ในบรรดาอุปกรณ์พกพาที่ต้องใช้สายชาร์จสำหรับผมถือว่าสายชาร์จที่ใช้ขั้ว MagSafe 2 ของ Macbook เป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ เพราะว่ามันใช้งานได้ง่ายและทนทานต่อแรงกระชาก เพราะใช้แม่เหล็ก แต่ก็สามารถถอดได้ง่ายๆเพียงแค่เอียงขั้วขึ้น มันคงจะดีไม่น้อยถ้าอุปกรณ์แอนดรอยด์ที่ผมใช้อยู่นั้นมีขั้วเสียบชาร์จแบบนั้นได้ แต่ทว่าอุปกรณ์แอนดรอยด์แทบจะทุกเครื่องนั้นใช้ Micro USB กันทั้งนั้น 🙁

      แต่ความฝันของผมก็กลายเป็นจริงได้แล้ว เพราะว่า WSKEN หนึ่งในผู้ผลิตสายชาร์จสำหรับสมาร์โฟนได้ทำสายรูปแบบใหม่ขึ้นมาที่ใช้ชื่อว่า X-cable ซึ่งเป็นสายที่จะเปลี่ยนวิธีการเชื่อมต่อให้กลายเป็นแบบแม่เหล็กเหมือนๆกับของ MagSafe 2 ล่ะ!!!

 

เฮ้ย มันทำแบบนั้นได้ด้วยหรอ?

      ใช่ครับ ด้วยหลักการง่ายๆของ WSKEN เพียงแค่เอาขั้วแปลงไปเสียบคาไว้ที่ตัวเครื่องก็จะได้ขั้วต่อแม่เหล็กแทนแล้ว ส่วนสายก็จะเป็นสายเฉพาะแทน

        ร้องอ๋อกันเลยล่ะสิ และบางคนอาจจะคุ้นๆว่าเคยเห็นอุปกรณ์แนวๆนี้มาก่อนใน Kickstarter แต่ทว่ามันชื่อ ZNAPS ซึ่งบอกเลยครับว่าหลักการมันคล้ายๆกัน แต่ของ WSKEN จะทำออกมาเป็นสายและขั้วแปลงเลย ในขณะที่ ZNAP ทำแค่ขั้วแปลงเท่านั้นส่วนสายก็ไปใช้สายธรรมดา และทั้งคู่ก็มีลักษณะขั้วที่ต่างกันด้วย เพราะงั้นมันเป็นคนละตัวกันนะครับ

 

ต่อให้เป็นแค่สายชาร์จ เราก็จะ Unboxing

      ผมค่อนข้างประทับใจตัวกล่องมากๆเลยนะ เพราะด้วยความรู้สึกของสายชาร์จทั่วไปทำให้รู้สึกว่ากล่องของสาย WSKEN มันดูดีจัง กล่องเป็นสีเขียว ฝาด้านหลังและหลังเป็นกระดาษแข็งหนาๆเหมือนปกหนังสือปกแข็ง และตัวกล่องเป็นโฟมที่ฉลุเป็นร่องพอดีกับอุปกรณ์

 

      สำหรับหัวแปลงขั้วจะให้มาสองอัน มีแท่งพลาสติกเอาไว้งัดหัวแปลงขั้วออกจากเครื่อง สายชาร์จเป็นโลหะทั้งอันสามารถรองรับกระแสชาร์จได้สูงสุดถึง 2.4A และมี LED บอกสถานะไฟให้ด้วย แต่บอกแค่ว่ามีไฟเข้ามาเท่านั้น ไม่ได้มีไว้บอกว่าชาร์จอยู่หรือชาร์จเต็ม

      และพึ่งจะเคยเห็นสายชาร์จที่ต้องมีคู่มือก็วันนี้นี่ล่ะ…

 

        ขั้วของสายชาร์จและหัวแปลงขั้วจะเชื่อมต่อกันด้วยคอนแทคหน้าสัมผัสแบบนี้

 

วิธีการใช้งาน

      ต้องเริ่มจากเสียบหัวแปลงเป็นขั้วแม่เหล็กที่อุปกรณ์แอนดรอยด์ (หรืออุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ Micro USB) ซึ่งขอย้ำเลยว่าขั้วมันจะเสียบเข้าไปจนแนบสนิทกับตัวเครื่องครับ 

 

      ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่รู้ครับ เสียบเข้าไปไม่สนิท เพราะคิดว่าเสียบเข้าไปสุดแล้ว ปรากฏว่าตอนต่อกับสายมันจะหลุดออกมาได้ง่าย และใช้ไม่ได้ด้วย ก็เลยนึกว่าสายมันเสียซะงั้น

      ถ้าไม่กล้าดันเพราะกลัวขั้วจะหักเสียก่อนก็ใช้วิธีเอาหัวแปลงขั้วเสียบคาเครื่องทิ้งไว้ แล้วจับเครื่องตั้งขึ้นโดยให้หัวแปลงขั้วแนบกับพื้นโต๊ะพอดี แล้วค่อยใช้มือทั้งสองข้างดันเครื่องลงมา ไม่ต้องกระแทกแรงนะ ค่อยๆกดก็พอ เดี๋ยวหัวแปลงขั้วก็จะเสียบเข้าไปจนสุดแล้วเสียบคาเครื่องไว้แบบนั้นได้เลยครับ (ทำไมอ่านแล้วรู้สึกเหมือนคำบรรยาย 18+) มีเสียงดังแกร๊กไม่ต้องตกใจ นั่นแปลว่าเสียบแน่นแล้วล่ะ

 

      ในการเสียบชาร์จไม่ต้องกังวลว่าจะเสียบกลับด้านอีกต่อไป เพราะสายถูกออกแบบมาให้เสียบกลับด้านได้ (Reversible)

 

      แม่เหล็กที่ยึดขั้วให้ติดเข้าด้วยกันบอกเลยว่าแน่นมาก เหมือนของ MagSafe เลย ถ้าดึงในแนวตรงไม่ต้องห่วงว่าจะหลุดง่ายๆ เพราะมันรับน้ำหนักได้เยอะมาก เค้าบอกว่ารับน้ำหนักได้มากถึง 50 กิโลกรัม

 

      และถ้าอยากจะถอดออกก็แค่งัดขึ้นหรืองัดลงแบบของ MagSafe 2 เลย ขั้วก็จะหลุดออกมาได้ง่ายๆทันที และผู้ผลิตบอกว่าสามารถใช้งานขั้วต่อนี้ได้ถึง 30,000 ครั้งเลยล่ะ

 

      ถ้าอยากจะแกะหัวแปลงขั้วออก ไม่แนะนำให้ใช้เล็บแกะนะครับ เดี๋ยวเล็บจะหักเอาเพราะมันเสียบแน่นมาก ให้ใช้แท่งพลาสติกที่อยู่ในกล่องมางัดออกแทนครับ

 

      และอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบคือ ถึงแม้ว่าจะเสียบกลับด้านได้แต่ว่าด้านหนึ่งจะใช้สำหรับชาร์จเพียงอย่างเดียว (Charge Only) และอีกด้านจะสามารถเชื่อมต่อเพื่อถ่ายโอนข้อมูลได้ (Charge + Data) จึงเป็นประโยชน์มากๆเวลาเอาไปชาร์จในสถานที่ข้างนอก ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนขโมยข้อมูลตอนเอาไปเสียบชาร์จตามที่ต่างๆ (Juice Jacking) ขอแค่จำให้ได้ว่าด้านไหนก็พอ ฮ่า

      สำหรับด้านของขั้วต่อให้อิงจากในภาพนะครับ เพราะว่าอุปกรณ์แอนดรอยด์บางเครื่องก็ต้องเสียบขั้วต่อกลับด้าน อย่างเช่น Nexus 5 เป็นต้น

 

      ข้อเสียหลักๆก็คือต้องใช้สายชาร์จเฉพาะของมัน และข้อเสียที่ใหญ่หลวงที่สุดคือ “ถ้าใส่เคส ช่องว่างตรงรู Micro USB ต้องกว้างมากพอสำหรับขั้วชาร์จ” เพราะว่าขั้วชาร์จจะไปครอบทับหัวแปลงขั้วพอดีเป๊ะ ดังนั้นเคสทั่วไปใช้ไม่ได้แน่ๆ เพราะลำพังแค่เสียบหัวแปลงขั้วก็ยังไม่ได้เลย ดังนั้นจึงเหมาะกับพวกเคสที่เปลือยทั้งฝั่งไปเลยหรือก็ไม่ต้องใส่เคส (ฝันไปเถอะ)

      ซึ่งเป็นข้อเสียที่ทำให้ ZNAPS ได้เปรียบมากๆ เพราะ ZNAPS ทำมาขนาดพอดีกับขั้ว Micro USB ดังนั้นถ้าเคสไหนใช้สายปกติได้ ก็สามารถใช้ ZNAPS ได้

 

      ส่วนความเร็วในการชาร์จก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะกระแสวิ่งมาเต็มๆเลย (เค้าบอกไว้ว่าได้ถึง 2.5A) ซึ่งลองกับ Nexus 5 ก็สามารถชาร์จได้เต็มที่ (Nexus 5 ชาร์จได้สูงสุดแค่ 1.5A)

        และรองรับพวก Quick Charge และ Fast Charge ได้ แต่ว่าจากคอมเม้นที่เคยลองใช้กับ Quick Charge แล้วพบว่าอาจจะทำให้หลอด LED ที่อยู่บนสายชาร์จของ WSKEN ขาดได้ เดาว่าน่าจะเพราะการชาร์จแบบ Quick Charge เป็นแรงเพิ่มแรงดันในการชาร์จด้วย จึงไม่แปลกใจว่าหลอด LED มันจะขาดแล้วดับถาวรไปเลย (คงเพราะไม่ได้ทำวงจรเผื่อเรื่องนี้)

 

สรุป

      ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ผมชอบ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้หรูหราหรือมีเทคโนโลยีขั้นเทพมากนัก แต่อุปกรณ์ตัวนี้สามารถ Solved Problem ในเรื่องของสายชาร์จได้ เพราะทุกวันนี้ต้องมีอุปกรณ์แอนดรอยด์หลายๆเครื่องสังเวยให้กับขั้วหลวม ขั้วพัง เพราะใช้งานบ่อย หรือถึงขนาดขั้วหัก เมื่อใช้เจ้าสาย WSKEN มันก็ช่วยให้ผมไม่ต้องห่วงว่ารูเครื่องจะพังเพราะเสียบถอดสาย Micro USB บ่อยๆ แถมยังสามารถสลับว่าจะชาร์จอย่างเดียวหรือว่าถ่ายโอนข้อมูลก็ได้ 

 

      แต่ว่าราคาก็อาจจะแพงไปสำหรับหลายๆคนมั้ง ถ้าอิงราคาจากใน Ebay ก็จะประมาณ 400-500 บาท ในประเทศไทยยังไม่มีร้านนำเข้ามาขายอย่างเป็นทางการ จะมีก็มีแต่ร้านหิ้วออนไลน์ที่ขายพวก Gadget ซะมากกว่า และสั่งจากเว็ป  http://www.wsken.net/productsinfo.asp โดยตรงก็ไม่ได้ (และเว็ปก็ทำออกมาก็ค่อนข้างห่วย) ดังนั้นถ้าอยากได้จริงๆก็ลองหาสั่งร้านค้าออนไลน์ในบ้านเราหรือจะถ่อไปสั่งใน Ebay ก็ได้จ้า 

 

      ปิดท้ายด้วยวีดีโอเช่นเคย

Play video