหน้ากลบอะไรทั้งสิ้น แค่ทาลิปเท่านั้น

Auto Framing ปรับระยะตามตัวเราอัตโนมัติ

ส่วนที่ชอบอีกจุดนึงของกล้องรุ่นนี้เลยก็คือเค้ามีฟีเจอร์ Auto Framing ที่จะคอยซูมเข้าออกให้แบบอัตโนมัติ เช่น หากเราวางเครืองไว้ใกล้ ๆ กล้องก็จะซูมออกเป็นวงกว้าง หรือหากวางเครื่องไกลไปก็ไม่ต้องเดินมากดซูมให้ยุ่งยาก เพราะกล้องจะซูมเข้ามาให้พอดีแบบอัตโนมัติ

Auto Framing ตอนถ่ายปกติ ระยะเริ่มที่ 1x
Auto Framing เมื่อขยับตัวออกไปเล็กน้อยก็มีการปรับให้อัตโนมัติไปที่ 1.2x

ในการเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าอย่าง Flex Camera Mode สามารถปรับการตั้งค่ากล้องถ่ายภาพแบบ Quick Setting  ผ่านจอด้านนอกได้เหมือนเดิม คือมีให้เลือกปรับทั้งหมด 4 เมนู ได้แก่ นาฬิกาจับเวลาถ่ายรูป, ปรับอัตราส่วนภาพ,ความละเอียด, เปิดโหมดภาพเคลื่อนไหว Motion Photo, เปลี่ยนโทนสีภาพระหว่างโทนธรรมชาติ กับโทนสีอุ่น และโหมดแตะจอเพื่อถ่ายภาพ

ส่วนในการปรับ Colour tone จะมีให้เลือกเป็น Natural แสงธรรมชาติและ Warm Tone แสงที่จะออกโทนเหลืองทำให้ภาพดูละมุนขึ้น อันนี้เลือกได้แล้วแต่ชอบเลย สีที่ได้ก็จะออกมาประมาณนี้

และลองดึง Colour tone อย่าง Warm Tone มาเทียบกัน ต้องบอกว่า Galaxy Z Flip6 ต่างจาก Galaxy Z Flip5 อย่างเห็นได้ชัด เริ่มต้นด้วยสีของรุ่นใหม่จะคมกว่า รายละเอียดด้านหน้าและพื้นหลังชัดกว่า มีความใกล้เคียงกับภาพที่ตาเราเห็นตามปกติ ส่วนรุ่นก่อนหน้าเบลอผิวให้ออกมาดูดีจริง แต่ว่าตัดรายละเอียดของผิวออกหมด ทำให้ดูเหมือนผ่านฟิลเตอร์มา

งานวิดีโอถูกใจสาย Vlog

สำหรับงานวิดีโออันนี้ก็ประทับใจเหมือนกัน เพราะว่าเค้ามีกันสั่น OIS มาให้ สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้นิ่งมาก น่าจะถูกใจสาย Vlog แน่ ๆ แถมยังใช้งานถ่ายวิดีโอด้วยมือเดียวพร้อมเลื่อนซูมแบบสะดวก ๆ ได้ ไม่ต้องกดจิ้มเพื่อซูมให้ดูยุ่งยาก

หรือถ้าใครเป็นสาย Vlog ที่ต้องโลดโผน ต้องมีการเดินสับ วิ่งสับ ก็สามารถเปิด Super Steady เพื่อป้องกันการสั่นได้ ซึ่งช่วยได้เยอะมาก ๆ จากการทดสอบถ่ายไปวิ่งไป คลิปที่ออกมาก็คือไม่ได้สั่นสะเทือนจนเวียนหัวมาก นิ่งใช้ได้เลยล่ะ

มาต่อกันที่งาน Portrait อันนี้เปิด Beauty พร้อมปรับพื้นหลังให้เบลอเกือบสุด ภาพที่ได้คือเบลอหลังอย่างเนียน ขอบค่อนข้างกริบเลย ในขณะที่ภาพคนด้านหน้ายังชัด แถมฟิลเตอร์ที่ใส่ก็ไม่มีหลุด เบลอสิว เบลอรอยได้อยู่

ภาพถ่ายที่แสงน้อยก็ดึงสีได้ชัดขึ้น

ภาพถ่ายในที่แสงน้อยได้เปิดใช้ Night Mode เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งกล้องก็สามารถดึงความชัดของวัตถุออกมาได้ดี แต่ยังมีจุดรบกวนหรือของเบลออยู่บ้าง เมื่อลองถ่ายช่วงค่ำ ๆ หลังพระอาทิตย์ตกดินภาพที่ได้ก็จะออกมาประมาณนี้เลย

เมื่อเทียบระหว่างรุ่นปัจจุบันกับรุ่น Galaxy Z Flip5 แล้วนั้นพบว่ารุ่นใหม่ดึงสีออกมาได้เข้มกว่าและรายละเอียดออกมาคมกว่า สังเกตได้จากสีของท้องฟ้าและดีเทลของตัวบ้านในรูป

กล้องหน้า 10MP เปิด Beauty

กล้องเซลฟี่ด้านในมาในความละเอียด 10MP เท่าเดิมก็ถือว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐาน แน่นอนว่ารายละเอียดต่าง ๆ อาจจะสู้การเซลฟี่ด้วยกล้องหลักจากจอนอกโดยตรงได้ไม่เท่าไหร่ แต่พวกเรื่องงานปรับหน้าเนียนก็ทำออกมาได้ดีตามสไตล์ Samsung เค้าล่ะ เก็บรอยสิวได้เกือบหมดหน้า แต่ไม่ถึงกับเบลอผิวจนโป๊ะ ยังพอมีรอยให้เห็นบ้าง คือใครที่หน้าไม่เรียบเนียนแล้วไม่แต่งหน้าแต่อยากเซลฟี่ แนะนำเติมลิป + เปิด Beauty สุดก็ได้

ส่วนวิดีโอกล้องหน้าก็ทำออกมาได้ดี เวลาที่ถ่ายในที่แสงน้อย หรือเปลี่ยนจากแสงสว่างมาพื้นที่แสงน้อย กล้องก็ปรับออกมาได้ลื่น อีกทั้งยังรองรับการถ่ายแบบ 4K ด้วย

ชิป Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy มาพร้อมระบบระบายความร้อน

Galaxy Z Flip6 ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy ที่เพิ่มความเร็วแรงให้กับตัวเครื่อง อีกทั้งยังใส่ระบบระบายความร้อน vapor chamber มาให้ ทีนี้เราจะมาทดสอบเล่นเกมกันให้ดูว่าจะเอาอยู่หรือไม่

ROV

ว่าด้วยเกมเบสิกพื้นฐานก่อน ตอนที่ได้ลองเล่นก็ปรับกราฟิกและอื่น ๆ แบบสุด เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ สามารถเล่นได้ลื่นมาก เล่นตั้งแต่ต้นเกม เข้าช่วงชุลมุนและจบภารกิจก็ไม่ได้มีอาการกระตุกให้เห็น เฟรมเรทค่อนข้างนิ่ง FPS 59 – 60

Genshin Impact

สำหรับเกมกราฟิกแจ่ม กินสเปคจัด ๆ อย่าง Genshin Impact สามารถวิ่งได้ลื่นไหลไม่มีหน่วง ซึ่งเราก็ได้ปรับกราฟิกไปแบบสุดเหมือนกัน เมื่อลองเล่น ลองหมุนภาพไปมาไม่เบลอเป็นวุ้น ๆ ช่วงต่อสู้ก็ทำออกมาได้ดี ไม่หน่วง ไม่อืด

PUBG

ในส่วนของการเล่น PUBG ได้มีการปรับกราฟิกไปสูงสุดเช่นกัน เฟรมเรทอยู่ที่ 60 ซึ่งตอนลองเล่นก็เล่นได้ลื่น ไม่มีปัญหาอะไร แต่มีติดอยู่เรื่องเดียวสำหรับประสบการณ์เล่นเกมนี้ผ่าน Galaxy Z Flip6 คือ มุมมองของภาพในเกมมันแคบไปหน่อย ทำให้เห็นบรรยากาศรอบ ๆ ไม่ครบ

ส่วนเรื่องของความร้อน ตัวระบบระบายความร้อนที่ใส่มาให้ก็ช่วยให้ตัวเครื่องมีความร้อนน้อยลงจริง แต่ว่าพอเล่นเกมไปนาน ๆ บริเวณจอนอกคือค่อนข้างร้อนมากจนต้องหยุดเล่นไปสักพักเลย

แบตใหญ่กว่าเดิม

รอบนี้ Galaxy Z Flip6 ได้เพิ่มแบตเตอรี่มาอยู่ที่ 4,000mA้ ซึ่งหลังจากได้ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% แล้วก็ได้เอาออกไปลองใช้งานจริง ประเดิมด้วยการถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอกันซะเลย และตามต่อด้วยเล่นเกมแบบจัดหนัก รวมแล้ว Screen on time ทั้งหมดอยู่ที่ 6 ชั่วโมง 18 นาที แบตเตอรี่ลดเหลือ 13%

สรุปการใช้งาน

ในการลองใช้งานจริง Galaxy Z Flip6 ครั้งนี้บอกได้คำเดียวว่า สนุก!! พับสนุกจริง ๆ รวมทั้ง Galaxy AI ที่อัปเดตให้ใช้หลายฟีเจอร์มาก ๆ และในเรื่องของประสิทธิภาพที่อัปเดตใหม่มาให้หลายอย่าง ซึ่งมอบประสบการณ์ความเป็นเรือธงให้ผู้ใช้งานได้อย่างดี โดยรวมคือฟีลดีขึ้นจริง ๆ ชิปรุ่นใหม่เล่นลื่น + มีระบบระบายความร้อนมาช่วยแบ่งเบาเครื่องอีกแรง ทางด้านกล้องก็อัปเกรดความละเอียดมาให้มากขึ้น ซึ่งทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด